TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

ก.พาณิชย์ พร้อมดันสินค้า T Mark บุกจีน-อาเซียน

T Mark

จากนโยบายกระทรวงพาณิชย์ของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์) ในการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนา SME ให้เป็นภาคการผลิตที่มีศักยภาพและพัฒนาด้านการตลาดไปควบคู่กัน โดยใช้ยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและพัฒนาธุรกิจให้ก้าวทันการแข่งขันในตลาดโลก โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีและการตลาดดิจิทัล

พร้อมทั้งเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และผลักดันสินค้า แบรนด์ไทยที่มีคุณภาพ T Mark บุกตลาดจีนและอาเซียน พร้อมทั้งส่งเสริมการขายในแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้บริโภคในปัจจุบัน และเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมทั้งช่วยส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตในยุค New Normal ได้อย่างยั่งยืน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงได้เปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมตราสัญลักษณ์และกระตุ้นยอดขายสินค้า Thailand Trust Mark (#IFoundTMark) เจาะตลาดออนไลน์ในประเทศจีนและในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยส่งเสริมการเจาะตลาดออนไลน์ผ่านความนิยมกลุ่มผู้นำทางความคิด (Key Opinion Leaders: KOLs) ในประเทศเวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และจีน ในช่วงเทศกาล 8 เดือน 9 และเทศกาล 9 เดือน 9

เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับตัวและผลักดันให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้ ตามแผนงานส่งเสริมและพัฒนาการค้าเชิงรุก พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยตอกย้ำภาพลักษณ์สินค้าและบริการของไทยที่มีคุณภาพ ผ่านตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark หรือ T Mark ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญของรัฐบาลไทย ที่เข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าและธุรกิจของประเทศ

ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ เปิดเผยว่า “เพื่อเป็นการผลักดัน เชื่อมโยงและเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าและบริการให้ผู้บริโภคต่างประเทศสามารถเข้าถึงและกระตุ้นยอดขายสินค้าที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark กรมจึงได้กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมตราสัญลักษณ์และกระตุ้นยอดขายสินค้า Thailand Trust Mark (#IFoundTMark) เพื่อเจาะตลาดออนไลน์ในประเทศจีนและในกลุ่มประเทศอาเซียน (เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์)

โดยส่งเสริมการเจาะตลาดออนไลน์ผ่าน KOLs ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อาทิ เถาเป่า จิงตง เฟสบุ๊ค ช้อปปี้ และลาซาด้า ซึ่งจะเป็นการเปิดตลาดใหม่ให้กับสมาชิก T Mark ในประเทศจีนและกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมีความต้องการสินค้าคุณภาพจากไทยได้เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งตลาดอาเซียนและตลาดจีน ถือเป็นตลาดที่เป็นคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย”

น.ส.ประอรนุช ประนุช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมดังกล่าว จะประชาสัมพันธ์และส่งเสริมกระตุ้นยอดขายให้กับผู้ประกอบการสมาชิก T Mark จำนวน 25 ราย และสินค้ารวมกว่า 66 SKUs ที่ผ่านการคัดเลือก มีโอกาสได้นำสินค้าของตนเองไปจำหน่ายบน e-Commerce Platform ที่นิยมในแต่ละประเทศ

โดยจะคัดสรรกลุ่มผู้นําทางความคิด (Key opinion Leaders: KOLs) จาก 4 ประเทศ โดยแบ่งเป็น KOLs ในประเทศกัมพูชา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ประเทศละ 1 ราย แต่ละรายมีผู้ติดตามรวมทุกช่องทางมากกว่า 2 ล้านคน โดยไลฟ์สดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยม เฟสบุ๊ค ช้อปปี้ และลาซาด้า ตามลำดับ รวมสินค้ากว่า 27 SKUs”

“ในด้านประเทศจีน มีการส่งเสริมการขายผ่านการไลฟ์สด โดย KOLs จำนวน 4 ราย ซึ่งแต่ละรายมีผู้ติดตามรวมทุกช่องทางมากกว่า 4 ล้านคน โดยไลฟ์สดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยมเถาเป่า (Taobao) และจิงตง (JD) รวมสินค้ากว่า 39 SKUs ซึ่งการ Live-streaming ในกลุ่มประเทศอาเซียน จะจัดขึ้นในวันที่ 8 กันยายน ภายใต้ธีม 8.9 และประเทศจีน ในวันที่ 9 กันยายน ภายใต้ธีม 9.9 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลชอปปิง

โดยการไลฟ์สดผ่าน KOLs เหล่านี้ มีผู้ติดตามในทุกช่องทางรวมกันมากกว่า 39 ล้านคน คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายของสินค้า T Mark ให้มากขึ้นในประเทศนั้น ๆ และตลอดทั้งกิจกรรม ประมาณการยอดผู้เข้าชมไลฟ์สด (Impression/Viewers) ไม่น้อยกว่า 40 ล้านครั้ง และคาดว่าว่ามูลค่าการขายทันทีภายในหนึ่งชั่วโมง ณ ช่วงเวลานั้นจะไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท และหลังจากนั้นภายใน 1 เดือน คาดการณ์ว่าจะเกิดยอดขาย ไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท”

ผู้ประกอบการสมาชิก T Mark ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวทั้ง 25 รายนี้ มีสถิติการสร้างมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศไทยในครึ่งปีแรกที่ 4,355 ล้านบาท โดยหวังว่าภายหลังจากกิจกรรมนี้ จะทำยอดขายในตลาดเป้าหมายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 – 20 และช่วยกระตุ้นการสั่งซื้อจากคู่ค้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งเป็นหนึ่งกิจกรรมที่เพิ่มมูลค่าการส่งออกในช่วงวิกฤติโควิด 19 ซึ่งจะช่วยพลิกสถานการณ์การส่งออกให้ทะยานขึ้นแตะ 9,000 ล้านบาท ในช่วงสิ้นปี 2564

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.thailandtrustmark.com หรือแฟนเพจ Thailand Trust Mark