เสนอควบรวม ทีโอทีและกสท โทรคมนาคม เป็น NT ในปี 2565

Hits: 135

ทีโอที เสนอแนวทางการหาประโยชน์จากทรัพย์สินร่วมกันระหว่าง บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม จากแผนเดิมที่จะตั้ง 2 บริษัทใหม่เป็นบริษัท NBN Co. และบริษัท NGDC Co. นั้น ให้เปลี่ยนชื่อ บมจ.ทีโอที เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)

และควบรวมแคทเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบริษัทนี้ และตั้งเป็นหน่วยธุรกิจใหม่เน้นเข้าไปในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง อาทิ บริษัทลูก Mobile Reseller และDigital Solution โดยในปี 2565 ขึ้นไปจะยุติบทบาท กสท โทรคมนาคมลง

นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที หัวหน้าคณะทำงานพิจารณาแนวทางในการหาประโยชน์จากทรัพย์สินร่วมกันระหว่าง บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม หรือแคท (ตามคำสั่ง บมจ.ทีโอที ที่ ต.206/2561) เปิดเผยถึง ผลการประชุมคณะทำงานพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านของ บมจ.ทีโอที บมจ.กสท โทรคมนาคม บริษัท NBN Co. และบริษัท NGDC Co.

ซึ่งมี น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน พร้อมตัวแทนของทั้งกระทรวงดีอี ทีโอที กสท โทรคมนาคม และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ

และคณะกรรมการ- นโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ซึ่งคณะกรรมการบริษัทของแต่ละบริษัท ได้รับทราบแนวทางการหาประโยชน์จากทรัพย์สินร่วมกันระหว่าง ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม และให้นำเสนอคณะทำงานฯ

สำหรับแนวทางการหาประโยชน์จากทรัพย์สินร่วมกันระหว่าง ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ทั้ง ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม มีเป้าหมายเดียวกันคือรวมทั้งสองบริษัทเป็นบริษัทเดียว เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนและความแข็งแกร่งขององค์กรในอนาคต แต่เนื่องจากรูปแบบการรวมสองบริษัทมีแนวทางต่างกัน

โดย ทีโอที เสนอแนวทางเปลี่ยนชื่อ บมจ.ทีโอที เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) มีภารกิจหลักในการตอบสนองนโยบายรัฐด้านความมั่งคง และโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม/ดิจิทัล พร้อมตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาพิจารณาแนวทางโอนย้าย งาน ทรัพย์สิน สิทธิการใช้คลื่น และพนักงาน กสท โทรคมนาคม เข้ามา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)

จากนั้นจะทยอยโอนย้ายฯ รวมทั้งจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่กระทบด้านคดีและข้อพิพาทระหว่าง ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม โดยเฉพาะคดีหรือข้อพิพาทที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัทเอกชน และไม่มีผลกระทบกับสิทธิการใช้คลื่นความถี่ 2100 MHz และ 2300 MHz

ในขณะที่ กสท โทรคมนาคม เสนอแนวทางการจัดตั้งบริษัทใหม่ โดยควบรวม กสท โทรคมนาคม และทีโอที เป็นนิติบุคคลเดียว โดยระยะแรก กสท โทรคมนาคม และ ทีโอที เป็น Business Unit แบบเบ็ดเสร็จภายใต้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ และตั้งคณะกรรมการควบรวมเพื่อศึกษาด้านกฎหมาย และคดีความด้านการเงิน-แผนธุรกิจ ด้านโครงสร้างและบุคลากร และระยะการเปลี่ยนผ่าน Transition Process

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะทำงานพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านฯ ได้มอบหมายให้ผู้บริหาร ทีโอที และผู้บริหาร กสท โทรคมนาคม ทำหนังสือวิเคราะห์ข้อดีและข้อจำกัดแนวทางที่แต่ละบริษัท นำเสนอภายในสัปดาห์นี้ เพื่อคณะทำงานพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านฯ จักได้นำเสนอคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 14 สิงหาคม 2561 นี้

นายมรกต กล่าวว่า แนวทางการหาประโยชน์ จากทรัพย์สินร่วมกันฯ ของ ทีโอที เพื่อไม่ให้กระทบกับผลที่อาจจะเกิดจากสิทธิการใช้คลื่นของทั้งสององค์กร และเพื่อไม่ให้กระทบกับด้านคดีและข้อพิพาทโดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัทเอกชน ซึ่งอาจจะทำให้ประเทศและประชาชนเสียประโยชน์ในอนาคตเป็นสำคัญ

และได้นำข้อสังเกตในการประชุมคณะทำงานพิจารณาฯ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม2561ซึ่งมีปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธานมาดำเนินการ คือ 1.การออกพระราชกฤษฎีกา เพื่อจัดจั้งบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ อาจดำเนินการได้ยาก ดังนั้น จึงอาจต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

2. การให้ บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม เป็นบริษัทลูกภายใต้บริษัทนี้ อาจกระทบกับสภาพการจ้างของพนักงาน 3. การโอนทรัพย์สิน กิจการ และพนักงาน ไปยังบริษัทใหม่ตามแนวทางของ ทีโอที ที่เสนอให้ใช้ระยะเวลา 3-4 ปี อาจถูกแทรกแซงจากปัจจัยภายนอก ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนในภาพรวมทั้งหมด

และ4.การโอนทรัพย์สินไป บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ ตามแนวทางของ กสท โทรคมนาคม ที่เสนอให้โอนทั้งหมดทันที มีความเป็นไปได้ที่จะไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จเนื่องจากการรวมธุรกิจที่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ และพนักงานมีวัฒนธรรมต่างกันมาก

สำหรับแนวทางของ ทีโอที มีแนวทาง ดังนี้ 1.ปี 2561 เปลี่ยนชื่อบมจ.ทีโอที เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ซึ่งมีภารกิจหลักในการตอบสนองนโยบายรัฐ ด้านความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม/ดิจิทัล

รวมทั้งจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อศึกษาพิจารณาแนวทางโอนย้าย งาน ทรัพย์สิน สิทธิการใช้คลื่นและพนักงาน กสท โทรคมนาคม เข้ามา NT

2.ปี 2562-2564 ทยอยโอนย้ายงาน ทรัพย์สิน สิทธิการใช้คลื่นและพนักงานจาก กสท โทรคมนาคม มาอยู่หน่วยธุรกิจภายใต้ NT ตามผลการศึกษาของคณะกรรมการ รวมทั้งการจัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่

อาทิ ธุรกิจ National Service เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนและตอบสนองนโยบายรัฐ และทยอยจัดตั้งบริษัทภายใต้ NT กรณีธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และมีการแข่งขันสูง อาทิ บริษัทลูก Mobile Reseller และDigital Solution

3.ปี 2565 ขึ้นไป ยุติบทบาท กสท โทรคมนาคม หากไม่กระทบเรื่องคดีความ ไม่ขัดกฎหมายเรื่องการโอนทรัพย์สิน และอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายให้ NT เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ให้ บริการด้านโทรคมนาคมครบวงจรแต่เพียงผู้เดียว สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างเบ็ดเสร็จทั้งด้านโครงข่ายและการให้บริการของรัฐ