หูฟัง เซนไฮเซอร์ รุ่น Momemtum True Wireless

เซนไฮเซอร์ แนะ 5 สิ่งต้องมี เลือกหูฟังอย่างไรให้โดนโดน

เสียงเป็นเรื่องราวของไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งที่สะท้อนตัวตนของผู้ฟัง การเลือกหูฟังเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนก็เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่เราต้องพิจารณา วันนี้ TheReporter.Asia มีโอกาสได้เจอ เซนไฮเซอร์ ในงานเปิดตัวหูฟังรุ่น Momemtum True Wireless จึงได้ขอคำแนะนำการเลือกหูฟังที่เหมาะสมว่าจะต้องอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้จากการพูดคุย เราก็ได้รับคำชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญ เซนไฮเซอร์ มา 5 ข้อที่สำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อหูฟัง ลองมาดูกันว่าจะมีอะไรบ้างที่เราต้องคำนึงถึงในการเลือกหูฟังที่โดนโดนกันนะครับ

1.ได้เสียงที่ชอบ

แน่นอนว่า สไตล์ของเสียง เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การเลือกสไตล์ของเสียงที่ตรงความต้องการมากที่สุด เป็นหัวใจของการเลือกซื้อหูฟัง บางแบรนด์อาจจะไม่มีช่วงเสียงที่ต้องการ บางคนอาจจะรู้สึกว่าเบสไม่หนักแน่นพอ ขณะที่บางคนฟังหูรุ่นเดียวกันกับบอกว่าเบสดี หนักแน่น

ความชื่นชอบสไตล์เสียงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การทดลองก่อนซื้อ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของการตัดสินใจ ทั้งนี้ก็มีข้อสังเกตว่า ในระดับของเสียงที่เลือกนั้น ควรดูคุณภาพโดยรวมของเสียงเป็นอันดับแรก แล้วไล่ดูการออกเสียงที่ครบถ้วนทุกช่วงเสียง ตลอดจนมีสไตล์ของเสียงที่ชื่นชอบ ฟังแล้วได้อรรถรสของเพลงที่ดีเยี่ยม

ค่อยๆฟัง ค่อยๆเลือก จนเราได้หูฟังที่มีเสียงที่เราชอบ ตอบโจทย์สไตล์ของเพลงที่เราชื่นชอบได้อย่างดี และที่สำคัญทำให้เรามีอารมณ์ร่วมไปกับสุนทรียภาพของดนตรีได้อย่างสนุกสนานนั่นเอง

2.ชนิดของหูฟัง

หุฟังที่นิยมในตลาดมีอยู่ 3 รูปแบบ ทั้งแบบ Over Ear ซึ่งเป็นแบบครอบทั้งหู กรณีที่หูใหญ่อาจจะไม่เหมาะ เนื่องจากครอบนานๆแล้วจะมีอาการเจ็บที่หูได้ หูฟังชนิดนี้นิยมสำหรับการตัดเสียงรบกวนภายนอก หรือแม้กระทั่งการปลีกวิเวกในยามเดินทางก็สามารถทำได้

ขณะที่แบบ Earbuds หรือแบบคล้องหูเป็นที่นิยมทั่วไป ส่วนของลำโพงมีการสอดเข้าไปที่หูเล็กน้อย อาศัยการเกี่ยวที่ใบหูช่วยพยุงการใช้งาน ซึ่งในกรณีที่ต้องการฟังระหว่างออกกำลังกายอาจจะไม่เหมาะนักเนื่องจากจะหล่นได้ง่ายที่สุด

และสุดท้ายแบบ In-Ear ซึ่งมีการสอดตัวลำโพงอัดเข้าไปในหู โดยจะมียางกันลื่นช่วยให้หูไม่เจ็บมากนัก หูฟังจะแนบแน่นอยู่ภายในรูหู ซึ่งทำให้เสียงภายนอกไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ แต่บางคนที่ไม่ถนัดแล้ว อาจจะไม่ชอบ หรือมีอาการปวดหูได้

แต่กระนั้นการเลือกชนิดของหูฟังก็อาจจะต้องเลือกตามการใช้งานจริง ซึ่งจะทำให้เราสามารถใช้งานได้ตามวาระที่ต้องการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลองดูกันนะครับว่าถูกจริตกับหูฟังชนิดใด

3. Utilities ประโยชน์

นอกจากชนิดของหูฟังแล้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานของหูฟัง ก็ยังแยกตามประเภทกิจกรรมอีกด้วย โดยคร่าวๆสามารถแบ่งออกได้เป็น หูฟังที่ใช้ฟังเพลงแบบทั่วไป สามารถใช้ได้ทุกงานไม่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบไร้สายและมีสายในการเชื่อมต่อ

ขณะที่หูฟังแบบที่ต้องการความทนทานต่อเหงื่อ มีให้เลือกทั้งแบบไร้สายและมีสายเช่นกัน สำหรับการออกกำลังกาย เนื่องจากเมื่อเราออกกำลังกาย อาจจะมีเหงื่อเข้าไปทำลายเยื่อลำโพง ทำให้หูฟังได้รับความเสียหายได้ง่าย ซึ่งก็อาจจะไม่เหมาะนักหากเราจะเลือกหูฟังแบบที่ไม่ได้ป้องกันเหงื่อมาสวมใส่ขณะออกกำลังกาย

สุดท้ายจะเป็นหูฟังสำหรับการใช้งานร่วม ในการรับสายโทรเข้า-โทรออก ดังนั้นระบบของเสียงจะต้องรองรับตามคุณภาพที่ต้องการด้วย ทั้งการตัดเสียงรบกวน การเพิ่มความคมชัดให้ไมโครโฟน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ต่างๆที่หลากหลาย ทั้งระยะเวลาการใช้งานสำหรับหูฟังแบบไร้สายอีกด้วย

นอกจากนี้อาจจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักของหูฟัง ซึ่งเมื่อใช้ไปนานๆแล้วจะก่อให้เกิดอาการล้าของหูได้ การกระจายตัวของเสียงที่รองรับ หรือแม้กระทั่งรูปแบบของการชาร์จไฟ เหล่านี้ล้วนมีผลต่อการใช้งาน การเลือกซื้อหูฟังที่ตอบโจทย์รอบด้านจึงเป็นการเลือกที่คุ้มค่ามากที่สุด

4 การกำหนดช่วงราคา

เนื่องจากความหลากหลายทั้งในส่วนของยี่ห้อ คุณภาพ ดีไซน์ หรือแม้กระทั่งชนิดที่แตกต่างกัน ทำให้หูฟังมีราคาที่แตกต่างกันอย่างเหลือเชื่อ การกำหนดช่วงราคาของหูฟังที่ต้องการ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการหาหูฟังที่โดนใจได้ไม่ยาก เพราะหากไม่มีการกำหนดช่วงราคาที่ต้องการแล้ว อาจจะหมดโอกาสในการได้หูฟังที่โดนใจก็เป็นได้

5.เบิร์นหูฟังให้ได้คุณภาพไม่น้อยกว่า 100 ชั่วโมง

สุดท้ายเมื่อเราซื้อหูฟังมาแล้ว เราอาจจะยังไม่ได้คุณภาพเหมือนที่ยืนฟังในโชว์รูม เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยที่อาจจะส่งผลต่อจิตใจของผู้ซื้อได้ แต่ในทางเทคนิคแล้วคุณภาพของหูฟังจะยังไม่เข้าที่ก่อนการใช้งานเป็นเรื่องปกติ

เนื่องจากส่วนประกอบของหูฟังนั้นเป็นเยื่อบางๆ ในกรณีที่ใหม่มากๆ อาจจะมีการสั่นไหวของเยื่อบุยังไม่เข้าที่ การเปิดหูฟังเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 100 ชั่วโมง จะทำให้การวอร์มอัพของหูฟังมีความสมบูรณ์มากขึ้น

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก เซนไฮเซอร์ แนะนำว่า การเบิร์นนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงใส่หูฟังทิ้งไว้เฉยๆเป็นเวลา 100 ชั่วโมง แต่ให้เราใช้งานปกติ ใช้เพลงที่เราฟังบ่อยๆในสไตล์เพลงของเรา ไม่ต้องถึงขนาดต้องเลือกความถี่เสียงที่แตกต่างเพื่อเบิร์นให้หูฟังให้มีประสิทธิภาพ

ซึ่งการเบิร์นโดยการใช้งานปกติจะช่วยให้เรา ค่อยๆละเมียดรับรู้การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีอรรถรสมากขึ้น แน่นอนว่าหูฟังของเราเอง การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากเราเอง ความภูมิใจเล็กๆของการเปลี่ยนแปลงทางด้านเสียงที่ดีขึ้น ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เราจะได้รับ นอกเหนือจากการฟังเพลงก็เป็นได้

เพียงเท่านี้ เราก็จะได้หูฟังที่เหมาะสมกับการใช้งาน เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราเอง แล้วเราก็จะได้รับความบันเทิงที่เราต้องการ ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ และความคุ้มค่ากับการที่เราต้องจ่ายค่าหูฟัง ตามที่เราต้องการนั่นเอง

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เซนไฮเซอร์

อาทีบี​ฯ​ ลุยตลาด Premium Music เปิดตัว​B&O พร้อมกัน​ 2 รุ่น

อาร์ทีบีฯ​ ประกาศจับมือกับ สตูดิโอเซเว่น เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมหูฟังและลำโพงพร้อมกัน 2 รุ่นใหม่ ‘Earset’ และ ‘Beoplay P6’ ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปท์ My Sound – My Space เพื่อรุกสร้างปรากฎการณ์ใหม่ของการฟังเพลงไปอีกขั้น

หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการเปิดตัว “B&O by Bang & Olufsen” เมื่อปีที่ผ่านมา และสร้างยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว มั่นใจด้วยคุณภาพเสียงมาตรฐาน ผสมผสานกับการดีไซน์เรียบหรู ร่วมสมัยตามสไตล์เดนมาร์ก และช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง สินค้าใหม่ทั้งสองรุ่นสามารถเพิ่มยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 30% ในสิ้นปีนี้

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวถึงทิศทางการทำตลาดอุปกรณ์เสริม หรือ โมบาย ไลฟ์สไตล์ (Mobile Lifestyle) ในไตรมาส 3 ว่า อาร์ทีบีฯ มีแผนต่อยอดขยายฐานคนรักเสียงเพลงให้ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ที่กำลังเติบโตและเติมเต็มความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมทุกระดับยิ่งขึ้น

ด้วยการรุกต่อยอดความสำเร็จแบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จากประเทศเดนมาร์ก “บี แอนด์ โอ” (B&O) หรือ Bang & Olufsen ที่อาร์ ที บีฯ เพิ่งเปิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา และได้กระแสการตอบรับที่ดีมากจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงและชื่นชอบในดีไซน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในปีนี้ อาร์ทีบีฯ จึงได้จับมือกับ สตูดิโอเซเว่น ภายใต้ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าไอทีรายใหญ่ของไทยเปิดตัวนวัตกรรมหูฟังและลำโพง 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Earset และ Beoplay P6 เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น “สิ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จของแบรนด์บี แอนด์ โอ (B&O) สะท้อนได้จากยอดขายที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Beoplay E8

ส่งผลให้แบรนด์ บี แอนด์ โอ ในประเทศไทยเป็นที่รู้จักของคอเพลงและเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เปิดตัวได้เพียง 1 ปีเท่านั้น โดยมียอดขายประมาณ 70 ล้านบาท ประกอบกับการที่อาร์ทีบีฯ มีความแข็งแกร่งของช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุมและครบทุกพาร์ทเนอร์

ปัจจุบันมีจุดจำหน่าย 50 แห่ง และจะขยายเพิ่มเป็น 70 แห่งในสิ้นปีนี้ ตลอดจนแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมหูฟังและลำโพงคุณภาพสูง ที่มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น เพราะสะท้อนเอกลักษณ์ของผู้ใช้งาน จึงเป็นปัจจัยให้ บี แอนด์ โอ(B&O) ได้รับการตอบรับที่ดีจากคอเพลงมาอย่างต่อเนื่อง”

ดร.บรรพต กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการผลักดันแบรนด์บี แอนด์ โอ ในปีนี้ว่า อาร์ทีบีฯ จะเดินหน้าขยายการรับรู้ ด้วยการมุ่งสร้างให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์กับสินค้าทั้งในแง่ของคุณภาพเสียง และวัสดุพรีเมียมที่ใช้มากขึ้น โดยการขยายพื้นที่กับพาร์ทเนอร์ ทำ shop in shop ของ บีแอนด์โอให้มากขึ้น เพื่อตอกย้ำจุดเด่นของแบรนด์และสินค้า และในปีนี้เราจะเพิ่มโปรดักส์ไลน์ใหม่ๆ ที่บีแอนด์โอมีอยู่ เพื่อตอบสนองเทรนด์ของสมาร์ทโฮมที่กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศเป็นอย่างมาก

นางสาววิมลมาลย์ วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว Earset และ Beoplay P6 ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำการออกแบบที่เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค ของแบรนด์บี แอนด์ โอ (B&O)กับกลุ่มคนรักเสียงเพลงคุณภาพและหลงใหลในดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบของตัวสินค้า หรือการสื่อสารทางการตลาดต่าง ๆ ช่วยต่อยอดความน่าหลงใหลของแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นอย่างแน่นอน

Earset
Earset

สำหรับหูฟังรุ่น Earset เป็นหูฟังแบบไร้สายรุ่นที่มีความสวยงามคลาสสิคที่สุด เนื่องจากได้แรงบันดาลใจจากการออกแบบหูฟังบีแอนด์โอรุ่นแรกๆ ซึ่งคือ Bang & Olufsen A8 ตั้งแต่ปี 2543 และได้พัฒนาต่อเนื่องมาจนกระทั่งวันนี้ บีแอนด์โอ จึงนำดีไซน์หูฟังที่เป็นต้นแบบหูฟังแบบเกี่ยวหูที่เป็นอมตะ และร่วมสมัย มาใส่เทคโนโลยีไร้สายที่ทันสมัยที่สุด พร้อมด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม เพื่อให้แฟนพันธุ์แท้ตัวจริงของบีแอนด์โอ ได้สัมผัสหูฟังดีไซน์คลาสสิคที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิตอลได้

นอกจากนี้หูฟัง Earset ยังมาพร้อม Digital Equalizers ผ่านทาง แอปฯ Beoplay แล้ว ยังสามารถคุยโทรศัพท์และการควบคุมการเล่นเพลงได้อย่างง่ายดายตามต้องการ ขณะที่ตัวหูฟังที่ทำจาก Anodized Aluminium เพิ่มความคลาสสิก และแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว พร้อมกับยางชนิดอ่อนนุ่มอย่างดี เพื่อให้สวมใส่สบาย แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 5 ชั่วโมง มีให้เลือก 2 สี คือ สี White และ Graphite Brown ในราคา 12,900 บาท

สำหรับ Beoplay P6 เป็นลำโพงบลูทูธไร้สายที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันสำหรับคอเพลงที่หลงใหลในดีไซน์และต้องการฟังเพลงในบ้านและยังสามารถพกพาไปนอกบ้านได้อย่างโดดเด่นทุกที่ทุกเวลา ด้วยสไตล์การออกแบบที่คลาสสิคแต่ยังคงความทันสมัยสวยงามเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับลำโพงใด ๆ ทั้งยังมาพร้อมกับ B&O Signature Sound ที่ให้รายละเอียดของเสียงทรงพลังสุด

คมชัดด้วยกำลังขับ 215 วัตต์ และเบสที่นุ่มนวลชัดใส พร้อมการออกแบบตะแกรงเสียงให้สามารถขับเสียงออกได้ 360 องศา ทำให้ผู้ใช้สามารถได้ยินเสียงเต็มที่ไม่ว่าจะข้างหน้าหรือข้างหลัง ขณะที่ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุคุณภาพชั้นเยี่ยม โดยตัวลำโพงทำจากอะลูมีเนียม ให้ความสวยงามและแข็งแรงไปพร้อมกัน ส่วนสายหิ้วทำจากหนังแท้ให้ความเรียบหรู

Earset
Beoplay P6

นอกจากนี้ Beoplay P6 ยังมาพร้อมการออกแบบปุ่มกดที่ใช้เพียงสัมผัสเดียว แต่สามารถควบคุมลำโพงได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เล่น-หยุด เพลง รับ-วางสายโทรศัพท์ แถมยังเรียกใช้ผู้ช่วยเสียง Voice Assistant หรือฟังก์ชั่นใหม่อย่าง ToneTouch ที่เป็นการกำหนด Equalizer Preset ล่วงหน้าในปุ่มเดียว ทำให้เรียกใช้งานได้ง่าย โดยมาพร้อมแบตเตอรี่สำหรับการใช้งานไร้สายได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มีให้เลือก 2 สี คือ Black และ Natural ในราคา 16,900 บาท

ด้านนางสาว ณัฐนันท์ กีรติกรยศนันท์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “COM7 เราคือ บริษัทที่ทำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที & Gadget ภายใต้ชื่อ brand Banana & Studio 7 ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เราจะเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าไอที และ Gadget อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับ lifestyle ยุค Digital

โดยเฉพาะ Gadget ในหมวดของ Premium Music ที่ COM7 เล็งเห็นถึงการพัฒนาของเทคโนโลยี และรูปแบบของสินค้า และการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง และเพื่อจะรองรับการขาย บริษัทฯ ได้ทำการคัดสรรช่องทาง และปรับรูปแบบร้านค้าให้ดูทันสมัยและพรีเมี่ยมมากขึ้น ทั้งร้านค้าในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด หัวเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะโลเคชั่นสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเช่นที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทีย เป็นต้น

โดยครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมมือกับบริษัทอาร์ ที บี ซึ่งเป็น Distributor ที่มีศักยภาพ ในการพัฒนาแบรนด์ต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย และยังเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกันมาเกือบ 10 ปี ซึ่ง 1 ในแบรนด์ ที่เติบโตเร็วมาก ในระยะ 1 ปี ที่ผ่านมา ก็คือแบรนด์ B&O เพราะทั้งคุณภาพในด้านของเสียง และวัสดุ รวมถึงดีไซน์ที่เรียบง่าย โดดเด่นและร่วมสมัย

และยังมีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 50 ปี จึงทำให้ทาง Com7 กับบริษัท อาร์ทีบีฯ มีความยินดี ในการเปิดตัวสินค้าสองรุ่นใหม่นี้ เพื่อส่งเสริมและต่อยอดความสำเร็จของบริษัท ภายใต้ ร้าน Studio7 ในการขายสินค้าที่มีคุณภาพในระดับพรีเมียมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

เปิดใจ​ “ธีรวุธ” ทำไมบราเดอร์ต้องขาย​ ‘ลำโพง’​

แม้ว่าภาพรวมความสำเร็จปีงบประมาณ 2560 (เมษายน 2560 – มีนาคม 2561) ของบราเดอร์จะสามารถสร้างการเติบโตได้สูงถึง 6% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณที่ผ่านมา และเติบโตสูงกว่าตลาดรวมของเครื่องพิมพ์ที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 3%
แต่ก็ยังเกิดคำถามขึ้นมาว่าในเมื่อมีการเติบโตของธุรกิจดีแล้ว ทำไมต้องมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเครื่องพิมพ์เข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติม
เรื่องนี้ ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้ว่าภาพรวมตลาดและการเติบโตของแต่ละผลิตภัณฑ์จะมียอดขายที่เติบโต และกลุ่มเครื่องพิมพ์ยังถือเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้สูงสุดให้แก่บราเดอร์
โดยมีสัดส่วนที่ 85% แต่การจะสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นและสร้างกำไรให้เพิ่มขึ้นนั้น จำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เสริมเข้ามาด้วย เพราะการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ใช่ยอดการเติบโตในแง่ของกำไรด้วย
ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่เสริมเข้ามาจึงเป็นตัวช่วยหนึ่งซึ่งทำให้กำไรเพิ่มขึ้น แต่บราเดอร์ก็เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีที่มาที่ไป ไม่ใช่สินค้าอะไรก็ได้
อย่างเช่นจักรเย็บผ้าที่เราคิดว่าบราเดอร์นำเข้ามาเสริมกับตลาดเครื่องพิมพ์
แต่ในความจริงแล้วบราเดอร์เป็นบริษัทผู้ให้บริการซ่อมและจัดหาชิ้นส่วนประกอบจักรเย็บผ้ามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 และเริ่มทำการผลิตจักรเย็บผ้าสำหรับอุตสาหกรรมในปี ค.ศ. 1936
บราเดอร์เริ่มขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยีที่บริษัทได้พัฒนาขึ้นผ่านทางการผลิตจักรเย็บผ้า ซึ่งรวมไปถึงเครื่องทอ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
และในปี ค.ศ. 1971 บราเดอร์ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องพิมพ์ดอตเมทริกซ์ความเร็วสูงเครื่องแรกของโลก ซึ่งถือว่าเป็นต้นตำรับเทคโนโลยีการพิมพ์ในปัจจุบัน
เครื่องพิมพ์ดอตเมทริกซ์ทำให้บราเดอร์ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ และในปี 1995 บราเดอร์เปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันระบบดิจิทัลเลเซอร์ (Laser Digital Multi-Function Centre – MFC)
เครื่องแรกที่รวมเอาฟังก์ชันเครื่องพิมพ์ การส่งเอกสาร และการทำสำเนาเข้าไว้ในเครื่องเดียว ซึ่งเครื่องจักรตัวใหม่นี้ถือเป็นการรวมเอาระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน และเป็นตัวช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจการพิมพ์ของบราเดอร์
ธีรวุธ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการจำหน่ายลำโพงนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่บราเดอร์เปิดตัวเครื่องโทรสาร “FAX-600” ใหม่ในตลาดสหรัฐและได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งผลักดันให้บราเดอร์ก้าวกระโดดเข้าสู่ยุคเครือข่ายและคอนเทนท์ โดยในปี 1992 บราเดอร์ได้ก่อตั้ง Xing Inc. เพื่อเข้าสู่ธุรกิจคาราโอเกะออนไลน์ในประเทศญี่ปุ่
โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการเผยแพร่คอนเทนท์และโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างขึ้นภายในนั่นเอง
ธุรกิจคาราโอเกะที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นนั้น เป็นระบบ Karaoke online รู้จักดีในชื่อ ร้าน Karaoke “Joy Sound” ซึ่งต่อมาได้ขยายตัวเพิ่มมีหลายสาขาในญี่ปุ่น
โดยต่อมา ในปี 2010 บริษัท Xing Inc ได้ควบรวมกับบริษัท BMB ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องเสียง Karaoke ที่มีชื่อเสียงมาก
สำหรับตลาดในเมืองไทยนั้น ก่อนหน้านี้มีบริษ้ท NPE ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องเสียง karaoke BMB แต่เน้นผลิตภัณฑ์ที่เจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็น Commercial ซึ่งในปี 2017 BMB ได้ออกผลิตภัณฑ์ karaoke รุ่นใหม่ออกมา
โดยเน้นกลุ่มลูกค้า Home use ซึ่งทาง Brother Thailand เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ จึงตัดสินใจทำตลาดตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปี 2017 ที่ผ่านมา
และแต่งตั้ง Distributor (ตัวแทนจำหน่ายหลัก) 2 ราย คือ VSTECS และ บริษัท NPE เพื่อช่วยในการทำตลาด
ซึ่งหลังจากการเปิดตัวเครื่องเสียงคาราโอเกะบีเอ็มบี (BMB) สู่ตลาดเมืองไทยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากโดยสินค้าในล็อตแรกขายหมดอย่างรวดเร็
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการนำสินค้าในล็อตสองเข้ามาจำหน่ายเพื่อตอบรับกำลังซื้อที่ยังมีอยู่อีกมากในไทย
ธีรวุฒิ กล่าวว่า สำหรับการทำตลาดในปี 2018 นั้นบราเดอร์ได้กำหนดกลยุทธ์หลัก 3 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 1.การเดินหน้ารุกตลาดในกลุ่มธุรกิจองค์กรและราชการดังเช่น 2 ปีที่ผ่านมา
2.รุกหนักในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยจะเน้นเจาะเข้าไปยังกลุ่มโรงพยาบาลและสถาบันการศึกษา ซึ่งนอกจากจะขยายตลาดสู่จังหวัดเศรษฐกิจหลักแล้ว ยังเดินตามรอยนโยบายภาครัฐขยายไปสู่ 55 จังหวัดหัวเมืองระดับรองด้วย
เนื่องจากคาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าไปสู่จังหวัดเหล่านั้นด้วย ซึ่งบราเดอร์จะจับมือดีลเลอร์กว่า 200 รายทั่วประเทศ นำเสนอโซลูชันผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขาย
และ 3.ธุรกิจออนไลน์ จับมือกับตัวแทนจำหน่ายเพื่อพัฒนาสู่การขายผ่านระบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนไทยในยุคปัจจุบัน
ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ดีลเลอร์หลายรายจะยังปรับตัวไม่ทัน แต่บราเดอร์จะทำการเข้าไปช่วยเหลือให้มากขึ้น
“ปีนี้ถ้ามองในตลาดพรินที่ไอดีซีโตแค่ 2% แต่เรามองว่าเศรษฐกิจดีขึ้น และที่ผ่านมาเอกชนก็ปรับตัวมาพอสมควรแล้ว เงินบาทแข็งค่า ตลาดหุ้นก็สูงกว่า 1800 จุด จึงเป็นทิศทางที่ค่อนข้างดี
โดยตั้งเป้าการเติบโตในปีงบประมาณ 2018 ไว้ที่ 6% ซึ่งบราเดอร์จะยังคงเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการนำเสนอสินค้าที่ออกแบบสำหรับตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ มีการตั้งราคาที่เหมาะสม และมีบริการหลังการขายที่โดดเด่น”
การสร้างกำไรเพิ่มเติมจากธุรกิจหลัก จึงเป็นคำตอบที่น่าสนใจสำหรับการจำหน่ายลำโพงของบราเดอร์ และถ้าหากย้อนดูให้ดี ประวัติของแบรนด์นี้ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย
และผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายอยู่นี้ ล้วนมีที่มาที่ไป แบบที่เรียกได้ว่าถ้ามองเผินๆ อาจจะรู้สึกเฉยๆ กับธุรกิจ แต่ถ้าย้อนประวัติกันดีๆ งานนี้ต้องมีกดว๊าวกันเลยทีเดียว

อาร์ทีบี ส่งหูฟังระดับตำนาน 2 รุ่น “ออดิโอเทคนิก้า” แบบ Limited Edition ลุยตลาดท้ายปี

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย เดินหน้าสร้างสีสันให้ตลาดหูฟังอีกครั้ง ด้วยการอวดโฉมสี Limited Edition จากแบรนด์ออดิโอ เทคนิก้า (Audio Technica) จาก 2 รุ่นที่เป็นนวัตกรรมสุดยอดของแบรนด์ คือ ATH-M50x Red และ ATH-MSR7SE รุกตลาดเอาใจแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อย่างเต็มอิ่ม

โดยหูฟังทั้ง 2 รุ่นนี้ ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ ผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีด้านเสียงดนตรีขั้นสูงของออดิโอ เทคนิก้าอย่างครบถ้วน เพื่อให้ได้นวัตกรรมหูฟังรุ่นพิเศษที่มีความโดดเด่น ทั้งสีสัน รูปลักษณ์การออกแบบที่หรูหรา และการถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดสมจริงใกล้เคียงกับเสียงที่อัดมาจากต้นฉบับเลยทีเดียว

สำหรับ ATH-M50x Red นับเป็นหูฟังแบบ Full size ระดับยอดนิยมในกลุ่ม Monitoring ออดิโอ เทคนิก้า ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการได้ยินทุกรายละเอียดและความเป็นธรรมชาติของเสียงเพลง หรือต้องการใช้งานอัดเสียงในสตูดิโอระดับมืออาชีพ เนื่องจากความโดดเด่นของระบบเสียงสุดคมชัด โดยไม่ปรุงแต่งย่านเสียงต่างๆ ทำให้ได้รายะเอียดของเสียงที่สมดุลครบเครื่องในทุกย่านเสียงและพลังเสียงเบสที่นุ่มลึก

พร้อมกับไดร์ฟเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ 45 มิลลิเมตร ช่วยให้การถ่ายทอดเสียงมีความชัดเจนและสมจริงเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับต้นฉบับเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ATH-M50x Red ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบสุดเรียบหรูด้วยดีไซน์ตัวเครื่องสีแดงตัดกับสีทอง ขณะที่ตัวหูฟังผลิตจากวัสดุพลาสติกขึ้นรูปชั้นเยี่ยมพร้อมที่ครอบหูเกรดเดียวกับหูฟังมืออาชีพ ให้ความสบาย ทำให้สามารถใส่ฟังเพลงได้เป็นเวลานานโดยไม่เจ็บหู

และช่วยให้ได้ยินเสียงเพลงคมชัดทุกรายละเอียด ไม่โดนรบกวนจากเสียงภายนอก ทั้งยังทนทาน สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าและหมุนได้ 90 องศา อีกทั้งสายหูฟังยังสามารถถอดออกได้ จึงเหมาะกับการพกพาใช้งานเมื่อเดินทางได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

มาพร้อมกับสายหูฟังถึง 3 เส้นให้เลือกตามการใช้งาน ได้แก่ สายขด 3 เมตร, สายตรง 3 เมตร และ สายตรง 1.2 เมตร โดย ATH-M50x Red พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 7,290 บาท

ขณะที่ ATH-MSR7SE เป็นสุดยอดนวัตกรรมหูฟังรุ่นพิเศษที่ได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีด้านเสียงต่อยอดจากความสำเร็จของหูฟังรุ่น ATH-MSR7 ที่ได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆมากมาย โดยเป็นหูฟังแบบครอบหูที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ล่าสุด ด้วยอลูมิเนียมชั้นเยี่ยม สีน้ำเงินเมทัลลิคเข้มตัดกับสีทองอ่อน ซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีความสวยงามโดดเด่นและหรูหราอย่างมาก

พร้อมหูฟังหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์สีน้ำตาลบุภายในด้วยเมมโมรีโฟมขึ้นรูปให้เข้ากับรูปทรงใบหูมากขึ้น ทำให้เกิดความคมชัดของเสียงย่านต่ำอย่างชัดเจน และป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก

นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเสียงคุณภาพใหม่ล่าสุดของ ATH-SR9 เข้ามาอยู่ในหูฟังตัวนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ไดร์ฟเวอร์ขับเสียง True Motion Drivers ขนาด 45 มิลลิเมตร ที่มาพร้อมไดอะแฟรมใหม่แบบ Diamond-like Coated (-DLC) ทำให้เสียงแน่น สามารถตอบสนองสัญญาณเสียงรวดเร็วยิ่งขึ้นและลดความเพี้ยนของเสียง

และยังทำการตอบสนองในย่านเสียงสูงที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการฟังเพลงแบบ hi-res ในอุปกรณ์ฟังเพลงแบบพกพา หรือโทรศัพท์มือถือ ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมกับสายพรีเมี่ยมทำจากทองแดง 6N-OFC (99.9999% Oxygen-free Copper) ความยาว 1.2 เมตร ซึ่งช่วยลดสัญญาณรบกวนทำให้เสียงมีความแม่นยำและคมชัดยิ่งขึ้น

ส่วนตัวหูฟังทำจากอลูมีเนียม ทำให้มีน้ำหนักเบาเพียง 290 กรัมเท่านั้น พร้อมกับมีไมโครโฟนและรีโมทเพื่อใช้งานเป็น Small Talk ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย โดย ATH-MSR7SE พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 9,900 บาท

สำหรับคอหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สนใจสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดของสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) รุ่น Limited Edition ทั้ง 2 รุ่นใหม่ล่าสุดได้แล้ววันนี้

ที่ มั่นคงแก็ดเจ็ท (เปิดตัวที่สาขาพารากอน วันที่ 1 -3 ธันวาคม 2560), ร้าน Audio Visual “ซาวน์พรู๊ฟบราเธอร์ และ โปรปลั๊กอิน” รวมถึงร้านค้าออนไลน์ เมอร์คูล่าร์ และ แก็ดเจ็ตไทย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

แอลจี เผยโฉมซาวด์บาร์พรีเมียม 6 รุ่นใหม่ ตอบสนองทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน

แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) เผยโฉมพรีเมียมซาวด์บาร์ 6 รุ่นใหม่ เทียบชั้นระดับโรงภาพยนตร์ชั้นเลิศจาก LG SOUND Bar ลำโพงไร้สายที่ช่วยเสริมสร้างความบันเทิงภายในบ้านอย่างเต็มอรรถรส ตอบสนองฟีเจอร์การใช้งานที่หลาก

นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า LG SOUND Bar เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของกลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของแอลจี ที่ช่วยให้การรับชมความบันเทิงภายในบ้านสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ยกระดับความสุขของสมาชิกในครอบครัวยิ่งขึ้น ดังสโลแกน Life’s Good ของเรา และแอลจีก็ยังคงมุ่งมั่นคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น ดังแนวคิด นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า”

โดยลำโพง LG SOUND Bar แบบไร้สายนอกจากจะมาพร้อมคุณภาพเสียพรีเมียมแล้ว ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานง่าย สะดวกสบาย สมาชิกทุกคนภายในบ้านจึงสามารถสนุกสนานกับความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างทั่วถึง ยิ่งไปกว่านั้น แอลจียังใส่ใจในเรื่องการออกแบบให้สินค้าเหมาะสมกับผู้ใช้งาน โดยมี LG SOUND Bar ให้เลือก 6 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ด้านลิเดีย ศรัณย์รัชย์ เปิดเผยว่า ในฐานะศิลปินคนหนึ่ง ลิเดียมองว่าเสียงหรือดนตรีเป็นภาษาสากลที่สื่อสารระหว่างกันได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศใด วัยไหน หรือเชื้อชาติอะไร โดยเสียงเพลงสามารถช่วยปลดปล่อยความรู้สึกที่เราอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรือพูดภาษาอะไร คุณก็บอกได้ว่าเพลงไหนสื่อถึงความสุขหรือความเศร้า

“ลิเดียยังเชื่อว่าเสียงดนตรีช่วยด้านพัฒนาการของเด็ก สังเกตว่ามนุษย์เราร้องเพลงกล่อมลูกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งสิ่งนี้เป็นพฤติกรรมที่มาจากสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง ทำให้เรียนรู้ได้ว่าเด็กสามารถสัมผัสและเรียนรู้จากเสียงรอบๆ ตัวเขาได้ เวลาพักผ่อนอยู่บ้าน ลิเดียจึงชอบเปิดเพลงเพื่อช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของน้องดีแลนและยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายสำหรับทุกคนในบ้านไปพร้อมๆ กัน”

แอลจี

ทั้งนี้ LG SOUND Bar รุ่นใหม่ล่าสุด ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของแอลจีในฐานะผู้นำเทคโนโลยีโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม และยังเป็นการนำเสนอนวัตกรรมแห่งสุนทรียภาพเหนือระดับแบบไร้สาย ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย

อาทิ ระบบเสียงดอลบี แอทโมส (Dolby Atmos) ที่มอบคุณภาพเสียงแบบ 3 มิติเทียบชั้นโรงภาพยนตร์ระดับเวิลด์คลาส การเชื่อมต่อการใช้งานสะดวกสบายผ่านฟีเจอร์ LG Sound Sync ระบบสัญญาณบลูทูธ ฟีเจอร์ 4K pass-through ที่ช่วยรักษาคุณภาพของเสียงขณะถ่ายทอดสัญญาณจากอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น

LG SOUND Bar มี 6 รุ่นให้ได้เลือกสรรตามความชื่นชอบ ได้แก่ รุ่น SJ9 โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีดอลบี แอทโมส (Dolby Atmos), รุ่น SJ8 ดีไซน์บางเฉียบเพียง 38 มิลลิเมตร พร้อมคุณภาพเสียงแบบ Hi-Res, รุ่น SJ7 รูปแบบ Flexible Design เลือกจัดวางได้หลากหลาย และทำงานแยกกันได้อย่างอิสระ, รุ่น SJ5 และ SJ4 แสดงคุณภาพเสียงระดับ 4K

สุดท้ายกับ SJ3 ที่ใช้งานง่าย สามารถเชื่อมต่อการใช้งานสะดวกสบายผ่านฟีเจอร์ LG Sound Sync ทั้ง 6 รุ่นพร้อมให้ผู้รักพลังเสียงเพื่อความบันเทิงได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศหรือที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757 หรือ www.lg.com/th พร้อมสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ จากแอลจีได้ทาง

เมนทาแกรมขยายไลน์หูฟัง ส่ง skullcandy กรุยทาง พร้อมกัน 4 รุ่นใหม่

เมนทาแกรม ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายหูฟังแบรนด์ Skullcandy จากสหรัฐอเมริกา ขนทัพสินค้า 4 รุ่นใหม่ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลง ทั้งกลุ่มวัยรุ่น คนทำงานรุ่นใหม่ และชื่นชอบการออกกำลังกาย ชูแบตเตอรี่ยาวนาน พร้อมสารป้องกันแบคทีเรีย และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อต้นแบบ วัสดุคุณภาพสูง คุณภาพเสียงหนักแน่น ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดอย่างน้อย 3% ในปี 2560

นายชนภัฏ จาตุรงคกุล กรรมการและผู้บริหารด้านการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท เมนทาแกรม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้นำเข้าและจัดจำหน่ายหูฟังคุณภาพ แบรนด์ Skullcandy จากประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อขยายฐานแบรนด์สินค้าในกลุ่มบริษัทให้ครอบคลุมตลาดมากขึ้น

 

โดยได้นำเข้าหูฟังรุ่นใหม่ของ Skullcandy เปิดตัว Highlight 4 รุ่น รองรับกลุ่มผู้ใช้งานตามไลฟ์สไตล์ ด้วยคุณภาพและจุดเด่นด้านเทคโนโลยีไร้สาย บลูทูธ ( Bluetooth ) พร้อมคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้งาน ประกอบด้วย รุ่น

เมนทาแกรม
Crusher Wireless

ซึ่งมีจุดเด่นที่เทคโนโลยี Stereo Haptic Bass แยก Dual Driver เพื่อให้คนรักเบสได้รับสัมผัสเสียงเบสแบบเต็มๆ สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องกว่า 40 ชั่วโมง

หูฟังรุ่น Grind Wireless กับรางวัล Editor’s Choice จาก PC Mag.com ออกแบบอย่างมีสไตล์ สวมใส่สบาย ทนทาน และกลุ่มหูฟังเพื่อคนรักการออกกำลังกายทั้งในรุ่น XTfree และ Method Wireless ที่สามารถสวมใส่ได้กระชับ กันเหงื่อและละอองน้ำ พร้อม Pureclean Tech เคลือบสารกันการจับตัวของคราบเหงื่อและไขมัน

เมนทาแกรม
Grind Wireless

เมนทาแกรม ถือเป็นน้องใหม่ในการจัดจำหน่ายสินค้าประเภทหูฟัง แต่เรามีประสบการณ์ในวงการ Gadget มากว่า 7 ปี ทำให้เราเล็งเห็น โอกาสและความท้าทายจากแนวโน้มการใช้งานมือถือสมาร์ทโฟนที่เพิ่มมากขึ้น ผนวกเข้ากับกระแสนิยมการฟังเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

บวกกับการเข้ามาเปิดตัวแอปพลิเคชันความบันเทิงต่างๆ ผ่านทางสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็น Line TV , Netflix ซึ่งเป็นผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ และการรุกตลาดไทยของ Spotify ผู้ให้บริการมิวสิคสตรีมมิ่ง ชื่อดัง ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยทำให้ตลาดหูฟัง ขยายตัวและเติบโตมากขึ้น

ขณะเดียวกันปัจจัยด้านเทคโนโลยีหูฟังที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบมาให้มีความทันสมัยและคุณภาพดีมากขึ้น ให้สามารถรองรับกับความต้องการไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผู้คนนิยมดูหนัง ฟังเพลงผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และแท็ปเล็ตมากขึ้น ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะมาช่วยผลักดันตลาดให้เติบโตมากขึ้นด้วย

เมนทาแกรม
XTfree ACTIVE WIRELESS WITHOUT THE WEIGHT

โดยจากการสำรวจตลาด Global-Headphone-Market-Strategic-Assessment-and-Forecast คาดการณ์ว่าจะมีการผลิตและจัดส่งอุปกรณ์หูฟังแบบฝังในหู จำนวนกว่า 250 ล้านชิ้น ภายในปี 2022 และคาดว่าจะมีการเติบโตในแง่ของรายได้ เฉลี่ย 7.8% ต่อปี

“เราต้องการสร้างประสบการณ์ฟังเพลงที่ดีมีคุณภาพให้กับผู้บริโภคไทย บวกกับความเชี่ยวชาญและด้วยประสบการณ์การทำตลาดมาอย่างยาวนาน เราเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค โดยบริษัทเน้นเจาะ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มวัยรุ่น (Teenage Lifestyle) กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ (Executive Lifestyle) และกลุ่มผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย (Fitness & Sport)

ด้วยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ Skullcandy แบรนด์ชั้นนำระดับโลก จากสหรัฐอเมริกา ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 (ค.ศ.2003) เป็นแบรนด์ที่คิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องหลังจากการรับสายจากโทรศัพท์มือถือ บริษัทเมนทาแกรม จึงมั่นใจว่า Skullcandy จะสามารถเติบโตและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้อย่างดี

เมนทาแกรม
Method Wireless

อีกทั้งเมนทาแกรมยังได้ทุ่มงบประมาณกว่า 10% ของรายได้เพื่อโปรโมทสินค้า โดยเริ่มจัดทำแคมเปญ #Stayloud ด้วยการเตรียมทำงานร่วมกับ ดีไซน์เนอร์ ศิลปิน นักร้อง และดีเจชื่อดัง เพื่อให้ผู้นิยมชื่นชอบในเสียงเพลงชาวไทยทั่วประเทศให้ได้สนุกไปกับหูฟัง Skullcandy ซึ่งสามารถติดตามได้จากแฟนเพจ www.facebook.com/skullcandythailand ช่องทาง Social media อาทิ IG , [email protected] , Twitter @SkullcandyTH หรือ แฮชแท็ก #SkullcandyTH #StayloudTH

นอกจากนี้ยังได้เปิดจุดสาธิตและทดลองใช้งานพร้อม Exclusive Playlist จาก TrueID Music App นอกจากนี้ Skullcandy ยังได้เปิดสตูดิโอของ โรงเรียน Kreatah Dj Skool เพื่อให้ลูกค้าได้ลองและเรียนรู้ประสบการณ์การเป็นดีเจด้วย

โซนี่ ไทย พาสาวก Extra Bass บินร่วมงาน Ultra Singapore เทศกาลดนตรี EDM ระดับโลก

โซนี่ ไทย จัดกิจกรรมสุดฮิปพาลูกค้าผู้โชคดีที่ได้ซื้อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหูฟัง และลำโพง Extra Bass และได้ลงทะเบียนเข้าร่วมสนุกในกิจกรรม “RELIEVE THE ULTRA EXPERIENCE by Sony EXTRA BASS™” ผ่านทางเว็บไซท์ https://goo.gl/7Afuob จำนวน 10 ท่าน บินลัดฟ้าไปสนุกสนานกับเทศกาลดนตรี EDM ระดับโลก

ในงาน Ultra Singapore ซึ่งจัดขึ้นที่ Ultra Park ที่ Bayfront Avenue เป็นเวลา 2 วัน 2 คืน โดยมี “ดีเจภูมิ” ร่วมเดินทางไปให้ความบันเทิง และสร้างสีสันสุดมันตลอดทั้งทริป โดยในปีนี้ SONY’S EXTRA BASS™ ได้เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการสำหรับงานเทศกาลดนตรี EDM ระดับโลก อาทิ ULTRA SINGAPORE, ULTRA KOREA, ROAD TO ULTRA PHILIPPINES และ ROAD TO ULTRA TAIWAN เป็นต้น

ภายในงาน Ultra Singapore โซนี่ยังได้จัดเตรียมกิจกรรม และความบันเทิงที่หลากหลายให้แก่แฟน โซนี่ และสาวก Ultra Music Festival ที่เดนทางมาจากหลากหลายประเทศ ได้ร่วมสนุกและรับประสบการณ์บันเทิงจากทั้งจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Extra Bass ของโซนี่ และกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ มากมาย

นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดียิ่งสำหรับการพบปะเพื่อนใหม่ที่ชื่นชอบแนวดนตรีเดียวกัน ซึ่งลูกค้าโซนี่ยังได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าพักผ่อนที่โซนพิเศษ พร้อมเครื่องดื่ม ร่วมเล่นเกม และกิจกรรมสันทนาการ โดยเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงจากดีเจชื่อดังตลอดทั้งงาน

ทั้งนี้ สามารถติดตามรับชมสุดยอดประสบการณ์ดนตรี EDM ระดับโลก และบรรยากาศสุดพิเศษภายในงาน Ultra Singapore ได้ที่ https://youtu.be/fczdELH0nHM

อาร์ทีบีฯ พร้อมส่งลำโพงขนาดเล็ก Beoplay P2 จาก B&O Play เจาะกลุ่มนักเดินทาง

อาร์ทีบี เทคโนโลยี รุกตลาดมิวสิคอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งลำโพงไร้สายคุณภาพแบบพกพาขนาดเล็ก Beoplay P2 จาก B&O Play ที่มาพร้อมกับการดีไซน์เรียบหรูและทันสมัยสไตล์สแกนดิเนเวียน พร้อมอัดแน่นด้วยคุณภาพเสียงสุดคมชัดมาตรฐาน Bang & Olufsen Signature Sound

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นเสริมสำหรับนักเดินทาง เช่น การตั้งนาฬิกาปลุกด้วยเสียงเพลง หรือป้องกันละอองน้ำและฝุ่นละออง เพื่อให้คุณสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว

นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์ระบบสัมผัสติดตั้งไว้ที่บริเวณลำโพงด้านหน้า เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมลำโพงได้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเพลงด้วยการแตะติดกันสองครั้งเพื่อเล่น หยุดเพลง หรือรับสายเรียกเข้า และเขย่าเพื่อเลื่อนเพลงต่อไป หรือปฏิเสธสายเรียกเข้า และหากต้องการปรับค่าการแตะและเขย่าให้ใช้เป็นการควบคุมอื่น ก็สามารถตั้งค่าผ่านแอพพลิเคชั่น B&O PLAY ทั้งระบบ iOS และ Android

Beoplay P2

ขณะที่ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุชั้นดีระดับ B&O PLAY ไม่ว่าจะเป็นอะลูมิเนียมแบบพรีเมี่ยม ที่มีความทนทาน และให้เสียงชัดกระจ่างใส และสายคล้องข้อมือหนังแท้ โดยมาพร้อมแบตเตอรี่สำหรับเล่นเพลงได้สูงสุดต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงต่อรอบการชาร์จ น้ำหนักเบาเพียง 275 กรัม ทำให้สะดวกต่อการใช้งานและง่ายต่อการพกพา

ผู้สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์คุณภาพเสียงสุดคมชัดของ “Beoplay P2” ได้แล้ววันนี้ในราคา 7,890 บาท มี 3 สี คือ Black , Royal Blue และ Sand Stone สามารถหาซื้อได้ที่ IStudio, .life, Siam Discovery, Jaymart, Munkong Gadget, Betrend, Power Mall, Lazada ในสาขาที่ร่วมรายการ และร้านค้าชั้นนำอื่นๆ หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

อาร์ทีบีฯ ผนึก B&O PLAY บุกตลาดหูฟังและลำโพงพรีเมี่ยม หวังดันยอดขายเติบโต 30%

อาร์ทีบีฯ กางแผนธุรกิจปี 2560 มั่นใจตลาดอุปกรณ์เสริม หรือ โมบาย ไลฟ์สไตล์กลับมาสดใส เตรียมแผนการตลาดเชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ ล่าสุดเดินหน้าผนึกกำลังแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดในการผลิตเครื่องเสียงแบรนด์ดังและเก่าแก่ที่สุดในโลกจากประเทศเดนมาร์กอย่าง “B&O PLAY” เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หูฟังและลำโพงอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

พร้อมส่งคอลเลคชั่น “Spring & Summer 2017 Limited Edition” อย่าง Beoplay A1 ซึ่งเป็นลำโพงรุ่นยอดนิยมโดยมีวางจำหน่ายเฉพาะที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่เพียง 60 ตัวเท่านั้น และพร้อมกันนี้ ยังเปิดตัวลำโพงเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Beoplay P2 มาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ของลำโพงพกพาขนาดเล็ก ที่ให้ทั้งสุดยอดคุณภาพเสียงมาตรฐาน B&O PLAY ดีไซน์เรียบหรูตามสไตล์เดนมาร์กภายใต้ขนาดที่เล็กพอที่จะพกพาไปทุกที่ หวังโกยยอดขายปีนี้เติบโตที่ 30%

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวถึงทิศทางของตลาดอุปกรณ์เสริม หรือ โมบาย ไลฟ์สไตล์ (Mobile Lifestyle) ในเมืองไทยว่า ในปี 2560 ภาพรวมของตลาดเริ่มมีทิศทางเติบโตดีขึ้น หลังจากตลาดซบเซาต่อเนื่องกันมา 2-3 ปี โดยคาดการณ์ว่าตลาดรวมอุปกรณ์เสริม หรือ โมบาย ไลฟ์สไตล์ (Mobile Lifestyle) จะเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับปีนี้อาร์ทีบีฯ ตั้งเป้ายอดขายรวม 300 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% โดยในส่วนของตลาดหูฟังบลูทูธมียอดจำหน่ายคิดเป็นสัดส่วน 50% จากตลาดรวม 250 ล้านบาท ซึ่งทำให้อาร์ทีบีฯ เป็นอันดับ 1 ในตลาดหูฟังบลูทธูติดต่อกันมาหลายปีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดหูฟังบลูทูธกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัจจุบันหูฟังรุ่นใหม่ๆ จะเพิ่มฟังก์ชั่นบลูทูธเข้ามาแทบจะทุกรุ่น เพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้าในปัจจุบัน

“ในฐานะผู้นำด้านการจัดจำหน่ายอุปกรณ์เสริมและสินค้า Connected Device อาร์ทีบีฯ จึงต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง เราคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนไปจากการขยายตัวของเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยเฉพาะ Internet of Things (IOTs) ที่ทำให้อุปกรณ์แก็ดเจ็ทต่างๆ สามารถใช้งานได้ง่ายและเชื่อมโยงกับอินเตอร์เน็ต ทั้งยังส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้อาร์ทีบีฯ ได้วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ จะมุ่งทำตลาดเชิงรุกมากขึ้นเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผนึกกำลังกับแบรนด์ระดับโลกที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อนำเสนอนวัตกรรมที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ให้ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ที่กำลังเติบโต

โดยล่าสุดอาร์ทีบีฯ ได้จับมือกับ บี แอนด์ โอเพลย์ หรือ B&O Play ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก ที่มีต้นกำเนิดจากแบรนด์ระดับตำนานของโลก แบงก์ แอนด์ โอลาฟเซ่น (Bang & Olufsen) นำสุดยอดนวัตกรรมและดีไซน์หูฟังและลำโพงมาทำตลาด

โดยเชื่อว่าการรุกจับมือกับแบรนด์ชั้นนำในครั้งนี้จะทำให้อาร์ทีบีฯ สามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้นไปยังกลุ่มที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงโดยเฉพาะคอเพลงที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟและชื่นชอบดีไซน์”

วิมลมาลย์ วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า บี แอนด์ โอ เพลย์ ซึ่งอยู่ภายใต้ แบงก์ แอนด์ โอลาฟเซ่น หรือ Bang & Olufsen (B&O) เป็นแบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จากประเทศเดนมาร์กที่ประสบการณ์มามากถึง 90 ปี

โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การสร้างสรรค์คุณภาพเสียงดนตรีสุดคมชัดและสมจริงอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานกับการผลิตด้วยวัสดุชั้นเยี่ยมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ เน้นความเรียบหรู และอมตะ

B&O PLAY

โดยการเปิดตลาดในครั้งนี้อาร์ทีบีฯ ได้ส่งคอลเลคชั่นรุ่นยอดนิยมอย่าง “Spring/Summer 2017” ซึ่งเป็นรุ่น Limited Edition ของลำโพง Beoplay A1 ที่มีวางจำหน่ายเพียง 60 ตัวที่สยามดิสคอฟเวอรี่เท่านั้น และลำโพงรุ่นเล็กแต่ทรงพลังทั้งด้านเสียง ดีไซน์ และฟังก์ชั่นอย่าง Beoplay P2 เพื่อเอาใจคนรักเสียงเพลงคุณภาพ และหลงใหลในดีไซน์

“จากประสบการณ์ที่อาร์ทีบีฯ ทำธุรกิจในตลาดนี้มามากกว่า 10 ปี เราพูดได้เลยว่าแบรนด์ B&O PLAY เป็นสินค้าที่มีความเป็นไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบของตัวสินค้า หรือการสื่อสารทางการตลาดต่างๆ B&O PLAY จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทั้งด้านการใช้งานสินค้า ไลฟ์สไตล์ และด้านความรู้สึก ซึ่งสะท้อนออกมาในสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า Make Beautiful Music”

สำหรับ Beoplay A1 เป็นลำโพงบลูทูธไร้สายที่มีขนาดกะทัดรัด ที่ทรงพลัง โดยมาพร้อมดีไซน์เรียบหรู และมีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกับลำโพงใดๆ ด้วยตัวเครื่องเป็นวงกลมแบน เพื่อวางบนโต๊ะ เพื่อให้เสียงได้รอบ 360 องศา

ด้านบนมีสายห้อยพร้อมสัญลักษณ์ B&O PLAY สำหรับแขวนไว้ในจุดต่างๆ ได้ ถัดจากสายห้อยจะมีปุ่มฟังก์ชั่นสำหรับใช้งานในการเชื่อมต่อบลูทูธ ปรับระดับเสียง และไมค์โครโฟนสำหรับสนทนา

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมคุณสมบัติป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ รวมถึงระบบ Digital Signal Processing ที่ช่วยลดการผิดเพี้ยนของเสียงขณะเร่งเสียงดังอีกด้วย โดยลำโพง Beoplay A1 สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องได้ถึง 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จผ่านสาย USC-C 1 ครั้ง

อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับแอ็พฯ B&O PLAY เพื่อปรับจูนเสียงตามความชอบ หรือเพื่อเชื่อมต่อลำโพง Beoplay A1 2 เครื่องพร้อมกันให้เล่นเป็นลำโพงระบบสเตอริโอ เพื่อใช้ดูหนัง และฟังเพลงให้ได้เต็มอรรถรส

หรือเชื่อมในระบบ amplifier เพื่อให้ลำโพงสองตัว สามารถเล่นเพลงเดียวกันได้จากคนละจุดในบ้าน ในส่วนของวัสดุผลิตจากอะลูมิเนียม ให้ความเรียบ สวยงาม และความแข็งแรงไปพร้อมๆ กัน โดยคอลเลคชั่นพิเศษมีให้เลือก 3 สี คือ สี Tangerine red สี Sand Stone และสี Charcoal Sand ในราคา 10,500 บาท

ส่วน Beoplay P2 เป็นลำโพงบลูทูธพกพาขนาดเล็กเท่าฝ่ามือที่มาพร้อมกับการดีไซน์ที่เหนือชั้น ด้วยสไตล์การออกแบบที่เรียบง่ายแต่โฉบเฉี่ยวทันสมัย พร้อมอัดแน่นด้วยคุณภาพเสียงสุดคมชัด ทรงพลังเกินตัว นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้รองรับทุกสภาพอากาศทั้งการกันละอองน้ำและฝุ่นละออง เพื่อให้คุณสามารถจะพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว

มีเซ็นเซอร์ระบบสัมผัสติดตั้งไว้ที่บริเวณลำโพงด้านหน้า เมื่อผู้ใช้งานแตะติดกันสองครั้งหรือเขย่าจะเป็นการควบคุมการเล่นเพลง นอกจากนั้นสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ตั้งนาฬิกาปลุกได้ โดยตั้งค่าต่างๆ ผ่านแอพของ B&O PLAY ขณะที่ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอะลูมินั่ม ทำให้มีความทนทาน และให้เสียงชัดกระจ่างใส โดยมาพร้อมแบตเตอรี่สำหรับเล่นเพลงได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงต่อรอบการชาร์จ มีให้เลือก 3 สี ในราคา 7,890 บาท

สำหรับลำโพงทั้งสองรุ่นนี้ พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ โดยรุ่น Beoplay A1 คอลเลคชั่นมีเพียง 60 ตัวเท่านั้น!! พร้อมกันนี้ อาร์ทีบีฯ ยังมีผลิตภัณฑ์หูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ของ B&O PLAY มาอวดโฉมอีกหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบ Headphone อย่าง Beoplay H4, H7, H8 และ H9 หูฟัง In-ear แบบมีสายรุ่น Beoplay H3 H3ANC

หูฟัง In-ear แบบบลูทูธ สำหรับออกกำลังกายยอดนิยมอย่าง Beoplay H5 หรือลำโพงไร้สาย Beoplay A2 Active นอกจากนั้น พร้อมจะส่งสินค้ารุ่นใหม่ๆตามเข้ามาอีกมากมายในตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ไฮเอนด์กลุ่มนี้ยิ่งขึ้นด้วย

นายอเล็กซ์ ชาน ผู้จัดการทั่วไป ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงชั้นนำระดับโลกภายใต้แบรนด์ แบงก์ แอนด์ โอลาฟเซ่น หรือ Bang & Olufsen (B&O Play) กล่าวว่า “ด้วยนโยบายของบริษัทที่ต้องการขยายตลาดผลิตภัณฑ์หูฟังและลำโพงของแบงก์ แอนด์ โอลาฟเซ่น หรือ Bang & Olufsen (B&O) ให้ครอบคลุมในประเทศต่างๆ มากขึ้น

ล่าสุดบริษัทจึงได้แต่งตั้งให้ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หูฟังและลำโพงอย่างเป็นทางการในประเทศไทย (Exclusive Distributor) เนื่องจากเล็งเห็นว่าอาร์ทีบีฯ มีความเชี่ยวชาญในด้านนวัตกรรมหูฟังและลำโพงคุณภาพ

พร้อมทั้งมีความแข็งแกร่งด้านการตลาดและช่องทางจัดจำหน่าย โดยมั่นใจว่าการร่วมเป็นพันธมิตรในครั้งนี้จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในเมืองไทยมากยิ่งขึ้น”

คลิปข่าว

โซนี่ไทยเผยโฉมผลิตภัณฑ์ Extra Bass ใหม่ล่าสุด ชูแนวคิด Relive New Experience Of Sound ขยายฐานคอเพลงแดนซ์

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ยังคงเดินหน้ารุกตลาดหูฟัง และลำโพงไร้สายขนาดพกพา รวมถึงชุดเครื่องเสียงให้ความบันเทิงในบ้านภายใต้แนวคิด Relive New Experience of Music ตอกย้ำจุดยืนการเป็นผู้นำเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ออดิโอ พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลงอย่างต่อเนื่อง และขยายฐานคนรักเสียงเพลงคุณภาพให้กว้างขึ้น

ครั้งนี้ โซนี่ได้เปิดตัวสุดยอดผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงพกพาในกลุ่ม Extra Bass ทั้งในกลุ่มหูฟัง และลำโพงไร้สายบลูทูธ จำนวนกว่า 7 รุ่น ซึ่งเพิ่งเปิดตัวล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในงาน CES 2017 ซึ่งจัดขึ้นที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา มุ่งสร้างปรากฎการณ์ใหม่แห่งการฟังเพลงกับพลังเสียงที่หนักแน่นคมชัดด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน

เพื่อตอบสนองคอเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ แด๊นซ์ มิวสิค หรือ EDM โดยเฉพาะ รวมถึงผลิตภัณฑ์ Sport Walkman ที่โดดเด่นมีสไตล์สำหรับผู้ชื่นชอบการฟังเพลงระหว่างการออกกำลังกาย กันเหงื่อ กันน้ำ รวมทั้งเพิ่มฟังก์ชั่น Ambient Sound ให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงไปพร้อมกับได้ยินเสียงจากภายนอกเพื่อความสะดวกปลอดภัยในการใช้งาน

รวมทั้งชุดเครื่องเสียงเพื่อความบันเทิงภายในบ้าน Sound Bar รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ไซส์มินิ สามารถจัดวางได้ในพื้นที่จำกัด แต่ให้พลังเสียงเต็มพลังในระดับไฮเรสออดิโอ ให้ประสบการณ์รับชมภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอรรถรสยิ่งขึ้น ด้วย “Sofa Mode“

โซนี่มาพร้อมความมั่นใจ ที่จะเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภค และสร้างสีสันให้ตลาดเครื่องเสียงทั้งในกลุ่มพกพา และความบันเทิงในบ้านในตลาดประเทศไทยให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มร. ซูนาโอะ ซากาตะ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บ. โซนี่ ไทย จ.ก. เปิดเผยว่า โซนี่มีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการฟังเพลงคุณภาพสูงให้แก่ลูกค้าภายใต้แนวคิด “Relive New Experience of Music” ด้วยการสร้างสรรค์และพัฒนาเทคโนโลยีด้านเสียงด้วยความเชี่ยวชาญอย่างไม่หยุดยั้ง

อีกทั้งยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตลาดเครื่องเสียง หูฟังและเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการรุกขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นไปยังกลุ่มที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงโดยเฉพาะคอเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ แดนซ์ มิวสิค (EDM) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในขณะนี้

โซนี่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อคนรักเสียงเพลงอย่างแท้จริง จึงได้นำจุดแข็งด้านความชำนาญ พร้อมประสบการณ์ทางเทคโนโลยีเสียง มาออกแบบและนำเสนอผลิตภัณฑ์ออดิโอที่มีคุณภาพสุง ที่สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงเพลงออกมาได้อย่างเต็มศักยภาพ

โดยจะเห็นได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกันในวันนี้ ทั้งหูฟังและลำโพงไร้สายแบบพกพาในกลุ่ม Extra Bass ที่จะให้พลังเสียงอันหนักแน่นสำหรับคอเพลงแนว EDM พร้อมด้วยสปอร์ตวอล์คแมนรุ่นใหม่ที่รองรับบลูทูธและสามารถใส่ว่ายน้ำได้ทั้งน้ำสระและน้ำทะเล

รวมถึง Compact Sound Bar หรือ “MINI BAR“ ที่พลิกโฉมการดีไซน์ให้มีขนาดกะทัดรัดเพียงครึ่งเดียวของซาวด์บาร์ขนาดปกติ แต่ให้พลังเสียงโดดเด่น พร้อมฟังก์ชั่น “Sofa Mode” ที่ช่วยเสริมบรรยากาศการชมภาพยนตร์ได้อย่าง โดยในรุ่นเรือธงยังรองรับไฟล์เพลงไฮเรส พร้อม Chrome Cast ติดตั้งในตัวอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง

ผลิตภัณฑ์หูฟังในตระกูล Extra Bass

  • MDR-XB950N1

    หูฟังครอบหูแบบไร้สาย ในตระกูล Extra Bass รุ่นเรือธงที่ได้รับการอัพเกรดคุณสมบัติที่นอกเหนือจากเสียงเบสที่แน่น แล้วยังมาพร้อมฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนจากภายนอก Digital Noise Cancelling เพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัวและเพิ่มความสุนทรีย์ในการฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรส ในบรรยากาศที่เลือกเองได้

    แม้ขณะนั้นจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนรอบด้านก็ตาม รองรับระบบ NFC สำหรับการเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิ สมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลได้อย่างง่ายดาย

    ตัวหูฟังมาพร้อมไดร์เวอร์ขับเสียงทรงโดมขนาด 40 ม.ม. คุณภาพเยี่ยม เพื่อให้คุณได้สัมผัสถึงเสียงเบสอันทรงพลังและครอบคลุมความถี่เสียงได้กว้างขับได้ชัดแม้เสียงเบสลึก เพิ่มจินตนาการของเวทีเสียงได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้น MDR-XB950N1 ยังโดดเด่นด้วยแอปพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด Sony Headphones Connect ที่ให้คุณเลือกปรับแต่งเสียงได้เพื่อฟังเพลงในแนวเสียงที่ตามที่ต้องการ

    สามารถปรับระดับเสียงเบสได้ถึง 10 ระดับ หรือตั้งค่าอัตโนมัติโดยจำลองเสียงในสิ่งแวดล้อมที่ต่างกันถึง 4 แบบ ให้บรรยากาศตามแนวเพลงที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทั่วไป เวทีคอนเสิร์ต เพดานสูง ในคลับ หรือในที่เปิดโล่ง

    นอกจากนี้ การออกแบบยังพิถีพิถันด้วยการเลือกใช้วัสดุอย่างดี ให้สัมผัสนุ่มใส่สบาย จึงสามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องยาวนาน และก้านหูฟังยังมีการปรับขนาดเพื่อความกระชับ และสามารถพับเก็บเพื่อพกพา เพิ่มความคล่องตัวเมื่อใช้งานไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

    ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 22 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสามารถเสียบสายฟังเพลงต่อได้เมื่อแบตเตอรี่หมด โดยมีให้เลือก 2สี คือ ดำ และเขียว เริ่มวางจำหน่ายปลายเดือนมีนาคม ศกนี้ ในราคา 7,990บาท

Extra Bass

  • MDR-XB950B1

    เป็นหูฟังสเตอริโอแบบครอบหูไร้สายชั้นเยี่ยม ที่ได้รับการปรับปรุงคุณสมบัติพิเศษมาจากหูฟังรุ่นยอดนิยมในปัจจุบัน MDR-XB950BT โดยมาพร้อมไดร์เวอร์ขับเสียงคุณภาพขนาด 40 ม.ม. เพิ่มความสนุกกับสียงเบสแน่นในแบบ Extra Bass

    เหมาะกับแนวเพลงสนุกเน้นเสียงเบสลึก เช่นอิเล็กทรอนิกส์ แดนซ์ มิวสิก (EDM) ถ่ายทอดพร้อมเสียงเบสหนักแน่นและทรงพลัง ทั้งยังมาพร้อมแอปพลิเคชั่นปรับแต่งเสียงสุดอัจฉริยะ Sony Headphones Connect เช่นเดียวกับรุ่น MDR-XB950N1

    นอกจากนี้ ยังได้การออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยวัสดุอย่างดีให้สัมผัสนุ่มใส่สบายเช่นเดียวกัน ทำให้คุณสามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องยาวนาน ใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 18 ชั่วโมง รองรับระบบเชื่อมต่อ NFC สำหรับการเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิ สมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล

    สามารถเสียบสายฟังเพลงต่อได้เมื่อแบตเตอรี่หมด แถมมีสีสันสดใสสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง โดยมีให้เลือกสรรด้วยกัน 3 สี คือ สีดำ สีแดง และสีน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายปลายเดือนมีนาคม ศกนี้ ในราคา 5,990 บาท

  • MDR-XB550AP

    หูฟังครอบหูแบบมีสายรุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์ใหม่ เท่ห์ด้วยกรอบหูฟังด้านนอกผิวสัมผัสด้าน วัสดุด้านในหูฟังนิ่มใส่สบายไดร์เวอร์ขับเสียงขนาด 30 ม.ม.ถ่ายทอดรายละเอียดทุกย่านเสียงกว้าง พร้อมเสียงเบสที่แน่นและลึกยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังถูกออกแบบอย่างมีสไตล์ด้วยดีไซน์เรียบหรู สีสันสดใสตามสไตล์วัยรุ่นและผู้ใช้สมาร์ทโฟน

    มาพร้อมกับไมโครโฟนในตัวสายหูฟัง ทำให้สามารถใช้งานเป็น Small Talk พร้อมกับฟังก์ชั่นต่างๆ ทั้งเล่นเพลง หยุดเพลง และเปลี่ยนเพลงได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีแอพพลิเคชั่น Smart Key ที่ช่วยให้คนรักเสียงเพลงสามารถควบคุมการ ทำงานหรือตั้งค่าต่างๆ ของหูฟังได้จากสมาร์ทโฟนของคุณได้อย่างง่ายดาย โดยมีให้เลือกถึง 5 สีคือ สีดำ ขาว แดง น้ำเงิน และเขียว พร้อมวางจำหน่ายปลายเดือนมีนาคม ศกนี้ ในราคา 2,990 บาท

Extra Bass

  • MDR-XB510AS

    หูฟังแบบ in-ear ใส่กระชับด้วยส่วนซิลิโคนโค้งรับสรีระของร่องใบหู หูฟังออกแบบให้ทนต่อเหงื่อ สามารถล้างน้ำได้ (IPX5/7) ด้วยไดร์เวอร์ 12มม ทำจากนีโอไดเมียม ถ่ายทอดเสียงเบสหนักแน่น คุณภาพเสียงชัดเจน นอกจากจะถูกใจคอเพลง EDM แล้ว

    ยังเหมาะสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ หรือชอบออกกำลังกาย เพิ่มจังหวะให้การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงสุดเร้าใจ ทำให้การออกกำลังกายสนุกกว่าเดิม มีสีสันให้ เลือก 4 สี คือ สีดำ น้ำเงิน แดง เขียว พร้อมวางจำหน่ายปลายเดือนมีนาคม ศกนี้ ในราคา 1,990 บาท

Extra Bass Wireless Speakers ลำโพงไร้สายแบบพกพา
  • SRS-XB10

    ลำโพงแบบไร้สายแบบพกพาที่มาพร้อมรูปทรงกะทัดรัดที่ได้รับการออกแบบสำหรับคอเพลงแนว EDM โดยเฉพาะ โดยมีน้ำหนักเบาเพียง 260 กรัม ทำให้คุณสามารถพกพาไปปาร์ตี้ได้อย่างสะดวกทุกที่ทุกเวลา และยังโดดเด่นด้วยสีสันสดใส แถมอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเสียงชั้นยอด

    อาทิ EXTRA BASS ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับเสียงเบสทรงพลังที่ดื่มด่ำยิ่งขึ้น รองรับระบบเชื่อมต่อ NFC สำหรับการเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิ สมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล นอกจากนี้ ตัวลำโพงยังมาพร้อมเทคโนโลยีป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IPX5 ซึ่งจะช่วยให้คุณสนุกสุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ข้างขอบสระได้อย่างเต็มอิ่ม

    โดยไม่ต้องกังวลว่าลำโพงคู่ใจจะเปียกหรือเสียหาย และยังสามารถเชี่อมต่อแบบไร้สายผ่านเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง Bluetooth และ NFC One-touch เพื่อความสะดวกในการจับคู่ลำโพงสองตัวเข้าด้วยกัน สามารถเลือกฟังเป็นเสียงสเตอริโอแยก ซ้าย ขวา อย่างสมบูรณ์แบบ หรือเพิ่มพลังเสียเป็น 2เท่าสนุกสุดมันส์ยิ่งขึ้น

    โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 16 ชั่วโมง มีให้เลือกด้วยกัน 6 สีคือ สีดำ น้ำเงิน แดง เขียว ขาว เหลือง เริ่มทยอยวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ศกนี้

Extra Bass

  • SRS-XB20

    เป็นลำโพงไร้สายแบบพกพารองรับระบบเชื่อมต่อ NFC One-touch และ LDAC สำหรับการเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิ สมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล จะเปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการฟังเสียงเพลงที่สนุกสุดมันส์และสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม

    ด้วยเทคโนโลยีคุณภาพด้านเสียงชั้นเยี่ยมครบถ้วนที่บรรจุในลำโพงไร้สายรุ่น SRS-XB20 อาทิ EXTRA BASS, S-Master HX, DSEE-HX และ ClearAudio+ พร้อมโดดเด่นด้วยไฟ LED หลากสีที่จะเปลี่ยนไปตามจังหวะดนตรีที่เปลี่ยนไป ให้ปาร์ตี้กลางคืนของคุณสว่างเจิดจ้าตลอดคืน

    ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IPX5 และ SongPal ( Music Center) ที่จะช่วย เชี่อมต่อและควบคุมความบันเทิงแบบไร้สาย และ ลูกเล่นใหม่สุดรองรับ Wireless Party Chain เพื่อเชื่อมต่อลำโพงเข้าด้วยกัน มากถึง 10ตัว เพียงกดปุ่ม ADD + ได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง มีให้เลือก 5 สี คือ สีดำ น้ำเงิน แดง เขียว ขาว เริ่มทยอยวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ศกนี้

  • SRS-XB30 และ SRS-XB40

    ลำโพงแบบไร้สาย แบบพกพาที่สามารถใช้ชาร์ทแบตเตอร์รี่โทรศัพท์ได้ นอกเหนือจากเทคโนโลยีเสียงชั้นยอดมากมาย อาทิ EXTRA BASS ที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับเสียงร้องที่ชัดเจนและเสียงเบสที่หนักแน่นก้องกังวาล รวมถึง S-Master HX, DSEE-HX และ ClearAudio+ ผสานกับดีไซน์สวยงามและสีสันสดใส

    ให้คุณสามารถพกพาไปฟังเพลงได้อย่างโดดเด่นทุกที่ทุกเวลา ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IPX5 ซึ่งจะทำให้คุณสนุกสุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ข้างขอบสระได้มากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าลำโพงคู่ใจจะเปียกหรือเสียหาย

    นอกจากนี้ คุณยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับทุกคนในงานปาร์ตี้ ด้วยไฟแฟลชที่มาพร้อมลำโพงซึ่งจะกระพริบตามจังหวะเสียงเพลงที่กำลังเล่น และยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ผ่านเทคโนโลยีอย่าง Bluetooth และ NFC One-touch และ SongPal ( Music Center) ที่จะช่วยเชี่อมต่อและควบคุมความบันเทิงแบบไร้สาย

    และ ลูกเล่นใหม่สุดรองรับ Wireless Party Chain เพื่อเชื่อมต่อลำโพงเข้าด้วยกัน มากถึง 10 ตัว เพียงกดปุ่ม ADD + ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ในรุ่น XB40 ยังสามารถใช้งาน Fiestable app เพิ่มขีดความเป็นดีเจมืออาชีพ ให้สนุกสนานไปกับการเล่นจังหวะ

    และควบคุมแสงผ่านสมาร์ทโฟนสร้างสีสันและสนุกสุดมันส์ยิ่งขึ้น SRS-XB40 มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีดำ น้ำเงิน แดง ส่วน SRS-XB30 มีให้เลือก 5 สี คือสีดำ แดง น้ำเงิน ขาว และเขียว จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ศกนี้

Extra Bass

  • Sport Walkman® NW-WS623

    เป็นหูฟังแบบสปอร์ตรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลในตัวที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการฟังเพลงในจังหวะเร้าใจ พร้อมๆ กับการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการออกกำลังกาย ฟิตเนส ว่ายน้ำได้อย่างสะดวก โดย Walkman® NW-WS623 ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายโอบคล้องกระชับกับรอบคอยิ่งขึ้น

    พร้อมการผสานเทคโนโลยีทันสมัยในการออกแบบตามมาตรฐาน IP65/IP68 ทำให้สามารถป้องกันน้ำและเหงื่อได้ โดยสามารถอยู่ในน้ำได้ลึก 2 เมตร สามารถใส่ว่ายน้ำได้ทั้งในสระน้ำ และในทะเล

    สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบ Quick Charge ด้วยการชาร์ตเพียง 3 นาที ฟังเพลงได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 1 ชั่วโมง รองรับไฟล์เพลงหลากหลายประเภท อาทิ MP3, Linear PCM, WMA (Non DRM) และ AAC (Non-DRM) และสามารถจัดการไฟล์เพลงต่าง ๆ อย่างง่ายดายเพียงการลาก และวางไฟล์ลงในเครื่องเท่านั้น

    Walkman® NW-WS623 ยังมาพร้อมระบบบลูธูท และ NFC สำหรับการเชื่อมต่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่น ๆ อาทิ สมาร์ทโฟน หรือลำโพงไร้สายได้อย่างง่ายดาย และยังมาพร้อมพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่โดดเด่นที่สุดในตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลในขณะนี้ นั่นคือฟังก์ชั่น Ambient Sound

    ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ฟังกชั่นนี้ขณะใช้งาน เพื่อให้เสียงจากภายนอกเข้ามาได้ เพื่อสะดวกในการสนทนา และความปลอดภัย ตัวหูฟังผลิตจากวัสดุคุณภาพทำให้ตัวเครื่องมีความทนทานและสามารถใช้งานได้ในอุณหภูมิ -5 °C ถึง 45°C โดย Walkman® NW-WS623 มาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 4 GB สามารถรองรับคลังเพลงได้มากถึง 800 เพลง ให้เลือก 3 สีคือ สีดำ สีแดง และสีเขียวมะนาว

Extra Bass

Compact Sound Bars (Mini Bar)

นับเป็นลำโพง Sound Bar ซีรี่ส์แรกจากโซนี่ที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดเป็นพิเศษสำหรับ Minimalist หรือผู้บริโภคที่ชื่นชอบสินค้าแนว gadget มาพร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยีเสียงรอบทิศทางอย่าง S-Force PRO Front Surround ลิขสิทธิ์เฉพาะจากโซนี่

นอกจากนี้ HT-MT500 ยังสามารถให้คุณภาพเสียงความละเอียดสูงได้ (High Resolution) เพื่อมอบประสบการณ์ด้านการรับชมภาพยนตร์แบบครบเต็มอิ่มทั้งภาพและเสียง มาพร้อมกับ Subwoofer แบบไร้สายและ Sofa Mode ที่สามารถจัดวาง Subwooferได้อย่างอิสระทั้งด้านล่าง หรือด้านข้างโซฟา

Sound Bar MT Series นี้ถูกออกแบบให้วางได้อย่างลงตัวแม้ในพื้นที่จำกัด ตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม โดยลำโพง Sound Bar ที่เปิดตัวในครั้งนี้มีทั้งหมด 2 รุ่นประกอบด้วย HT-MT500 และ HT-MT300

  • HT-MT500

    นับเป็นชุด Mini Bar ที่โดดเด่นด้วยขนาดกะทัดรัดในแบบ Compact ที่ให้คุณภาพเสียงชั้นเยี่ยม โดย HT-MT500 มาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยี S-Force PRO Front Surround ลิขสิทธิ์เฉพาะจากโซนี่ ที่จะมอบเสียงสุดกระหึ่มเต็มทุกอรรถรสรอบทิศทางด้วยระบบเซอร์ราวด์แบบ 2.1 ช่องทาง

    ผสานกับการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามเพื่อมอบความหรูหราที่ลงตัวให้กับห้องนั่งเล่นของคุณไม่ว่าจะจัดวางไว้ที่ด้านล่างหรือด้านข้างโซฟา คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับภาพและเสียงได้อย่างเต็มอรรถรสโดยไม่มีอะไรมารบกวน ทั้งยังมาพร้อม Subwoofer แบบไร้สาย และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเสียงมากมาย

    อาทิ S-Master Digital Amplifier, LDAC และระบบ DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) HX ที่จะช่วยให้การทำงานของเครื่องเสียงเป็นไปอย่างราบรื่น และเต็มไปด้วยมิติเสียงเบสที่ทรงพลังและคมชัดสมจริง เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงสุดโปรดคุณภาพระดับพรีเมี่ยมได้ที่บ้านคุณ

    ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไร้สายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมกับ Google Cast ซึ่งทำงานได้เสมือนเป็น Chrome Cast ในตัว จึงทำให้คคุณสามารถเลือกเพลงฟังโปรดจากแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้มากมายกว่า 100 แอพพลิเคชั่นทีเดียว

Extra Bass

  • HT-MT300

    ลำโพง Sound Bar ที่มาพร้อมดีไซน์กะทัดรัดในแบบ Compact แต่ให้คุณภาพเสียงสุดกระหึ่มด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่อัดแน่นในตัวเครื่องมากมาย อาทิ S-Force PRO Front Surround, S-Master Digital Amplifier, LDAC และระบบ DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) HX

    ซึ่งจะช่วยให้เสียงเซอร์ราวด์ที่หนักแน่นและทรงพลัง พร้อมลำโพง Subwoofer แบบไร้สาย ทั้งยังโดดเด่นดีไซน์เรียบหรูเหมาะสำหรับการจัดวางในทุกที่ได้อย่างลงตัวสมมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านเทคโนโลยีอย่าง Bluetooth และ NFC One-touch เพื่อให้ คุณสตรีมมิ่งเพลงได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น

    ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และทดลองประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ได้โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่เลือกสรร