TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

ดีอีเอส แถลงผลงานร่วมสตช.จับ 7 มือโพสต์ป่วน

ดีอีเอส
พลตำรวจตรี พันธนะ นุชนารถ ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด ในฐานะหัวหน้าชุดประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลฯ

ดีอีเอส แถลงผลการทำงานร่วมกับ สตช. ในปฏิบัติการปราบปรามผู้โพสต์ข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ระหว่างวันที่ 10 – 22 พ.ค.63 แจ้งความดำเนินคดี 7 ราย

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้ดำเนินงานต่อผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยเร่งรัดดำเนินคดีการตามมาตรการป้องกันและปราบปราม ในปฏิบัติการปราบปรามผู้โพสต์ข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือน โดยได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการเสนอข่าว ที่ไม่เป็นความจริง บิดเบือนข่าวสารในสถานการณ์ฉุกเฉินตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ระหว่างวันที่ 10 -22 พ.ค.63 มีผลการปฏิบัติการทั้งสิ้น 7 ราย

พลตำรวจตรี พันธนะ นุชนารถ ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด ในฐานะหัวหน้าชุดประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลฯ ได้แถลงผลการปฏิบัติการฯ โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 6 ราย แบ่งเป็นผู้ที่โพสต์ข่าวปลอมเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 มีการนำหมายค้นเข้าตรวจค้น 4 ราย และเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง 2 ราย การปฏิบัติการครั้งนี้มีการอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 1 ราย รวมมีผลการปฏิบัติครั้งนี้ทั้งสิ้น 7 ราย ผลการตรวจค้นในบางจุดได้มีการตรวจพบว่า มีการลักลอบมียาบ้าไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายอีกด้วย จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า ปัจจุบันได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ทำให้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี ได้กระทำการโพสต์ เสนอข่าวอันไม่เป็นความจริง ทำให้ประชาชนหวาดกลัวหรือบิดเบือนข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิด จึงขอเตือนประชาชนที่จะโพสต์ข้อมูลข่าวสาร อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ