ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที

เปิดแผนทีโอทีปี 62 ตั้งเป้ารายได้ 5.6 หมื่นล้าน

ทีโอทีเผย ผลประกอบการ ปี 2561 เริ่มลุกขึ้นมายืนบนปากเหว ปิดยอดด้วยรายได้ 45,500 ล้านบาท มีกำไรสุทธิมูลค่าประมาณ 2,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีผลขาดทุน 4,300 ล้านบาท ส่วนปีนี้พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรโฟกัสธุรกิจดิจิทัล ตั้งเป้ารายได้จากการดำเนินงานประมาณ 56,500 ล้านบาท

โดยมีกำไรจากการดำเนินงานโดยทีโอทีจำนวนประมาณ 25,300 บาท และมาจากรายได้การดำเนินงานของพันธมิตรจำนวนประมาณ 31,200 บาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ประมาณ 11,070 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,490 ล้านบาท

ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2562 จะเน้นการปรับโครงสร้างต้นทุน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดด้วยต้นทุนที่ต่ำ ราคาถูก เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้ายุคดิจิทัล เน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้ครอบคลุมกระบวนการทำงานทั้งก่อนและหลังการขาย การพัฒนาระบบรองรับการใช้งานผ่านมือถือ

และการให้บริการในเชิง Preventive การปรับปรุงโครงข่ายและเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงของเส้นทางโครงข่ายใยแก้วนำแสงในเส้นทางหลัก รวมถึงปรับเปลี่ยนชุมสายโทรศัพท์ประจำที่เป็นระบบ IP Base เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพชุมสายเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานระยาวและรองรับการปรับเปลี่ยนเลขหมายโทรศัพท์ประจำที่จาก 9 หลักเป็น 10 หลัก

นอกจากนี้จะยกระดับต่อยอดธุรกิจเดิมธุรกิจเข้ากับสภาพสถานการณ์ในปัจจุบันโดยยกระดับบริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อสนับสนุนภาครัฐและภาคธุรกิจ และพัฒนาการบริการดิจิทัล ซึ่งประกอบด้วยบริการ Cloud Services, Cyber Security และ Data Analytic รวมถึงการให้บริการ Digital Solution Platform

ทั้งนี้ การยกระดับดังกล่าวช่วยให้ ทีโอที สามารถขยายธุรกิจรองรับการเติบโตของกลุ่มผู้ให้บริการในตลาดการแข่งขันได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจ

ขณะที่ส่วนธุรกิจ TOT mobile จะมีการติดตั้งระบบ Wifi Calling เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ต่อเนื่องและลดค่าใช้จ่ายในการโรมมิ่ง รวมถึงมีแผนการพัฒนาโครงข่าย 5G Infrastructure Sharing โดยการติดตั้ง ทดสอบ และเปิดให้บริการในพื้นที่เฉพาะ

“ส่วนการปฏิรูปองค์กรจากภายในสู่ภายนอกเพื่อให้เป็นองค์กรดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ เริ่มจากการปรับวัฒนธรรมองค์กรและดำเนินโครงการที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้สามารถต่อยอดใช้ความสามารถในการปฏิบัติงานโดยอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เปิดรับสมัครบุคลากรใหม่ที่มีคุณสมบัติ พร้อมปฏิบัติงานในสภาพธุรกิจดิจิทัลในปัจจุบัน

และปรับกระบวนการทำงานในรายละเอียดของเนื้องานให้เหมาะสมรองรับกับสภาพแวดล้อมในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ ทีโอที ยังได้เร่งพัฒนาทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เป็นแหล่งรายได้ใหม่ขององค์กร รวมถึงความพร้อมในลงทุนเพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ”

ดร.มนต์ชัย กล่าวว่า สำหรับปี 2561 เป็นปีที่ ทีโอที มีรายได้และกำไรเติบโตในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยมีแหล่งรายได้หลักมาจากธุรกิจบรอดแบนด์ และเครือข่ายพันธมิตรมือถือ ช่วยผลักดันรายได้ของทีโอทีปี 2561 มีรายได้รวมประมาณ 45,500 ล้านบาท

เติบโตถึง 28.9% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 34,300 ล้านบาท นอกจากนี้ปี 2561 ยังมีกำไรจากการดำเนินงาน EBITDA ประมาณ 12,400 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิมูลค่าประมาณ 2,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีผลขาดทุน 4,300 ล้านบาท

สัดส่วนรายได้ของ ทีโอที สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. รายได้จากการดำเนินงานของ ทีโอที จำนวนประมาณ 25,300 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากธุรกิจหน่วยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน จำนวน 2,920 ล้านบาท รายได้จากหน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย จำนวน 450 ล้านบาท

รายได้จากหน่วยธุรกิจ IDC & Cloud จำนวน 980 ล้านบาท รายได้จากหน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ จำนวน 19,170 ล้านบาท และรายได้จาก หน่วยธุรกิจขายและบริการลูกค้าองค์กรจำนวน 1,570 ล้านบาท และ 2. รายได้จากพันธมิตร จำนวนประมาณ 20,200 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคม จำนวน 5,600 ล้านบาท รายได้จากคลื่น 2100 และ 2300 MHz จำนวน 14,600 ล้านบาท

ในปี 2561 ทีโอที มียอดรวมผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ประมาณ 1,378,000 พอร์ต คิดเป็นร้อยละ 17 ของส่วนแบ่งการตลาด มีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์ประจำที่จำนวนกว่า 2,812,000 เลขหมาย และมียอดผู้ใช้บริการมือถือ TOT Mobile อยู่ที่ประมาณ 140,000 เลขหมาย

ในส่วนของโครงการสำคัญที่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่ง ทีโอที ได้มีบทบาทในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในพื้นที่ที่ยังมิได้รับการพัฒนา ตลอดจนดำเนินงานโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ โครงการสำคัญระดับประเทศในปี 2561 ได้แก่

โครงการเน็ตประชารัฐ หลังจาก ทีโอที ได้เสร็จสิ้นการดำเนินงานติดตั้งและขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังหมู่บ้านที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์จำนวน 24,700 หมู่บ้านทั่วประเทศไทยเมื่อปี 2560 ต่อเนื่องในปี 2561 บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ “พัฒนา เครือข่ายเน็ต อาสาประชารัฐ” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในชุมชน

กล่าวคือ ทีโอที ได้จัดอบรมให้แก่ตัวแทนจากชุมชนที่โครงการเน็ตประชารัฐได้เข้าพัฒนาโครงข่ายหมู่บ้านละ 1 คน โดยมุ่งเน้นเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเน็ตประชารัฐ การดูแลอุปกรณ์อินเทอร์เน็ต

ตลอดจนการใช้แอพพลิเคชั่น “เครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ” ที่พัฒนาขึ้นโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562 ทีโอที มีแผนการจัดอบรมทั้งสิ้น 77 ครั้ง

โครงการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (Big Rock) ตามที่ได้รับมอบหมายจาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ ทีโอที เป็นผู้ดำเนินโครงการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดย ทีโอที ได้ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี โครงข่ายอินเทอร์เน็ตเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)

ไปยังโรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐที่ยังไม่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และดำเนินงานขยายความจุอินเทอร์เน็ต (Bandwidth) ไปยังโรงพยาบาล เพื่อรองรับการตรวจรักษาทางไกล (Tele-Medicine) การบริหารองค์กรที่โดดเด่น

ในปี 2561 ที่ผ่านมา ทีโอที มีการบริหารองค์กรที่มีความโดดเด่น และได้รับการรับรองจากหน่วยงานต่างๆ กล่าวคือ ด้านการพัฒนาด้านนวัตกรรม ผลงาน Optical Fiber Termination Kit (OFTK) ชุดอุปกรณ์บนโครงข่าย FTTx สำหรับการติดตั้งและให้บริการลูกค้า ได้รับรางวัลเหรียญทอง

และชุดเพิ่มลูกค้าด้วยอุปกรณ์รวมแสง (Passive Mux Services) รางวัลเหรียญเงิน จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ทีโอที ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Award) ประจำปี 2561 ประเภทรางวัลนวัตกรรมดีเด่นจากผลงาน“อุปกรณ์ข่ายสายใยแก้วนำแสงส่วนปลายทางรองรับบริการบรอดแบนด์”

ด้านธรรมภิบาลองค์กร ทีโอที ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจที่มีความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานด้านความโปร่งใสและบุคคลต้นแบบ จาก ป.ป.ช. รางวัลนักบริหารงานและผู้ปฏิบัติงานด้านพัสดุดีเด่น “เพชรพัสดุ” และ รางวัลโล่เกียรติคุณหน่วยงานบูรณาการดีเด่น รางวัลเครือข่ายต้นแบบดีเอสไอ ประจำปี 2561

นอกจากนี้ ทีโอที ได้รับรางวัลจากการพัฒนาเว็บไซต์ ให้ทันสมัยเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ข้อมูลลูกค้า โดยได้รับรางวัลดังนี้ 1. Government Standard of Excellence จาก WEBAWARD 2018 (webaward.org) 2.รางวัลเหรียญเงิน (Silver Winner) จากงาน W3 Award 2018 (w3award.com) และ 3.รางวัล Best Telecommunication Mobile Website จากงาน MOBILEWEBAWARD 2018 (mobilewebaward.org)

โดยทีโอที ดำเนินโครงการเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (โครงการ TOT CSR) ผ่านการให้ความรู้ด้านไอซีทีและระบบเครือข่ายโทรคมนาคมให้แก่เยาวชน โครงการ TOT Young Club เด็กไทย 4.0 ต้นกล้าประชารัฐ ได้ดำเนินงานพัฒนาเครือข่ายจิตอาสาโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน โดย ทีโอที ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น TYC

e-Commerce เพื่อขยายตลาดชุมชนเป็นตลาดออนไลน์สู่ทั่วโลก ในปี 2561 ทีโอที ได้ดำเนินโครงการฯ ดังกล่าวใน 59 ชุมชนทั่วประเทศ และหลังจากนี้ ตามแผนการดำเนินงานจะดำเนินงานการพัฒนาชุมชนใหม่อย่างน้อยปีละ 11 แห่ง

รวมถึงมีการจัดกิจกรรมต่อยอดในชุมชนเดิมและจัดให้มีการอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทักษะ และมีการจัดกิจกรรม Showcase เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินกิจกรรมของชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ทีโอที