ทีโอที เผยครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 110% คาดสิ้นปีจะมีกำไร

Hits: 397

ทีโอที เผยผลประกอบการบริษัทครึ่งปี 2561 (ม.ค. – มิ.ย.61) มีผลกำไรสุทธิ 473 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาฯ (EBITDA) จำนวน 5,853 ล้านบาท รวมถึงบริการที่ทีโอทีดำเนินการเอง ในบางบริการมีผลการดำเนินงานดีขึ้นเช่นกัน

นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ผลประกอบการบริษัทครึ่งปี 2561
(ม.ค. – มิ.ย.61) ทีโอที มีผลกำไรสุทธิ 473 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน

โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาฯ (EBITDA) จำนวน 5,853 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นเดียวกัน เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากพันธมิตรและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด

คาดว่าผลประกอบการ สิ้นปี 2561 ทีโอที จะเป็นผลกำไร ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากความเสียสละ ร่วมแรงร่วมใจ ความทุ่มเทของพนักงานทุกคน

ทั้งนี้ รายได้ที่ ทีโอที ดำเนินการเอง ในบางบริการมีผลการดำเนินงานดีขึ้น เช่น รายได้จากบริการบรอดแบนด์เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และบริการ Fixed Line เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ซึ่งได้รวมการดำเนินงานจากเลขหมายที่ได้รับคืนจาก TRUE และ TT&T ด้วย

นอกจากนี้ รายได้จากบริการ Cloud Business เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 705 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายรายได้ที่คาดการณ์ไว้ ส่วนค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญอันเนื่องจากต้นทุนบริการที่ลดลงจากค่าเช่าอุปกรณ์และโครงข่าย

ในส่วนของผลการดำเนินงานด้านลูกค้า กลุ่มธุรกิจสื่อสารไร้สายมีลูกค้า TOT Mobile จำนวน 619,700 ราย กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ มีจำนวนลูกค้าจำนวน 1,363,800 ราย

ซึ่งการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพทั้งการสร้างรายได้และการบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายจะทำให้ ทีโอที มีกำไรเพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์

สำหรับผลการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการสำคัญ ประกอบด้วย 1.การยกเลิกการใช้โครงข่าย PSTN ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยี Voice over IP (VoIP) สามารถรองรับเครื่องรับสายปลายทางได้หลากหลายทั้ง IP Phone/ Video Phone / Soft Phone และ Wi-Fi Phone

โดยมีคุณภาพเสียงเทียบเท่าระบบโทรศัพท์ ทั้งนี้ ทีโอที ได้มีการลงนามในสัญญากับบริษัทคู่สัญญาที่ดำเนินการในแต่ละพื้นที่ โดยได้ดำเนินการตัดถ่ายแล้วจำนวน 54 ชุมชาย

2.การให้บริการท่อร้อยสาย ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ กฟน.เป็นผู้ดำเนินการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เพื่อปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมให้สวยงาม มีความปลอดภัยกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดย กสทช. มอบหมายให้ ทีโอที เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างท่อร้อยสายเพื่อนำสายเคเบิลสื่อสารลงใต้ดินและการสร้างท่อร้อยสายรองรับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่น ซึ่ง ทีโอที ได้แจ้งความพร้อมและขออนุญาตใช้ท่อร้อยสายแล้ว 279.58 duct-km.

ผู้ประกอบการได้วางเคเบิลในท่อร้อยสาย 865 เส้นทาง จำนวน 202.58 duct-km และอยู่ระหว่างผู้ประกอบการกำลังดำเนินการวางเคเบิลเพิ่มอีก 76 duct-km.

3.การพัฒนาบริหารสินทรัพย์สร้างรายได้เพิ่มจากที่ดินและอาคาร เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ทีโอที มีสินทรัพย์โฉนดที่ดินประมาณ 3,000 แปลง

โดยมีแผนการพัฒนาด้วยการให้เช่าระยะสั้น 1-3 ปี และหรือการพัฒนาโครงการให้เช่าระยะยาว ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ พ.ศ.2556

ปัจจุบัน ทีโอที ได้ดำเนินการโครงการพัฒนาที่ดินคลังพัสดุคลองเตย ซึ่งเป็นโครงการนำร่องขนาดกลาง มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ถึงต่ำกว่า5,000 ล้านบาท

รวมถึงได้จัดทำแผนการใช้พื้นที่ในเขตนครหลวง 3 แปลง ได้แก่ ที่ดินศาลาธรรมสพน์ ที่ดินตลิ่งชัน และที่ดินชุมสายประเวศ ซึ่งเป็นโครงการขนาดเล็ก มีมูลค่าโครงการต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

4.การขยายธุรกิจใหม่บริการความมั่งคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดโทรคมนาคมในปัจจุบัน

ซึ่งจะให้บริการด้านความปลอดภัยของเครือข่ายและบริการให้ความปลอดภัยของระบบสำหรับลูกค้าองค์กรราชการและรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีลูกค้าฮ่องกงใช้บริการ Cyber Security แล้วจำนวน 3 ราย

ทั้งนี้สำหรับ ธุรกิจสื่อสารไร้สาย มีทิศทางการประกอบธุรกิจ ดังนี้ 1.บริการ TOT Mobile ร่วมกับพันธมิตรในการขยายพื้นที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่น 2100 MHz และคลื่น 2300 Mhz

2.บริการให้เช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมบนโครงข่ายระบบ 900 MHz และ 3.บริการ TOT Winet ให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless Broadband) ด้วยเทคโนโลยี TDD-LTE 2300