TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

COM7 เชื่อ iPhone 13 ดันยอดขาย New High อีกครั้ง

New High

COM7 เชื่อมั่นกลับมาพลิกทำยอดขาย New High อีกครั้ง หลังการเปิดจอง iPhone 13 ยอดถล่มทลายมากกว่าการเปิดตัวทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยปัจจัยการเปิดจำหน่ายในไทยที่เร็วขึ้น พร้อมความสามารถด้านการถ่ายภาพที่เพิ่มมากขึ้นของไอโฟนที่ดีขึ้น ย้ำชัดยังเติบโตได้ตามเป้า แม้จะอยู่ภาวะวิกฤตโควิด-19

นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร COM7 เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการเปิดตัวไอโฟน 13 ทั้ง 4 รุ่นล่าสุด iPhone 13 , iPhone 13 mini และตัวท็อปอย่าง iPhone 13 Pro และ 13 Pro Max ในไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งก่อนหน้ามีการเปิดจองล่วงหน้าทมี่มียอดสั่งซื้อแบบถล่มทลายนั้น เชื่อว่าจะทำให้ยอดขายของ COM7 กลับมาเป็น New High อีกครั้งในไตรมาส 4 อย่างแน่นอน

ขณะที่ยอดไตรมาส 3 ของ COM7 แม้ว่าจะมีการปิดหน้าร้านไปตามสถานะการณ์โควิด 19 ที่ผ่านมา เราก็ยังไม่ถือว่าแย่ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อปิดยอดเรียบร้อยแล้วก็เห็นว่าเรามีการเติบโตที่ต่อเนื่อง

ด้านปัจจัยบวกของสินค้าเทคโนโลยีนั้น ยังถือว่ามีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยลบ ยังมีสถานะการณ์ของการผลิตที่ไม่เพียงพอ ยังมีข้อจำกัดในการส่งสินค้า อย่างเครื่องแอปเปิลเองก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งยังมีการผันผวนของค่าเงินบาทที่เป็นปัจจัยลบอีกเพียงเล็กน้อย เชื่อว่าหากไม่เจอวิกฤตการเติบโตของเราก็จะเพิ่มขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน

ทั้งนี้สัดส่วนของการจำหน่ายออนไลน์ มีอยู่เพียง 6% เท่านั้น ซึ่งปีหน้าเราตั้งเป้าว่าจะเติบโขึ้นถึง 10% ขณะที่การขยายสาขานั้นเชื่อว่าภายในปีนี้ เราจะสามารถเปิดได้ครบ 1,000 สาขา และเร่งเปิดสาขาแบบสแตนด์อโลนให้ครบทุกจังหวัด

นอกจากนี้ในส่วนของ ป็อบอัพสโตร์ เมื่อเราเปิดแล้วเห็นว่ามีการเติบโตมากขึ้น เราก็จะอัปเกรดเป็นร้านสาขาแบบสแตนด์อโลน เพื่อตอบสนองความต้องการในพื้นที่เป้าหมายให้ได้มากขึ้น ซึ่งโดยปกติเราจะเปิดเพิ่มในแต่ละปี 100 สาขาอยู่แล้ว ในอนาคตเราก็จะขยายเข้าสู่ร้านสาขาแลลสแตนด์อโลนมากขึ้น ด้วยเงินลงทุนปกติที่ราว 300 ล้านบาทต่อปี

แม้ว่าเราจะมีสาขาได้มากถึง 1000 สาขาแล้ว แต่เราก็ยังเชื่อว่าในช่วง 2-3 ปีนี้ เราจะสามารถขยายได้มากถึง 1500 สาขา เนื่องจากบางอำเภอสาขาเรายังเข้าไม่ถึงอยู่มาก การขยายสาขาเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้มากขึ้น สอดคล้องกับการทำออนไลน์ก็เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้ได้มากขึ้น

อีกทั้งเรายังมีการพัฒนาเครื่องมือช่องทางการจำหน่ายแบบ O2O อย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังว่า การซื้อขายออนไลน์ จะสามารถผสานรวมกับการจำหน่ายหน้่าร้านได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งภายใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยเราตั้งเป้่าที่จะผสานรวมการทำงานเช่นนี้ให้ได้อย่างแน่นอน