TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

ส่องแบตเตอรี่กราฟีน เสียวหมี่ ครั้งแรกใน Xiaomi 11T Pro

เสียวหมี่

ความท้าทายของโลกเทคโนโลยี ย้ายฟากจากเรื่องเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพความแรงของเครื่อง ไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพแบตเตอรี่เป็นหลัก เนื่องจากเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการพัฒนาต่อยอดสู่อุปกรณ์โมบิลิตี้ในอนาคต ครั้งนี้ เสียวหมี่ สามารถดึงความสามารถของแบตเตอรี่กราฟีน มาใส่ไว้ในสมาร์ทโฟนรุ่น Xiaomi 11T Pro ด้วยผสานรวมเทคโนโลยีเฉพาะตัวได้อย่างลงตัว และนั่นก็ทำให้เครื่องรุ่นนี้สามารถชาร์จเร็จจากระดับไฟ 0-100% ด้วยเวลาเพียง 17 นาทีได้อย่างไม่เกิดปัญหาอะไร

ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2017 ที่ผ่านมาเราได้ยินเรื่องของการพัฒนา กราฟีน หรือถ่านดำที่มีโครงสร้างพิเศษ ด้วยการตั้งต้นจากอะตอมคาร์บอนธรรมดา ซึ่งเป็นงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค และเริ่มเห็นการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนวันนี้ แบตเตอรี่กราฟีน ได้เริ่มถูกนำมาใช้งานในอุปกรณ์ไฮเทคหลายอย่าง แต่ก็ยังมีราคาที่สูงอยู่ พร้อมทั้งข้อจำกัดของการใช้งานบางประการ แต่ก็แลกมาด้วยการชาร์จที่เร็วขึ้นและระบายความร้อนได้ดีขึ้น

กลับมาดูที่การนำเข้ามาใช้ครั้งแรกกับมือถือ ซึ่งแน่นอนว่าหลายค่ายมือถือจดจ้องและประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะพัฒนาแบตเตอรี่ไปในทิศทางนั้น แต่ด้วยข้อจำกัดของการพัฒนาที่ยังให้ความเร็วสัมพันธ์กับขนาดของความจุแบตเตอรี่ไม่ได้ โดยส่วนใหญ่จะสามารถอัดความแรงของไฟเข้าไปในแบตเตอรี่กราฟีนได้ราว 120W ในขนาดความจุ 3,000 mAh เท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับความต้องการในการใช้งานพลังงานของสมาร์ทโฟนแบบประสิทธิภาพสูงให้ได้ตลอดทั้งวัน

แต่ความเข้าใจนั้นได้เริ่มถูกปฏิวัติใหม่ หลังจากที่ เสียวหมี่ ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน Xiaomi 11T Pro ด้วยการชาร์จเร็วเพียง 17 นาที ของขนาดแบต 5,000 mAh ซึงนับว่าเพียงพอต่อการใช้งานหนักตลอดทั้งวัน แต่กระนั้นความกังวลของทุกคนจึงเริ่มเกิดขึ้นที่ความปลอดภัยว่า เมื่อชาร์จเร็วขนาดนี้แล้วจะระเบิดหรือสร้างปัญหาให้กับการใช้งานของเครื่องหรือไม่ อย่างไร วันนี้ TheReporterAsia จึงได้หาข้อมูลมาไขข้อข้องใจเรื่องของเทคโนโลยี Xiaomi HyperCharge 120W กันครับ

เสียวหมี่

ความปลอดภัยของแบตเตอรี่กราฟืน มีจุดเด่นตรงส่วนของการระบายความร้อนได้เร็วก็จริง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำได้เร็วอย่างที่เสียวหมี่ทำได้ เนื่องจากเสียวหมี่ได้เพิ่มเทคโนโลยี MTW (Multiple Tab Winding)ซึ่งก็คือเทคนิคการจุดเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพ ช่วยทำให้ระยะห่างการจ่ายไฟระหว่างจุดมีระยะทางที่สั้นลง ลดแรงเสียดทานภายใน ทำให้เกิดการสูญเสียน้อยลงแต่ได้กระแสไฟที่มากขึ้น และที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพในเรื่องของการควบคุมความร้อนได้อย่างลงตัว

ขณะที่การชาร์จที่เร็วขึ้น นอกจากการเลือกใช้กราฟินเข้ามาผสมรวมเป็นแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมแล้ว เสียวหมี่ยังมีเทคโนโลยี Dual Charge Pump ซึ่งเป็นระบบการประจุไฟแบบคู่ ที่จะช่วยปรับค่าความต่างศักย์และกำลังไฟในระดับแอมแปร์ให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด ช่วยรักษาสมดุลของการอัดกำลังไฟที่มากขึ้นโดยไม่เกิดความร้อนสูงจนเกินไป

นอกจากนี้ยังมีส่วนของ แบตเตอรี่กราฟีนแบบเซลคู่ ที่นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของการกักเก็บพลังงานและการชาร์จเร็วของเสียวหมี่ก็ว่าได้ ด้วยคุณสมบัติของแบตเตอรี่กราฟีน ที่มีประสิทธิภาพในการเหนี่ยวนำไฟฟ้าที่ดีอยู่แล้ว การนำมาทำเป็นแพคคู่เพิ่มให้เกิดการชาร์จพร้อมกันแบบแบ่งครึ่ง จึงทำให้การชาร์จไฟทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งนับว่าเป็นคุณสมบัติแบตเตอรี่กราฟีนที่คูณสองเลยทีเดียว

Xiaomi HyperCharge

แต่กระนั้นการชาร์จไฟก็มีข้อจำกัดของความปลอดภัย นั่นคือปกติแล้วการอัดไฟช่วงใกล้เต็มระดับของความแรงของกระแสไฟจะถูกลดลง เช่นเดียวกับเมื่อเราเติมน้ำมันใกล้เต็มถังระบบหัวจ่ายจะตัดให้ความแรงของการจ่ายน้ำมันลดความเร็วลง เพื่อช่วยให้ระบบคำนวนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และมีความปลอดภัย ประเด็นนี้เสียวหมี่แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการคิดเทคโนโลยี Mi-FC โดยขยายช่วงระยะเวลาการชาร์จให้มีช่วงของการจ่ายกำลังไฟที่สูง 120W ได้เกือบตลอดการประจุไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่กราฟีน ซึ่งนั่นจึงทำให้ Xiaomi 11T Pro ชาร์จได้เต็มในเวลาแค่ 17 นาทีเท่านั้น

ความพิเศษของ Xiaomi HyperCharge ยังมาพร้อมความสามารถในการควบคุมความปลอดภัยราว 34 ฟีเจอร์ โดยแบ่งออกเป็น 3 หมวดที่สำคัญ ทั้งในส่วนของ 1.ระบบวงจรไฟฟ้า ที่จะมีวงจรมากมายในการช่วยทำให้การส่งแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่หัวชาร์จ ซึ่งเป็นต้นทางเข้าสู่ระบบและสู่แบตเตอรี่ได้อย่างไม่เกิดการโอเวอร์ของไฟฟ้าและความร้อน แถมยังมีการติดตั้งเซ็นเซอร์วัดความร้อนไว้ภายในถึง 9 จุด ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าอย่างปลอดภัยได้แบบเรียลไทม์

2.แบตเตอรี่กราฟีน การพัฒนาเทคโนโลยีในการควบคุมทั้งเรื่องของความร้อนที่จะมีการตรวจเช็กอยู่ตลอดเวลา การควบคุมแรงดันเข้าแบตเตอรี่ การคายประจุ ตลอดจนการเข้ารหัสแบตเตอรี่ ป้องกันการเข้าแทรกระบบเพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุด ส่งผลทำให้การทำงานของแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพที่มากยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการชาร์จเร็วได้มากกว่า 800 รอบการชาร์จ จากเดิมที่จะรองรับกันได้เพียงแค่ 500ครั้งเท่านั้น

3.ส่วนของหัวชาร์จ ซึ่งเพิ่มเติมการควบคุมระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าในหลากหลายรูปแบบ เพื่อป้องกันกระแสที่มีประมาณมากเกินหรือน้อยเกิน ทำให้กระแสเกิดความเสถียรและส่งผ่านไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่การเชื่อมต่อทั้งส่วนสายและอุปกรณ์มีการเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัยเพื่อป้องกันการแทรกของระบบด้วยเช่นกัน ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยในการสร้างระบบไหลวนของไฟฟ้าที่ใช้ใน Xiaomi 11T Pro นับตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางได้อย่างลงตัว ภายใต้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Xiaomi HyperCharge นั่นเอง

Xiaomi HyperCharge

นอกจากนี้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังมีระบบระบายความร้อนที่ทำงานตลอดเวลา ทำให้การใช้เครื่องต่อเนื่องสามารถทำได้อย่างไม่ติดขัด อีกทั้งการชาร์จก็สามารถทำได้แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิติดลบถึง 10 องศาเซลเซียส แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่า นี่เป็นกล่าวในเชิงเทคนิคของทางเสียวหมี่จากการเปิดตัวเท่านั้น การทดลองใช้งานจริงของ TheReporterAsia ยังไม่ได้จับเครื่องนะครับ คงต้องรอดูอีกครั้งว่า เมื่อใช้งานจริงในอุณหภูมิแบบประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป

และหากใครที่ยังไม่มั่นใจว่า สิ่งที่กล่าวมาจะสร้างความปลอดภัยให้กับการใช้งานแบตเตอรี่ที่ชาร์จได้เร็วถึง 120W ด้วยเวลาเพียง 17 นาทีก็เต็มได้นั้น ทางเสียวหมี่ก็ได้ส่งเครื่อง Xiaomi 11T Pro ไปทดสอบยังสถาบัน TUV Rheinland ซึ่งเป็นสถาบันอิสระที่ไม่ขึ้นตรงกับประเทศใดประเทศหนึ่ง แม้ว่าจะมีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมันก็ตาม โดยได้ให้การรับรองระบบความปลอดภัยของการชาร์จเร็วในเครื่องรุ่นนี้แล้วเช่นกัน นับได้ว่ามีการเตรียมการเพื่อคลายข้อกังวลใจของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่า การการันตีในทางเทคนิคนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องทดลอง ท้ายที่สุดในการใช้งานจริงนั้นอาจจะมีเงื่อนไขที่แปรผันมากกว่าการทดสอบในห้องทดลอง จึงต้องรอดูกันต่อไปว่า ประสิทธิภาพที่แท้จริงของการชาร์เร็วเช่นนี้จะยั่งยืนและคุ้มค่ากับการรอคอยหรือไม่ ซึ่งหากดีจริงแล้วไปอยู่ในหลายๆอุปกรณ์ได้อย่างเช่นรถยนต์ไฟฟ้า การชาร์จไฟเต็มได้ใน 17 นาทีนั้นจะเป็นเรื่องที่ทำให้เราสามารถขับรถยนต์ไฟฟ้าไปสู่โลกกว้างได้มากขึ้นนั่นเอง