ทรานส์เซนด์ส่งการ์ดหน่วยความจำตอบโจทย์นักสร้างคอนเทนต์

ทรานส์เซนด์ อินฟอร์เมชัน อิงค์แนะนำการ์ดหน่วยความจำ SDXC/SDHC 700S Series ที่มีประสิทธิภาพและความจุสูงรองรับมาตรฐาน UHS-II สำหรับกล้องดิจิทัล DSLR และกล้องวิดีโอดิจิทัล

โดยมีความจุให้เลือกใช้สูงสุดถึง 64GB และมีอัตราการรับส่งข้อมูลสูงขึ้น 285MB/s* การ์ดหน่วยความจำที่รองรับมาตรฐาน UHS-II นี้จะช่วยให้นักสร้างคอนเทนต์สามารถบันทึกและทำงานต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น รวมไปถึงการบันทึกภาพความละเอียดสูงในรูปแบบไฟล์ RAW และบันทึกภาพวิดีโอที่ความละเอียดในระดับ 4K

การ์ดหน่วยความจำรุ่นใหม่นี้มีความแข็งแรงทนทาน ชิปหน่วยความจำผลิตจาก MLC NAND Flash ที่ให้ความเร็วในการอ่านสูงถึง 285MB/s และความเร็วในการเขียนข้อมูล 180MB/s+ ด้วยประสิทธิภาพตามมาตรฐาน UHS Class 3 และ SD Class 10 นอกจากนี้แล้ว 700S Series ยังเข้ากันได้กับมาตรฐาน UHS Class 90 (V90) ช่วยให้บันทึกวิดีโอในระดับ 4K ได้อย่างลื่นไหลไม่มีกระตุก มีความทนทานเพราะได้รับการทดสอบในช่วงอุณหภูมิที่กว้างมากตั้งแต่ -25 ถึง 85 องศาเซลเซียสโดยมีมาตรฐาน IPX7 ที่สามารถทนน้ำลึกในระดับ 1 เมตร ได้นานถึง 30 นาที รวมทั้งการใช้งานในสภาวะที่มีการกระแทก/การสั่นสะเทือนและการทดสอบด้วยรังสีเอกซ์

นอกจากนี้ยังมาพร้อมซอฟต์แวร์ RevoveRx ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทรานส์เซนด์คือยูทิลิตี้ที่ใช้สำหรับการกู้คืนข้อมูลที่ใช้งานได้ฟรี มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย

ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาลึกลงไปในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบและกู้ข้อมูลที่เป็น รูปถ่าย, เอกสาร, เพลง และวิดีโอที่ถูกลบออกไปได้ นอกจากนี้ RecoveRx ยังสามารถป้องกันการเขียนข้อมูลทับลงบนการ์ดหน่วยความจำ เพื่อป้องกันการสูญเสียข้อมูลโดยไม่ได้ตั้งใจได้อีกด้วย

สำหรับการ์ดหน่วยความจำ SDXC/SDHC 700S มีความจุให้เลือกใช้ในความจุขนาด 32GB และ 64GB และรับประกันโดยทรานส์เซนด์เป็นเวลา 5 ปี ความเร็วอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, การใช้งาน และความจุของข้อมูล + ความเร็วสูงสุดสามารถทำได้เฉพาะเมื่อการ์ดนี้ใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับ UHS-II เท่านั้น แนะนำให้ใช้เครื่องอ่านการ์ด RDF9 ของ Transcend เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://th.transcend-info.com

เซนไฮเซอร์ออนไลน์สโตร์เปิดแล้วในไทยคลิ๊กสั่งได้ส่งฟรี

เซนไฮเซอร์ ผู้ผลิตระบบเสียงจากเยอรมนีเปิดตัวออนไลน์สโตร์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านเสียงที่มีคุณภาพสูงพร้อมรองรับการใช้งานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงบริการส่งฟรีทั่วประเทศ

เซนไฮเซอร์ ออนไลน์สโตร์ (https://th.sennheiser.com) เป็นแหล่งรวมผลิตภัณฑ์หูฟังคุณภาพระดับพรีเมียมที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีจากเยอรมนีของเซนไฮเซอร์ โดยมีราคาที่แตกต่างกันตั้งแต่ต่ำกว่า 1,000 บาท สำหรับกลุ่มหูฟังระดับเริ่มต้นที่ได้รับการออกแบบเพื่อใช้งานกับสมาร์ทโฟนไปจนถึงราคาที่สูงกว่า 70,000 บาท สำหรับกลุ่มหูฟังแบบเปิดที่มีความหรูหรา

ซึ่งเซนไฮเซอร์ ออนไลน์สโตร์ ยังมีโปรโมชันพิเศษและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อีกมากมาย รวมถึงหูฟังไร้สาย MOMENTUM TRUE WIRELESS ที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมานี้ด้วย

นายมาร์ติน โลว์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนไฮเซอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เอเชีย จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวเซนไฮเซอร์ ออนไลน์สโตร์อย่างเป็นทางการในครั้งนี้เนื่องจากยอดขายในประเทศไทยที่เติบโตขึ้นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับความต้องการช่วยอำนวยความสะดวกและช่วยประหยัดเวลา ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปซื้อผลิตภัณฑ์ให้กับบรรดานักชอปชาวไทย

ออนไลน์สโตร์ใหม่นี้จะทำให้บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าชาวไทยได้อย่างปลอดภัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและลูกค้าจะได้รับสินค้าภายใน 1-2 วันทำการ หลังจากทำการสั่งซื้อ ไม่ว่าจะสั่งจากพื้นที่ใดก็ตามในประเทศ

คนไทยเป็นคนที่ชื่นชอบและมีความรู้ด้านเทคโนโลยี รวมถึงคุ้ยเคยกับอีคอมเมิร์ซเป็นอย่างดี และเรายังพบว่าคนไทยนิยมสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งการเปิดตัวออนไลน์สโตร์ เป็นพัฒนาการที่สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทย

เซนไฮเซอร์มีหูฟังหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามการใช้งาน ได้แก่ หูฟังสำหรับเล่นเกม เล่นกีฬา ท่องเที่ยว ใช้ในบ้าน รวมถึงหูฟังเกรดคุณภาพสำหรับผู้ใช้มืออาชีพอย่างการใช้งานในสตูดิโอและสำหรับเหล่าดีเจ นอกจากนี้ออนไลน์สโตร์จะช่วยเสริมศักยภาพด้านการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และตอนนี้เซนไฮเซอร์กำลังมองหาช่องทางการเปิดแฟลกชิปสโตร์ในกรุงเทพฯ ในปีพ.ศ. 2562 อีกด้วย

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เซนไฮเซอร์ ออนไลน์สโตร์

GARMIN Instinct จีพีเอสมัลติสปอร์ตวอทช์สายพันธุ์อึด

บริษัท จีไอเอส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ GARMIN ในประเทศไทย เปิดตัว GARMIN Instinct จีพีเอสมัลติสปอร์ตวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุด ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ตัวเรือนใช้วัสดุไฟเบอร์เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง มีความทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อม ทุกสภาพอากาศ ทุกแรงสั่นสะเทือน และทุกแรงกระแทก

รวมถึงสามารถป้องกันน้ำที่ระดับความลึก 100 เมตร (10 ATM)โดยผ่านการทดสอบมาตรฐานความแข็งแกร่งและทนทานจาก U.S. military standard (MIL-STD-810G) ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมของผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายสายลุย โดดเด่นด้วยฟังก์ชันมัลติสปอร์ตที่มีโหมดออกกำลังกายครบครัน เช่น วิ่ง จักรยาน ว่ายน้ำ เดินเขา ฟิตเนส และอีกหลายหลายประเภท พร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำ

รองรับ GPS GLONASS และ Galileo ซึ่งสามารถรับสัญญาณดาวเทียมในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยได้ดีกว่าปกติ มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Altimeter, Barometer และ Compass ทำให้ติดตามเส้นทางและการสำรวจเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีฟังก์ชั่น TracBack สำหรับนำทางกลับมายังจุดเริ่มต้น

จีพีเอสมัลติสปอร์ตวอทช์รุ่นนี้ยังตอกย้ำความอึดด้วยระยะเวลาการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 14 วันในโหมดปกติ และสูงสุดถึง 14 ชั่วโมงในโหมด GPS และสูงสุดถึง 35 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน UltraTrac

พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกจากสมาร์ทโฟนด้วยการแจ้งเตือนเป็นภาษาไทย และสามารถอัพโหลดกิจกรรมอัตโนมัติผ่านทาง Garmin Connect เพื่อผู้ใช้งานจะไม่พลาดทุกการสื่อสารได้ตลอด ทุกที่ ทุกเวลา

GARMIN Instinct มีดีไซน์ที่ทันสมัย สวมใส่ได้ง่าย มีน้ำหนักเบาเพียง 52 กรัม มีขนาดตัวเรือน 45 x 45 x 15.3 มิลลิเมตร ขนาดเส้นรอบวง 132 – 224 มิลลิเมตร ใช้สายซิลิโคนขนาด 22 มิลลิเมตร ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนสายได้ โดยมีให้เลือก 3 สี คือ Monterra Gray (เทาเข้ม), Tundra (เทาอ่อน) และ Flame Red (แดงเพลิง) ในราคา 11,500 บาท

เบลคิน อวดโฉมกลุ่มอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมียมครบไลน์

เบลคิน ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์เสริมคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมสำหรับสมาร์ทโฟน ภูมิใจนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เสริมเกรดพรีเมียมประจำปี 2561 ครอบคลุมทั้งสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทีทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Andriod

เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภคสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมระบบอีโคซิสเต็มรูปแบบใหม่และรูปลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน รองรับการใช้งานกับ iPhone ได้อย่างลงตัว

ฟิล์มกระจกปกป้องหน้าจอสำหรับ iPhone ทุกรุ่น

ฟิล์มกระจกเกรดพรีเมี่ยม 3 รุ่นใหม่จากเบลคิน เพื่อการสัมผัสทัชสกรีนที่ลื่นไหลอย่างแตกต่าง มีให้เลือกตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรุ่น ScreenForce® TemperedGlass ที่มอบความแข็งแรงทนทานเป็นเลิศ, รุ่น ScreenForce® InvisiGlass™ Ultra มอบการปกป้องระดับอัลตร้าพร้อมความชัดใสดุจแก้วคริสตัล,

เบลคิน

และรุ่น ScreenForce® TemperedCurve กับดีไซน์โค้งสอดรับกับขอบหน้าจอโค้งเพื่อการปกป้องสมาร์ทโฟนได้ในทุกองศา พร้อมบริการติดตั้งด้วยเครื่องมือไฮเทค Belkin TrueClear® Pro Advanced Screen Care™ (TCP) ซึ่งเป็นโซลูชั่นติดฟิล์มกระจกที่ได้รับการจดสิทธิบัตรและคว้ารางวัลชั้นนำมาแล้วมากมาย

พร้อมให้บริการภายในศูนย์บริการที่ดำเนินการโดยช่างผู้ชำนาญซึ่งผ่านการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะ และสามารถติดตั้งได้ภายในเวลาไม่กี่นาที เพื่อมอบผลลัพธ์การติดฟิล์มกระจกที่เนียบเรียบ เที่ยงตรงแบบมืออาชีพ พร้อมการรับประกันนานถึง 2 ปี

โซลูชั่นการชาร์จไร้สายที่รวดเร็ว

โซลูชั่นการชาร์จไร้สายช่วยให้คุณสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนพร้อมการประจุไฟได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือสำนักงาน เลือกได้ทั้งแบบวางนอน BOOST↑UP™ Bold Wireless Charging Pad และ แบบวางตั้งจากรุ่น BOOST↑UP™ Wireless Charging Stand ซึ่งทั้งสองรุ่นออกแบบให้รองรับเทคโนโลยีการชาร์จมาตรฐาน Qi พร้อม

เบลคิน

ดีไซน์สวยหรูหราทันสมัย รูปทรงเพรียวบาง น้ำหนักเบา ให้คุณพกพาไปได้ทุกที่อย่างสะดวกสบาย และมอบประสิทธิภาพชาร์จไวทันใจเพียงวางสมาร์ทโฟนลงบนแท่น ทั้งยังช่วยขจัดปัญหาสายชาร์จที่พันกันยุ่งเหยิงไม่ให้กวนใจผู้ใช้งานอีกต่อไป พร้อมการรับประกันนานถึง 3 ปีเมื่อลงทะเบียนผ่าน www.belkin.com

เชื่อมต่อเสียงได้อย่างง่ายดาย

นอกจาก Lightning Audio + Charge RockStar™ และ 3.5 mm Audio + Charge RockStar™ ที่สามารถต่อกับไอโฟนพร้อมชาร์จะและฟังเพลง/รับสายพร้อมกันได้

เบลคิน

ยังมีสายต่อเครื่องเสียงจากเบลคิน รุ่น 3.5 mm Audio Cable With Lightning Connector ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อไอโฟนเพื่อฟังเพลงโปรดจากเครื่องเสียงขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดายให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้ทุกที่ทุกเวลา

ชาร์จไฟได้ทุกที่ด้วยเพาเวอร์แบงก์พกพาคุณภาพสูง

เพาเวอร์แบงก์รุ่นใหม่จากเบลคินมีขนาดกะทัดรัด ง่ายต่อการพกพาและติดตัวไปกับคุณได้ทุกที่ ช่วยให้คุณใช้งาน สมาร์ทโฟนได้ตลอดวัน มีให้เลือกได้หลากหลายตามการใช้งานไม่ว่าจะเป็นรุ่น Pocket Power Bank (กำลังไฟ 5K, 10K, 15K) สำหรับการใช้งานกับพอร์ต USB-A ทั่วไป

เบลคิน

และรุ่น BOOST↑ CHARGE™ Power Bank (กำลังไฟ 5K, 10K) สำหรับผู้ใช้งานไอโฟน ทุกรุ่นติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อน ตรวจสอบการจ่ายไฟและกำลังไฟที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันความร้อนสะสมมากเกินและมอบความปลอดภัยสูงสุดในระหว่างการใช้งาน

โซลูชั่นที่ดีเยี่ยมที่สุดเพื่อสมาร์ทโฟน Andriod

เบลคินนำเสนอเทคโนโลยีอันทรงประสิทธิภาพและการใช้งานระดับพรีเมียมแบบเดียวกันเพื่อผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Andriod รองรับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงชั้นนำหลายรุ่น อาทิ Samsung Galaxy Note9, Samsung Galaxy S9, 9+ และอีกมากมาย

ฟิล์มกระจกเพื่อการปกป้องระดับพรีเมี่ยม

เบลคินนำเสนอฟิล์มกระจกคุณภาพสูงรุ่น ScreenForce® Tempered Curve สำหรับสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นทั้ง Samsung Galaxy Note9, Samsung Galaxy S9, 9+ ที่ให้ความใสและการสัมผัสที่ดีพร้อมบริการติดตั้งด้วยเครื่องมือไฮเทค Belkin TrueClear® Pro Advanced Screen Care™ (TCP) และการรับประกันนานถึง 2 ปี

โซลูชั่นการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi

แท่นชาร์จไร้สายรุ่น BOOST↑UP™ Qi™ Wireless Charging Pad รองรับมาตรฐานการชาร์จ Qi มอบความสะดวกสบายทั้งเมื่ออยู่ที่บ้านและที่ทำงาน ด้วยดีไซน์ที่เพรียวบางพกพาสะดวก จึงสามารถนำติดตัวเดินทางไปได้ทุกที่และติดตั้งใช้งานได้ทันทีในทุกจุดหมายปลายทาง

ให้คุณชาร์จไฟได้รวดเร็วทันใจด้วยระบบ Fast charge พร้อมจ่ายกำลังไฟสูงถึง 10W ปลอดภัยด้วยระบบตรวจสอบวัตถุแปลกปลอมที่วางบนแท่นชาร์จ เพื่อป้องกันการปล่อยกระแสไฟหรือการเกิดความร้อนสะสมมากเกิน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อแท่นชาร์จ สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ที่ไวต่อความร้อนได้

เพาเวอร์แบงก์ขนาดพกพา เพื่อการประจุพลังสมาร์ทโฟนได้ทุกที่

เพาเวอร์แบงก์รุ่น Pocket Power Bank (กำลังไฟ 5K, 10K, 15K) พร้อมเติมพลังให้สมาร์ทโฟนของคุณ หมดกังวลเรื่องการต้องมองหาปลั๊กไฟให้วุ่นวาย ให้คุณใช้งานสมาร์ทโฟนได้ยาวนานตลอดวันและสนุกกับไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวคุณได้อย่างไร้ขีดจำกัด

กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทั้งสำหรับ iPhone และ Android แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเบลคินในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยโซลูชั่นที่ใช้งานง่าย รองรับอุปกรณ์ทั้งระบบ iOS และ Android ให้อุปกรณ์ของคุณสามารถประจุพลัง ใช้งานได้อย่างเต็มที่ พร้อมการปกป้องขั้นสูง และตอบสนองความต้องการได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างสมบูรณ์แบบ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

เบลคิน

สัมผัสโชว์รูม Sony Store แห่งแรกในเอเซียแปซิฟิก

โซนี่ ไทย เดินหน้าปักหมุดย่านฝั่งธน เปิด “โซนี่ สโตร์ ไอคอนสยาม” โชว์รูมด้านโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก อวดพื้นที่สัมผัสประสบการณ์ไฮเทคในบ้านอย่างใกล้ชิด และนับเป็นโซนี่สโตร์ สาขาที่ 6 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

นายมาซากิ มัทซูมาเอะ กรรมการผู้จัดการ บ. โซนี่ ไทย จ.ก. ได้เปิดเผยว่า “โซนี่ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ให้กว้างขึ้นไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่อเสริมทัพจากฐานลูกค้าในปัจจุบัน ด้วยการเดินหน้าพัฒนาคุณภาพนวัตกรรมใหม่ให้เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ที่หลากหลายของผู้บริโภคอย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม

ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และทุกจุดการบริการให้เกินความคาดหมายของผู้บริโภค เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ดังนั้น ในปีนี้ โซนี่จึงได้เปิดตัวโซนี่สโตร์สาขาใหม่ที่ไอคอนสยาม ซึ่งตั้งอยู่ในย่านฝั่งธน และเป็นโซนี่สโตร์สาขาที่ 6 ในประเทศไทย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสุดยอดประสบการณ์บันเทิงภายในบ้าน รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าครอบครัวทั้งเล็ก และใหญ่ในย่านฝั่งธนบุรี และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ได้มาสัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษ และแก็ดเจ็ทล่าสุดที่ตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ด้วยไอคอนสยามตั้งอยู่บนพื้นที่ทางการค้าฝั่งธนที่มีศักยภาพสูง เป็นทำเลที่อยู่อาศัยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งบ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม อีกทั้งยังเป็นห้างสรรพสินค้าระดับเวิลด์คลาสติดริมแม่น้ำ

นับเป็นจุดหมายแห่งใหม่ของการช็อปปิ้งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โซนี่จึงเล็งเห็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง และเชื่อมั่นว่าโซนี่ สโตร์ ไอคอนสยาม จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราได้เป็นอย่างดี”

โซนี่ ไทย

ทั้งนี้ โซนี่ สโตร์ ไอคอนสยาม ชูจุดเด่นโดยเป็นโชว์รูมแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตั้งบนพื้นที่รวมกว่า 350 ตารางเมตรบนสุดยอดทำเลทองของฝั่งธน บนห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม แลนด์มาร์คแห่งการช็อปปิ้ง และท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ภายในโชวว์รูม พรั่งพร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ภาพและเสียงของโซนี่รุ่นล่าสุด ที่นำเสนอผ่านบรรยากาศจำลองภายในบ้าน มุ่งสร้างแรงบันดาลใจ และมอบสุดยอดประสบการณ์ความบันเทิงในบ้านอย่างไร้ขีดจำกัดในมุมมองใหม่ที่แตกต่าง ภายใต้แนวคิด “Ultimate Home Entertainment Experience”

และโซน “Gadget Iconic Store” ที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ่านโซลูชั่นส์ความบันเทิงที่หลากหลาย ให้ลูกค้าได้ทดลองประสิทธิภาพอย่างใกล้ชิด และได้เลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับการงาน และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน เพื่อให้คนรุ่นใหม่ และกลุ่มลูกค้าครอบครัว ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียนเมืองไทยได้สัมผัสประสบการณ์บันเทิงในบ้านอย่างเต็มอิ่ม

โซนี่ ไทย

โดยพื้นที่รวมกว่า 350 ตารางเมตรของโซนี่ สโตร์ ไอคอนสยาม นี้ ประกอบด้วยพื้นที่ 2 ส่วนด้วยกัน โดยเน้นการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่ ดังนี้

1) Sony Ultimate Home Entertainment Experience Store โซนที่จะให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงอรรถรสอันสุนทรีย์ และประสบการณ์สุดตื่นตาตื่นใจไปกับความบันเทิงจากสุดยอดผลิตภัณฑ์โซนี่ทั้งภาพและเสียง ในบรรยากาศสบาย ๆ คล้ายกับนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน

ลูกค้าจะได้สัมผัสกับสุดยอดทีวี BRAVIA OLED TV – Master Series ที่สุดของเทคโนโลยีให้คุณภาพทีวีสุดคมชัดทุกมุมอง ทั้งยังสามารถปรับภาพตามภาพที่เล่นบนทีวี นอกจากนี้ยังมีเครื่องเสียงไฮเรสออดิโอระดับไฮเอนด์ Signature Series ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ให้คุณภาพเสียงราวกับได้ฟังจากต้นฉบับจากห้องบันทึกเสียง โดยแบ่งเป็น 7 โซนให้ลูกค้าได้สัมผัส ดังนี้

โซนี่ ไทย

  • Android TV Voice Search สะดวกสบายกับการใช้งานทีวีบราเวียด้วยการใช้คำสั่งเสียง
  • Redefine Gaming Experience เพลิดเพลินกับการเล่นเกมพร้อมเสียงแบบ Surround รอบทิศทาง
  • Dolby ATMOS เพลิดเพลินกับระบบเสียงล่าสุด Dolby Atmos พร้อมทีวีระดับ Top
  • Ultimate Cinematic Atmosphere ทดลองฟังเสียงระบบ Dolby Atmos เสียงสมจริงรอบทิศทางครบทุกมิติด้วยลำโพง 2.1 Channel
  • Perfect Harmony for Pictures and Sounds เพลิดเพลินไปกับการชมภาพยนตร์ภาพแบบ 4K HDR จากตัวเครื่องเล่นบลูเรย์ 4K รุ่นล่าสุด กับ ทีวี Bravia OLED A8F ที่มีระบบเสียง Acoustic surface ที่ดังกระหึ่มออกมาจากหน้าจอให้อรรถรสในการชมดีขึนโดยปราศจากลำโพง
  • Bluetooth Smart Steaming ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับเสียงจากทีวีแบบส่วนตัวและได้อรรถรสมากขึ้นผ่านหูฟังบลูทูธไร้สาย
  • Master Series Powered By X1 Ultimate ชมภาพและเสียงระดับสุดยอดกับ Bravia Master Series OLED รุ่น A9F

โซนี่ ไทย

2) Sony Gadget Iconic Store ลูกค้าจะได้เข้ามาสัมผัสและทดลองใช้เครื่องเสียงแบบพกพารุ่นใหม่ได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งการใช้งานระหว่างเดินทาง เล่นกีฬา และกล้องถ่ายรูปดิจิตอลพร้อมเลนส์ทุกชนิด ให้ลูกค้าได้ลองถ่ายภาพวัตถุต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ พร้อมการให้คำแนะนำในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์จากพนักงานมากประสบการณ์อย่างเป็นมิตร

นอกจากนี้ โซนี่ ยังได้เตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงเปิดตัวและสร้างการรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบ โดยในช่วงฉลองเปิดสาขาใหม่นี้ มอบสิทธิพิเศษมากยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้า 5,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์เพิ่มประกันเป็น 2 ปี รวมถึงได้รับ Welcome Pack Voucher สิทธิพิเศษในการรับบริการ และคูปองส่วนลดสำหรับการซื้อสินค้าที่ร้านโซนี่ สโตร์ เท่านั้น

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าสมาชิกโซนี่สโตร์
  • สามารถใช้คะแนนรับสิทธิ์แลกซื้อสินค้าที่ร่วมรายการโปรโมชั่น
  • สามารถใช้คะแนนรับส่วนลดพิเศษสำหรับซื้ออุปกรณ์เสริมต่างๆของกล้อง
  • ได้สิทธิ์เข้าร่วมอบรมการใช้งานผลิตภัณฑ์ จากบริษัท โซนี่ไทย จำกัด

โซนี่ ไทย

ปัจจุบันโซนี่สโตร์มีทั้งหมด 6 สาขาประกอบด้วย โซนี่ สโตร์ สยามพารากอน, โซนี่ สโตร์ เอ็มควอเทียร์, โซนี่ สโตร์ เซ็นทรัล พระราม 9, โซนี่ สโตร์ เดอะมอลล์ บางกะปิ, โซนี่ สโตร์ เดอะมอลล์ บางแค และสาขาล่าสุดที่เปิดอย่างเป็นทางการในวันนี้ คือ โซนี่ สโตร์ ไอคอนสยาม

ขอเชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของความบันเทิงในบ้านอย่างครบครันได้แล้ววันนี้ที่ โซนี่ สโตร์ ไอคอน สยาม ตั้งอยู่บนชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 21.00 น. สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของกิจกรรมดีๆ ได้เพิ่มเติมที่ Facebook Page Sony Store Thailand และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

โซนี่ ไทย

ทรูมูฟ เอช ร่วมยินดี “น้องมิลด์” แชมป์โดรนเรซซิ่ง

ทรูมูฟ เอช เครือข่าย 4G ยอดเยี่ยมในเอเชียแปซิฟิก โดย นายอภิรมย์ สินธุพันธ์ รองผู้อำนวยการ สายงานสื่อสารการตลาด บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมแสดงความยินดี ‘น้องมิลค์’ ด.ญ.วรรรญา วรรณผ่อง วัย 11 ปี แชมป์บังคับโดรน อันดับ 1 ที่อายุน้อยที่สุดในโลก คว้าชัยชนะจากการแข่งขัน World Drone Racing Championships ประเภทหญิง ที่ประเทศจีน

โดยมอบแพ็กเกจพิเศษจาก ทรูมูฟ เอช ให้โทรทั้งในและต่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร และเน็ตบ้านความเร็วสูงสุด 100 เมก จากทรูออนไลน์ ผู้นำบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตอันดับ 1 เป็นเวลา 1 ปี

ทั้งนี้ ด.ญ.วรรรญา วรรณผ่อง นักกีฬาโดรนวัย 11 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร ลงแข่งขันครั้งแรกด้วยวัยเพียง 8 ปี และด้วยความสามารถอันโดดเด่นนี้ เธอจึงทะยานเข้าสู่ “วงการโดรนเรซซิ่งระดับโลก” ที่จัดการแข่งขันขึ้นในต่างประเทศมากกว่า 13 ครั้ง

โดยสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ทั้งหมด 2 ครั้ง ประกอบกับรางวัลอื่นๆ ที่ได้รับ ส่งผลให้เธอกลายเป็น “ดาวดวงใหม่” ในแวดวงโดรนเรซซิ่ง ที่ถูกขนานนามให้เป็น “แชมป์บินโดรนที่อายุน้อยที่สุดในโลก”

ล่าสุด ในการแข่งขัน “1St FAI WORLD DRONE RACING CHAMPIONSHIPS 2018” ซึ่งจัดขึ้นที่สาธารณรัฐประชาชนจีน น้องมิลค์เป็นหนึ่งในตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน และใช้ความสามารถเอาชนะคู่แข่งจากทั่วโลกอย่างเป็นเอกฉันท์ คว้ารางวัล “แชมป์เหรียญทอง” ประเภทบุคคลหญิง มาครองได้สำเร็จ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ทรูมูฟ เอช

1St FAI WORLD DRONE RACING CHAMPIONSHIPS 2018

ฟิตบิท ชาร์จ 3 พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก

ฟิตบิท วางจำหน่ายฟิตบิท ชาร์จ 3 (Fitbit Charge 3™) นวัตกรรมล่าสุดจากฟิตเนสแทรคเกอร์ในตระกูล Charge มาพร้อมดีไซน์ใหม่ หรูและพรีเมียมมากขึ้น ตัวเรือนอะลูมิเนียมใช้เทคโนโลยีอากาศยานให้น้ำหนักเบา จอทัชสกรีนกระจกGorilla® Glass 3 ทนทานต่อรอยขีดข่วน

ดีไซน์บางลงเพื่อการสวมใส่ที่สบาย อัดแน่นด้วยสมาร์ทฟีเจอร์เพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายครบครัน รองรับระบบการชำระเงินฟิตบิท เพย์ พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรีที่ยาวนานถึง 7 วัน พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของแล้วที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในราคา 6,490 บาท

ฟิตบิท ชาร์จ 3 เป็นฟิตเนสแทรคเกอร์เจเนอเรชั่นล่าสุดในตระกูลชาร์จที่ขายดีที่สุด ประเดิมยอดพรีออเดอร์ออนไลน์ทางเว็บไซต์ fitbit.com อย่างท่วมท้นหลังจากเปิดตัวที่สหรัฐอเมริกา ทั้งจากลูกค้าเก่าและใหม่ โดยร้อยละ 54 มาจากลูกค้าเก่าของฟิตบิทที่ยังคงเหนียวแน่นกับแบรนด์และเป็นเจ้าของแทรคเกอร์ฟิตบิทอย่างน้อย 2 เครื่อง

ก่อนที่จะตัดสินใจสั่งจอง Charge 3 เพิ่มอีก สอดคล้องกับการประเมินดีมานด์ของผู้บริโภคเบื้องต้นโดยไอดีซีว่า สินค้าประเภทฟิตเนสแทรคเกอร์จะมียอดจัดส่งไปยังผู้จัดจำหน่าย คิดเป็นสัดส่วนสูงต่อเนื่องอีกหลายปี ส่งผลให้ตลาดแวร์เอเบิลโดยรวมขยายตัว

นายเจมส์ ปาร์ค ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ ฟิตบิท กล่าวว่า “ฟิตบิท ชาร์จ 3 ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภค จะเห็นได้จากปริมาณการสั่งจองล่วงหน้ามากกว่าที่ฟิตบิท เวอร์ซ่าเคยทำได้ในช่วง 6 เดือนแรก ยิ่งตอกย้ำความนิยมผลิตภัณฑ์ตระกูลชาร์จในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ฟิตบิท ชาร์จ 3 ได้รับการพัฒนาให้มีความ พรีเมียมและเพรียวบางมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาแทรคเกอร์ที่มาพร้อมสมาร์ทฟีเจอร์ด้านสุขภาพและฟิตเนสที่ทันสมัย รองรับการใช้ชีวิตที่จำเป็นต้องเชื่อมต่อถึงกันตลอด

นอกจากนี้ ฟิตบิท ชาร์จ 3 ยังมีความล้ำที่สุดด้วยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์อันทันสมัย นำเซ็นเซอร์ตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดสัมพัทธ์ (relative SpO2 Sensor) มาใส่ไว้ในแทรคเกอร์ได้อย่างลงตัวเป็นครั้งแรก”

ทั้งนี้ ฟิตบิท ชาร์จ 3 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดการเต้นหัวใจที่ทันสมัยที่สุดของฟิตบิท (PurePulse®) เซ็นเซอร์ตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดสัมพัทธ์ (Relative SpO2 sensor)

พร้อมโหมดออกกำลังกายที่มีให้เลือกมากกว่า 15 โหมด สามารถใส่ว่ายน้ำได้iv แดชบอร์ดข้อมูลสุขภาพ การติดตามสุขภาพสำหรับสุภาพสตรี ฟังก์ชั่นติดตามการนอนในช่วงต่าง ๆ พร้อมข้อมูลวิเคราะห์ และประสบการณ์อื่น ๆ อีกมากมาย

ดีไซน์หรู พรีเมียมเหนือระดับ: มาพร้อมคุณสมบัติการกันน้ำลึกได้ น้ำหนักเบาเพื่อการสวมใส่ที่พอดี สบาย และมีความทนทาน และเป็นครั้งแรกที่จะมาพร้อมกับปุ่มเหนี่ยวนำ (inductive button) ให้สัมผัสไว เสริมด้วยฟีเจอร์ในตัวเครื่องที่ใช้งานง่ายและตอบสนองดีขึ้น เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีฟิตเนสแทรคเกอร์ที่ฉลาดที่สุดของฟิตบิท: ไม่พลาดการติดต่อและไม่โดนรบกวน ด้วยฟีเจอร์ทันสมัยที่จำเป็นในยุคดิจิทัล เช่น การแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้มากขึ้น โหมดตอบกลับเร็ว (Quick Replies) สำหรับโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ (เปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้)

แอปฯ ที่ใช้สะดวกสำหรับทุกวัน และระบบการชำระเงิน ”ฟิตบิท เพย์” ตรงจากข้อมือใช้งานง่ายและปลอดภัย พร้อมทั้งแบตเตอรีที่ใช้ได้นานถึง 7 วัน

ฟิตบิท ชาร์จ 3 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 6,490 บาท ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไปเช่น บีทูเอส ร้าน.Life คิงพาวเวอร์ พาวเวอร์บาย วีมาร์ท และลาซาด้า มีจำหน่ายทั้งแบบสีดำพร้อมกรอบอะลูมีเนียมกราไฟต์ หรือสีบลูเกรย์พร้อมกรอบอะลูมิเนียมสีชมพูโรสโกลด์ อุปกรณ์เสริมราคาระหว่าง 990-1,890 บาท และรุ่น Special Edition ในราคา 6,990 บาท

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ฟิตบิท ชาร์จ 3

Mi Store เปิดแล้วในเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่

Mi Store เปิดเพิ่มอีก 1 สาขาอย่างเป็นทางการแล้ว ณ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ หลังแฟนสลิ้งค์คอมมูนิเคชั่น และกลุ่มลูกค้าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

นายเจสัน หลิวประธานกรรมการบริหารบริษัทแฟนสลิ้งค์คอมมูนิเคชั่น จำกัด กล่าวว่า “Mi Store” เป็นแหล่งรวมเทคโนโลยีจาก Xiaomi ทั้งโทรศัพท์มือถือ, นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ, กล้องติดรถ, กล้องวงจรปิดภายในบ้าน, เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะและเครื่องกรองอากาศเพื่อให้ลูกค้าชาวเชียงใหม่ได้ชมและทดลองสินค้าได้สะดวกมากขึ้น

ตอบสนองกระแสการตอบรับจากชาวเชียงใหม่และเป็นการรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพและขยายกลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มมากขึ้นจากเดิมด้วยการชูจุดเด่นด้านคุณภาพของสินค้าในราคาเบาๆและมีหลากหลายรุ่นให้ลูกค้าทุกท่านได้เลือกเป็นเจ้าของ

บริษัทแฟนสลิงค์คอมมูนิเคชั่นจำกัดยังได้คว้ารางวัลรองอันดับ 1 จากงาน “MI Global Distributor Conference 2018” ณ กรุงปักกิ่งประเทศจีนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถและมาตรฐานคุณภาพของสินค้า

ซึ่งจะช่วยให้เป็นที่ยอมรับและอยู่ในใจของผู้บริโภคชาวไทยได้ไม่ยาก นอกจากนี้ Xiaomi เป็นแบรนด์สินค้าที่กลุ่มคนไทยชื่นชอบทำให้เกิดการก่อตั้งกลุ่มแฟนคลับที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์สินค้าในประเทศไทย

TicWatch C2 สมาร์ทวอชรุ่นคลาสสิค ที่ล้ำหน้าขั้นสุด

Mobvoi เปิดตัว TicWatch C2 เจเนอเรชั่นที่ 2 ของสมาร์ทวอชรุ่นคลาสสิคจากทิควอทช์ ในประเทศอังกฤษ เปิดพรีออเดอร์พร้อมกันทั่วโลก เตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยเดือนพฤศจิกายนนี้

นายธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อินโนเวชั่นอีทีซี จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวของ TicWatch ในประเทศไทย กล่าวว่า ยอดขาย ในเมืองไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ของปี และเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกรุ่น

โดยเฉพาะรุ่น TicWatch Pro กำลังที่เป็นที่นิยมของตลาดผู้ใช้สมาร์ทวอชในเมืองไทยอย่างมาก ล่าสุด Mobvoi จึงได้เปิดตัว TicWatch C2 เจเนอเรชันใหม่ของ TicWatch Classic ที่จะมาพร้อมตัวเรือนแสตนเลส สตีล สายหนังแท้ รองรับการใช้งานระบบ NFC Payment ติดตามข้อมูลสุขภาพ และฟิตเนสได้ รวมทั้งคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมาย

TicWatch C2 เป็นสมาร์ทวอชระบบ Wear OS โดย Google ที่มีแอปลิคเคชันที่หลากหลายสำหรับสมาร์ทวอช และมีหน้าปัดนาฬิกาให้เลือกนับพันแบบ พร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานผู้ช่วย Google Assistant เลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียม สวย ดูดี ทนทาน

เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ตัวเรือนด้านหน้าผลิตจากแสตนเลสสตีล ที่มาพร้อมกับสายหนังแท้ หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.3 นิ้ว (360 x 360 พิกเซล) เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 4.1 และไวไฟ 802.11 b/g/n มี GPS GLONASS Beidou

นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับด้านสุขภาพและการออกกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ การเคลื่อนไหว การหมุน ทิศทางการเคลื่อนที่ แบตเตอรี่ความจุ 400 mAh สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 2 วัน และฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆ ครบครัน

อาทิ สามารถสั่งงานโดยตรงด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ใช้ Google Pay ชำระเงินได้โดยตรง ผ่านระบบ NFC Payment มีฟีเจอร์กันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP68 (IP68 Water and dust resistant)

จุดเด่นอีกประการที่สำคัญคือเพิ่มขนาดใหม่สำหรับผู้มีข้อมือเล็ก ในรุ่น 18mm (มีเฉพาะตัวเรือนสีโรสโกลด์) ที่ตัวเรือนมีความบางพิเศษ คือหนาเพียง 12.80 มิลลิเมตรที่มากับสายหนังแท้ขนาด 18 มิลลิเมตร

โดยในรุ่นปกติ 20mm มีให้เลือก 2 สีคือตัวเรือนสีดำ และสีแพลตตินั่ม (เงิน) จะมีความหนา 13.10 มิลลิเมตร และมากับสายหนังแท้ขนาด 20 มิลลิเมตร

ด้านนายชนินทร์ มโนชญากร ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อินโนเวชั่นอีทีซี จำกัด กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่า TicWatch C2 จะเข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาดผู้ใช้สมาร์ทวอชในเมืองไทยได้อีกรุ่น ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียม และการสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ด้วยการรับประกันสินค้าในระยะเวลา 1 ปี

และสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันทีภายใน 7 วัน หากเครื่องมีปัญหา อย่างไรก็ตามคาดว่าจะสามารถขยายกลุ่มผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลือกใช้สมาร์ทวอชเรือนแรก และกลุ่มผู้ใช้ที่เคยใช้เจเนอเรชันแรกของทิควอท์ชคลาสสิค โดย TicWatch C2 จะจำหน่ายในราคา 7,000 – 8,000 บาท

ปัจจุบัน TicWatch ที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยได้แก่รุ่น TicWatch C รุ่น TicWatch S&E รุ่น TicWatch Pro ที่ร้าน B2S สาขาเซ็นทรัล พระราม 3, เซ็นทรัลลาดพร้าว, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, B2S พัทยา, B2S ชลบุรี ร้าน Be trend สาขาเอ็มโพเรียม

และสยามพารากอน หรือสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ Lazada, Shopee, facebook fanpage: Ticwatch Thailand และ www.ticwatchthailand.com

ดีแทคประกาศจำหน่าย Apple Watch Series 4 เริ่ม 2 พ.ย.นี้

ดีแทคจะวางจำหน่าย Apple Watch Series 4 (รุ่น GPS + เซลลูลาร์) ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งดีไซน์และวิศวกรรม เพื่อช่วยให้คุณแอ็คทีฟ มีสุขภาพดี และต่อติดทุกเรื่องได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561

โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อ Apple Watch Series 4 (รุ่น GPS) ล่วงหน้า ได้ในวันที่ 26 ตุลาคม 2561 ผ่านทาง www.dtac.co.th

TicWatchPro สมาร์ทวอชที่กดจ่ายบิลได้เลย

อินโนเวชั่นอีทีซี จับมือ Mobvoi เปิดตัวนาฬิกาสมาร์ทวอชรุ่นใหม่ล่าสุด “TicWatch Pro” มาพร้อมระบบ Wear OS โดย Google ชูจุดเด่นเทคโนโลยีการแสดงผลแบบเลเยอร์ช่วยยืดระยะการใช้งานแบตเตอรี่ ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนระบบ Android และ iOS มาพร้อมกับระบบ NFC Payment สามารถชำระเงินได้ง่ายๆ ผ่าน TicWatch โดยตรง มั่นใจยอดขายจะเติบโตแบบก้าวกระโดด

Mobvoi เป็นบริษัทปัญญาประดิษฐ์ ที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของ Google และ Volkswagen พัฒนาผลิตภัณฑ์ TicWatch S&E ขึ้นในปี 2560 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากผู้สนับสนุนจาก 150 ประเทศทั่วโลกกว่า 3.2 ล้านเหรียญสหรัฐบน Kickstarter

และได้ผลิตออกจำหน่ายต่อสาธารณชนและได้รับความนิยมอย่างมากมาจนปัจจุบัน ซึ่ง Mobvoi ก็ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ส่วนอินโนเวชั่นอีทีซีนั้นเป็นผู้จัดจำหน่าย TicWatch อย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในประเทศไทย

จุดเด่นสำคัญ TicWatch Pro คือเทคโนโลยีการแสดงผลแบบเลเยอร์ สามารถช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 30 วันต่อการชาร์ตไฟเพียงครั้งเดียว โดยผู้ใช้สามารถสลับการทำงานของหน้าจอไปมาระหว่างหน้าจอระบบ FSTN (Film Compensated Super Twisted Numatics)

และหน้าจอ AMOLED ที่ซ้อนทับกันอยู่ โดยหน้าจอ FSTN ที่อยู่ด้านบนจะเป็นหน้าจอแบบโปร่งแสงที่ใช้พลังงานน้อย สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในที่แสงจ้าหรือกลางแจ้ง และไม่รบกวนการแสดงผลทั้งความสว่าง และสีของหน้าจอ AMOLED ด้านล่างเมื่อเปิดใช้งาน

มร. โจชัว กาน ผู้อำนวยการฝ่ายขายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Mobvoi กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีผลต่อชีวิตมนุษย์จนแทบแยกจากกันไม่ได้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานจึงเกิดขึ้น และทำให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง

โดยนอกจาก TicWatch Pro แล้ว ในเดือนตุลาคม 61 นี้ Mobvoi จะร่วมกับ อินโนเวชั่นอีทีซี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในประเทศไทยอีกหนึ่งตัวคือ TicPods Free หูฟังไร้สายอัจฉริยะ ที่มีระบบสั่งงานแบบสัมผัส และสามารถเชื่อมต่อกับผู้ช่วยคำสั่งเสียงได้ทั้ง Google Voice Assistant และ Siri

นายชนินทร์ มโนชญากร ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อินโนเวชั่นอีทีซี จำกัด กล่าวว่า อินโนเวชั่นอีทีซี ก่อตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายในการคัดสรร Gadget แห่งอนาคตจากทั่วทุกมุมโลกมาให้คนไทยได้ใช้ และ TicWatch เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เราได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น ทันสมัย

และกำลังเป็นที่นิยมในตลาด มีผู้สนใจสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมา TicWatch S&E เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย ยอดจำหน่าย TicWatch ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงกว่า 50% เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายในเดือนก่อนหน้า

เนื่องจาก TicWatch เป็นสมาร์ทวอชที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานครอบคลุมทุกความต้องการในราคาที่จับต้องได้ ตอบโจทย์ในเรื่องการใช้งานเมื่อเทียบกับราคา และยังสามารถรองรับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“ระบบปฏิบัติการ Wear OS ที่ถูกออกแบบมาสำหรับสมาร์ทวอชโดยเฉพาะ สามารถใช้ได้ทั้ง Android และ iOS จากฝีมือการผลิตและออกแบบของ Mobvoi ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบ AI ทั้งยังได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและเงินทุนจาก Google และ Volkswagen

ผลิตด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม ดีไซน์ล้ำสมัย มีระบบ Google Assistant และระบบการแจ้งเตือนต่างๆ เสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัว รองรับการดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นเพิ่มเติม เพื่อช่วยตอบสนองความต้องการในการใช้งานได้มากที่สุด”

นายธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founder) บริษัท อินโนเวชั่นอีทีซี จำกัด กล่าวว่า อินโนเวชั่นอีทีซีสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ด้วยการรับประกันสินค้าในระยะเวลา 1 ปี และสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันทีภายใน 7 วัน หากเครื่องมีปัญหา

โดยคาดการณ์ว่ายอดขาย TicWatch ในประเทศไทยจะสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากตลาดสมาร์ทวอชเมืองไทยยังสามารถเติบโตได้อีกมากเมื่อเทียบกับขนาดตลาดในปัจจุบัน

รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคจำนวนมากที่มีการซื้อสมาร์ทวอชมาใช้มากกว่า 1 เรือน และที่สำคัญเรามองว่ายุคของสมาร์ทวอชกำลังจะเข้ามา โดย TicWatch Pro จำหน่ายในราคา 9,900 บาท

อาร์ทีบี จัดแคมเปญลด 10% ฉลองหูฟัง True Wireless

อาร์ทีบี ฉลองความสำเร็จหูฟัง True Wireless ยอดขายทะลุ 10,000 ตัว ด้วยการจัดแคมเปญพิเศษคืนกำไรให้กับลูกค้า มอบส่วนลด 10% เป็นเวลา 10 วัน กับหูฟัง True Wireless 3 รุ่นจาก Jabra พร้อมเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมหูฟังสุดล้ำออกสู่ตลาดต่อเนื่อง มั่นใจสร้างเพิ่มยอดขายในแคมเปญไม่ต่ำกว่า 20% และดันรายได้ปี 2561 ตามเป้า 425 ล้านบาท

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ยอดขายของอาร์ทีบีฯ 9 เดือนที่ผ่านมามียอดขาย 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 21% โดยเป็นผลมาจากการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความที่นิยมสู่ตลาด

รวมถึงการจัดกิจกรรมการตลาดสร้างประสบการณ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งแบรนด์ปัจจุบันและแบรนด์ที่เปิดตัวใหม่ โดยกลยุทธ์การทำตลาดในช่วงไตรมาสที่ 4 ยังคงเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมหูฟังสุดล้ำออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยนำผลิตภัณฑ์เข้ามาขยายตลาดให้ครอบคลุมเซ็กเมนต์ที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะตลาดหูฟัง True Wireless ซึ่งกำลังเป็นมาแรงเพิ่มขึ้น

“หูฟัง True Wireless สามารถสร้างยอดขายทะลุกว่า 10,000 ตัวนับตั้งแต่เปิดตัว True Wireless รุ่นแรกนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของอาร์ทีบีฯ ที่มุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมหูฟังบลูทูธที่มีเทคโนโลยีที่นำสมัยที่สุดเข้ามาทำตลาดโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานหูฟังที่หลากหลายได้อย่างตรงใจอยู่เสมอ

ซึ่ง อาร์ทีบีฯ เป็นผู้ทำตลาดหูฟังTrue Wireless ในเมืองไทยเป็นเจ้าแรก ด้วยการประเดิมส่ง Jabra Elite Sport ซึ่งสามารถครองใจผู้บริโภคผู้รักการออกกำลังกาย ตามมาด้วย Jabra Elite Sport 4.5 ที่พัฒนาชั่วโมงการใช้งานให้นานขึ้นเป็นต้น”

จากความสำเร็จดังกล่าว อาร์ทีบีฯ จึงได้จัดแคมเปญพิเศษ เพื่อคืนกำไรและเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบส่วนลด 10% ให้กับลูกค้าเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2561 เพียงถ่ายรูปกับผลิตภัณฑ์หูฟังแบรนด์จาบร้า

จากนั้นโพสต์ขึ้น FB (เปิด Public) แล้วใส่ Hastag #JabraTrueWireless โดยมั่นใจว่า แคมเปญพิเศษฉลองความสำเร็จและคืนกำไรลูกค้าในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจจากคนรักเสียงเพลงเป็นอย่างดี พร้อมผลักดันยอดขายของอาร์ทีบีฯ โดยรวมภายในสิ้นปีนี้ได้ 425 ล้านบาท

ปัจจุบันจาบร้าได้ผลิตหูฟัง True Wireless เจนเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีทั้งเทคโนโลยีที่นำสมัย และมีความเสถียรในการใช้งานสูงสุด ประกอบด้วย Jabra Elite 65T สุดยอดหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมสำหรับคนทำงานที่รักเสียงเพลงและความทันสมัย,

และ Jabra Elite Active 65T หูฟังสำหรับคนรักเสียงเพลงที่ใช้ชีวิตแบบแอ็คทีฟหรือชื่นชอบออกกำลังกาย นอกจากนั้นยังมี Jabra Elite Sport หูฟังที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพที่ต้องการเพิ่มศักยภาพของร่างกายและรักในเสียงดนตรี

โดยหูฟังเจเนอเรชันใหม่นี้ มาพร้อม Application อัจฉริยะ ที่ทำให้หูฟังแต่ละตัวตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนได้อย่างแท้จริง

มธ. เปิดตัว “ไม้เท้าอัจฉริยะ” ช่วยผู้พิการทางสายตา

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดตัว “ไม้เท้าอัจฉริยะ” ไม้เท้าโฉมใหม่ ช่วยป้องกันอันตรายสำหรับผู้พิการทางสายตา มาพร้อมเซนเซอร์บอกจุดอันตราย 3 ระดับ พร้อมส่งสัญญาณเตือนในรูปแบบของ “เสียง-สั่น” แบบเรียลไทม์

โดยในแนวดิ่งระยะ 50 เซนติเมตร จะส่งเสียงเตือน หากพบสิ่งกีดขวางในระยะ 120 เซนติเมตร แนวดิ่งระยะ 100 เซนติเมตร จะส่งเสียงเตือน หากพบสิ่งกีดขวางในระยะ 100 เซนติเมตร และแนวราบบริเวณที่มีแหล่งน้ำ จะสั่นเตือนที่ด้ามจับของไม้เท้า

กรณีพบแหล่งน้ำบริเวณทางเดิน โดยนวัตกรรมดังกล่าว เป็นผลงานของเยาวชนจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมดังกล่าว อยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพในผู้พิการทางสายตา (Clinical Test) และยื่นจดอนุสิทธิบัตร

รศ.ดร.สมชาย ชคตระการ คณบดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านอิเล็กทรอนิกส์และสมองกลฝังตัวแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล

จึงได้ร่วมเป็น 1 ในเครือข่ายมหาวิทยาลัย โครงการพัฒนาทักษะด้านอิเล็กทรอนิกส์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับโรงเรียนในชนบท โรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม

ภายใต้การดูแลของ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนิน ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ระบบสมองกลฝังตัว การต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ การสร้างชิ้นงาน 3 มิติ และ Internet of Things

โดยที่ผ่านมา คณะฯ ได้ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแก่สามเณรและนักเรียน ครอบคลุม 5 ภูมิภาค ใน 42 โรงเรียน โดยสามารถพัฒนาผลงานต้นแบบที่ตอบโจทย์สังคมได้จริงและมีประสิทธิภาพจำนวนมาก

อาทิ “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมอัจฉริยะ” ระบบตรวจวัดระดับน้ำในนาข้าว พร้อมแจ้งเตือนผ่านเอสเอ็มเอส เพื่อหาแนวทางรับมือกรณีเกิดน้ำท่วมขังในหน้าน้ำหลาก

“ล็อคเกอร์อัจฉริยะ” ที่สามารถควบคุมและสั่งการเปิด-ปิดได้ในระยะไกลด้วยสมาร์ทโฟน และ “ไม้เท้าอัจฉริยะ” ไม้เท้าสำหรับผู้พิการทางสายตา ที่มาพร้อมเซนเซอร์บอกจุดอันตราย และแจ้งเตือนด้วยระบบสั่น-เสียง เป็นต้น

ดร.เรวัตร ใจสุทธิ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. และที่ปรึกษานวัตกรรม “ไม้เท้าอัจฉริยะ” กล่าวว่า ทีมนักเรียนเจ้าของผลงานได้คิคค้นและพัฒนา “ไม้เท้าอัจฉริยะ” ไม้เท้าโฉมใหม่สำหรับผู้พิการทางสายตา

เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการเดินชนสิ่งกีดขวาง มาพร้อมเซนเซอร์แจ้งสิ่งกีดขวาง (Sensor) ใน 3 ระดับ คือ แนวดิ่งระยะ 50 เซนติเมตร แนวดิ่งระยะ 100 เซนติเมตร และแนวราบที่มีแหล่งน้ำ พร้อมส่งสัญญาณเตือนในรูปแบบของ “เสียง-สั่น” แบบเรียลไทม์ (Real-time) ในระยะ 120 เซนติเมตร

โดยการทำงานของนวัตกรรมดังกล่าว จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเซนเซอร์แจ้งสิ่งกีดขวาง 3 ระดับ และระบบประมวลผลสมองกลฝังตัว โดย “เซนเซอร์แนวดิ่งระยะ 50 เซนติเมตร” จะทำการ “ส่งเสียง” แจ้งเตือน ในกรณีที่พบสิ่งกีดขวางบริเวณด้านหน้า ในระยะทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 120 เซนติเมตร

“เซนเซอร์แนวดิ่งระยะ 100 เซนติเมตร” จะทำการ “ส่งเสียง” แจ้งเตือน ในกรณีที่พบวัตถุกีดขวางบริเวณด้านหน้า ในระยะทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 เซนติเมตร และ “เซนเซอร์แนวราบบริเวณที่มีแหล่งน้ำ” จะทำการ “สั่นเตือน” ที่ด้ามจับของไม้เท้ากรณีพบแหล่งน้ำบริเวณทางเดิน

ทั้งนี้ นวัตกรรมไม้เท้าอัจฉริยะ สำหรับผู้พิการทางสายตา ใช้เวลาในการศึกษาและพัฒนาเป็นเวลา 6 เดือน โดยมีต้นทุนในการพัฒนาตัวต้นแบบประมาณ 1,800 บาท ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด

ประกอบด้วย นายศักดา ดีแสง และนางสาวอภิญญา ตาลสาร อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมดังกล่าว อยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพในผู้พิการทางสายตา (Clinical Test) และยื่นจดอนุสิทธิบัตร โดยภายในปี 2561 นี้ ทีมวิจัยได้เตรียมพัฒนาระบบประมวลผลให้มีเสถียรภาพ และปรับรูปลักษณ์ของไม้เท้าให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น ดร.เรวัตร กล่าวทิ้งท้าย

COM7 เชิญร่วม Share your Memory ชิงท่องเที่ยวญี่ปุ่น

BaNANA ร่วมกับ SanDisk เอาใจคนชอบเที่ยว เชิญชวนเก็บความทรงจำดีๆ ไว้ใน Memory และแชร์ให้โลกรู้ ภายใต้กิจกรรมประกวดภาพถ่าย Share your Memory ชิงรางวัลเที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว โอซากา 5 วัน 3 คืน และ SanDisk Extreme Portable รวม 11 รางวัล

เพียงช้อปสินค้า SanDisk ที่ร้าน BaNANA เข้ามา Like&Share และ Comment ด้วยภาพถ่าย พร้อมคำบรรยายสั้นๆ ในเพจ BaNANA ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2561 ตัดสินผลการประกวดในวันที่ 11 ตุลาคม 2561

นอกจากนี้ สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ร้านบานาน่า และพบโปรโมชั่นสินค้า SanDisk ในราคาพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 50% ตลอดเดือน กันยายน 2561 นี้

อาทีบี​ฯ​ ลุยตลาด Premium Music เปิดตัว​B&O พร้อมกัน​ 2 รุ่น

อาร์ทีบีฯ​ ประกาศจับมือกับ สตูดิโอเซเว่น เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมหูฟังและลำโพงพร้อมกัน 2 รุ่นใหม่ ‘Earset’ และ ‘Beoplay P6’ ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปท์ My Sound – My Space เพื่อรุกสร้างปรากฎการณ์ใหม่ของการฟังเพลงไปอีกขั้น

หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการเปิดตัว “B&O by Bang & Olufsen” เมื่อปีที่ผ่านมา และสร้างยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว มั่นใจด้วยคุณภาพเสียงมาตรฐาน ผสมผสานกับการดีไซน์เรียบหรู ร่วมสมัยตามสไตล์เดนมาร์ก และช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง สินค้าใหม่ทั้งสองรุ่นสามารถเพิ่มยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 30% ในสิ้นปีนี้

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวถึงทิศทางการทำตลาดอุปกรณ์เสริม หรือ โมบาย ไลฟ์สไตล์ (Mobile Lifestyle) ในไตรมาส 3 ว่า อาร์ทีบีฯ มีแผนต่อยอดขยายฐานคนรักเสียงเพลงให้ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ที่กำลังเติบโตและเติมเต็มความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมทุกระดับยิ่งขึ้น

ด้วยการรุกต่อยอดความสำเร็จแบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จากประเทศเดนมาร์ก “บี แอนด์ โอ” (B&O) หรือ Bang & Olufsen ที่อาร์ ที บีฯ เพิ่งเปิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา และได้กระแสการตอบรับที่ดีมากจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงและชื่นชอบในดีไซน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในปีนี้ อาร์ทีบีฯ จึงได้จับมือกับ สตูดิโอเซเว่น ภายใต้ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าไอทีรายใหญ่ของไทยเปิดตัวนวัตกรรมหูฟังและลำโพง 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Earset และ Beoplay P6 เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น “สิ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จของแบรนด์บี แอนด์ โอ (B&O) สะท้อนได้จากยอดขายที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Beoplay E8

ส่งผลให้แบรนด์ บี แอนด์ โอ ในประเทศไทยเป็นที่รู้จักของคอเพลงและเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เปิดตัวได้เพียง 1 ปีเท่านั้น โดยมียอดขายประมาณ 70 ล้านบาท ประกอบกับการที่อาร์ทีบีฯ มีความแข็งแกร่งของช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุมและครบทุกพาร์ทเนอร์

ปัจจุบันมีจุดจำหน่าย 50 แห่ง และจะขยายเพิ่มเป็น 70 แห่งในสิ้นปีนี้ ตลอดจนแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมหูฟังและลำโพงคุณภาพสูง ที่มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น เพราะสะท้อนเอกลักษณ์ของผู้ใช้งาน จึงเป็นปัจจัยให้ บี แอนด์ โอ(B&O) ได้รับการตอบรับที่ดีจากคอเพลงมาอย่างต่อเนื่อง”

ดร.บรรพต กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการผลักดันแบรนด์บี แอนด์ โอ ในปีนี้ว่า อาร์ทีบีฯ จะเดินหน้าขยายการรับรู้ ด้วยการมุ่งสร้างให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์กับสินค้าทั้งในแง่ของคุณภาพเสียง และวัสดุพรีเมียมที่ใช้มากขึ้น โดยการขยายพื้นที่กับพาร์ทเนอร์ ทำ shop in shop ของ บีแอนด์โอให้มากขึ้น เพื่อตอกย้ำจุดเด่นของแบรนด์และสินค้า และในปีนี้เราจะเพิ่มโปรดักส์ไลน์ใหม่ๆ ที่บีแอนด์โอมีอยู่ เพื่อตอบสนองเทรนด์ของสมาร์ทโฮมที่กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศเป็นอย่างมาก

นางสาววิมลมาลย์ วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว Earset และ Beoplay P6 ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำการออกแบบที่เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค ของแบรนด์บี แอนด์ โอ (B&O)กับกลุ่มคนรักเสียงเพลงคุณภาพและหลงใหลในดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบของตัวสินค้า หรือการสื่อสารทางการตลาดต่าง ๆ ช่วยต่อยอดความน่าหลงใหลของแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นอย่างแน่นอน

Earset
Earset

สำหรับหูฟังรุ่น Earset เป็นหูฟังแบบไร้สายรุ่นที่มีความสวยงามคลาสสิคที่สุด เนื่องจากได้แรงบันดาลใจจากการออกแบบหูฟังบีแอนด์โอรุ่นแรกๆ ซึ่งคือ Bang & Olufsen A8 ตั้งแต่ปี 2543 และได้พัฒนาต่อเนื่องมาจนกระทั่งวันนี้ บีแอนด์โอ จึงนำดีไซน์หูฟังที่เป็นต้นแบบหูฟังแบบเกี่ยวหูที่เป็นอมตะ และร่วมสมัย มาใส่เทคโนโลยีไร้สายที่ทันสมัยที่สุด พร้อมด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม เพื่อให้แฟนพันธุ์แท้ตัวจริงของบีแอนด์โอ ได้สัมผัสหูฟังดีไซน์คลาสสิคที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิตอลได้

นอกจากนี้หูฟัง Earset ยังมาพร้อม Digital Equalizers ผ่านทาง แอปฯ Beoplay แล้ว ยังสามารถคุยโทรศัพท์และการควบคุมการเล่นเพลงได้อย่างง่ายดายตามต้องการ ขณะที่ตัวหูฟังที่ทำจาก Anodized Aluminium เพิ่มความคลาสสิก และแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว พร้อมกับยางชนิดอ่อนนุ่มอย่างดี เพื่อให้สวมใส่สบาย แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 5 ชั่วโมง มีให้เลือก 2 สี คือ สี White และ Graphite Brown ในราคา 12,900 บาท

สำหรับ Beoplay P6 เป็นลำโพงบลูทูธไร้สายที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันสำหรับคอเพลงที่หลงใหลในดีไซน์และต้องการฟังเพลงในบ้านและยังสามารถพกพาไปนอกบ้านได้อย่างโดดเด่นทุกที่ทุกเวลา ด้วยสไตล์การออกแบบที่คลาสสิคแต่ยังคงความทันสมัยสวยงามเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับลำโพงใด ๆ ทั้งยังมาพร้อมกับ B&O Signature Sound ที่ให้รายละเอียดของเสียงทรงพลังสุด

คมชัดด้วยกำลังขับ 215 วัตต์ และเบสที่นุ่มนวลชัดใส พร้อมการออกแบบตะแกรงเสียงให้สามารถขับเสียงออกได้ 360 องศา ทำให้ผู้ใช้สามารถได้ยินเสียงเต็มที่ไม่ว่าจะข้างหน้าหรือข้างหลัง ขณะที่ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุคุณภาพชั้นเยี่ยม โดยตัวลำโพงทำจากอะลูมีเนียม ให้ความสวยงามและแข็งแรงไปพร้อมกัน ส่วนสายหิ้วทำจากหนังแท้ให้ความเรียบหรู

Earset
Beoplay P6

นอกจากนี้ Beoplay P6 ยังมาพร้อมการออกแบบปุ่มกดที่ใช้เพียงสัมผัสเดียว แต่สามารถควบคุมลำโพงได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เล่น-หยุด เพลง รับ-วางสายโทรศัพท์ แถมยังเรียกใช้ผู้ช่วยเสียง Voice Assistant หรือฟังก์ชั่นใหม่อย่าง ToneTouch ที่เป็นการกำหนด Equalizer Preset ล่วงหน้าในปุ่มเดียว ทำให้เรียกใช้งานได้ง่าย โดยมาพร้อมแบตเตอรี่สำหรับการใช้งานไร้สายได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มีให้เลือก 2 สี คือ Black และ Natural ในราคา 16,900 บาท

ด้านนางสาว ณัฐนันท์ กีรติกรยศนันท์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “COM7 เราคือ บริษัทที่ทำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที & Gadget ภายใต้ชื่อ brand Banana & Studio 7 ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เราจะเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าไอที และ Gadget อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับ lifestyle ยุค Digital

โดยเฉพาะ Gadget ในหมวดของ Premium Music ที่ COM7 เล็งเห็นถึงการพัฒนาของเทคโนโลยี และรูปแบบของสินค้า และการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง และเพื่อจะรองรับการขาย บริษัทฯ ได้ทำการคัดสรรช่องทาง และปรับรูปแบบร้านค้าให้ดูทันสมัยและพรีเมี่ยมมากขึ้น ทั้งร้านค้าในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด หัวเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะโลเคชั่นสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเช่นที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทีย เป็นต้น

โดยครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมมือกับบริษัทอาร์ ที บี ซึ่งเป็น Distributor ที่มีศักยภาพ ในการพัฒนาแบรนด์ต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย และยังเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกันมาเกือบ 10 ปี ซึ่ง 1 ในแบรนด์ ที่เติบโตเร็วมาก ในระยะ 1 ปี ที่ผ่านมา ก็คือแบรนด์ B&O เพราะทั้งคุณภาพในด้านของเสียง และวัสดุ รวมถึงดีไซน์ที่เรียบง่าย โดดเด่นและร่วมสมัย

และยังมีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 50 ปี จึงทำให้ทาง Com7 กับบริษัท อาร์ทีบีฯ มีความยินดี ในการเปิดตัวสินค้าสองรุ่นใหม่นี้ เพื่อส่งเสริมและต่อยอดความสำเร็จของบริษัท ภายใต้ ร้าน Studio7 ในการขายสินค้าที่มีคุณภาพในระดับพรีเมียมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป