ดีอีชะลอแผนโอนทรัพย์สินบริษัทลูกทีโอที-แคท หลังพบหลายประเด็นต้องพิจารณา

ดีอี เผยชะลอแผนโอนทรัพย์สินไปยังบริษัทลูกของทีโอทีและแคท หลังพบยังมีอีกหลายประเด็นต้องพิจารณาให้ละเอียดในหลายเรื่องที่ยังค้างคา โดยเฉพาะความกังวลเรื่องอนาคตของพนักงานและอนาคตขององค์กร แต่มั่นใจจะสามารถตั้งบริษัทลูกให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงดีอีได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยนผ่าน ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (NBN) และบริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (NGDC)

โดยได้มีการประชุมไป 2 รอบนั้นพบว่า การประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน ยังมีปัญหาที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในการเดินหน้าแยกทรัพย์สินไปยังบริษัทลูกได้ จึงให้ชะลอการออกไปก่อน จนกว่าจะหาข้อสรุปได้

“การชะลอการโอนทรัพย์สินดังกล่าวเกิดจากคณะทำงานร่วมของกระทรวงดีอียังไม่เห็นด้วยกับรายละเอียดในการโอนทรัพย์สินของทังสองบริษัท จึงต้องทำการพิจารณาและวางมาตรการที่เหมาะสมให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน แต่เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปและดำเนินหน้าโครงการตั้งบริษัทลูกให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้

นอกจากนี้ยังได้กำชับให้กรรมการบริหารของทีโอทีและกสท โทรคมนาคม ชี้แจงและทำความเข้าใจในเรื่องนี้เพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องความกังวลในอนาคตของพนักงานและอนาคตขององค์กร โดยขอให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและไม่ให้เกิดปัญหาค้างคาใจ”

ด้านนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า วันที่ 8 พ.ค. นี้จะมีการประชุมเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง แต่ยอมรับว่ายังมีหลายประเด็นที่ไม่ชัดเจนว่าทำได้หรือไม่ โดยได้ทำการสอบถามทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) แล้วว่าต้องเร่งด่วนมากน้อยแค่ไหน

ซึ่งทางสคร.ตอบกลับมาว่าโดยปกติแล้วการเปลี่ยนผ่านต้องใช้เวลา 6 เดือนอยู่แล้ว ดังนั้นหากผู้บริหารทั้งสองมีแผนในการฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจทั้งสองที่ดีกว่า และตอบโจทย์รัฐบาลในการมีโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติได้ คณะทำงานก็พร้อมจะรับฟัง