TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

หลักทรัพย์บัวหลวง รวมใจขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคม

หลักทรัพย์บัวหลวง

บริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยความเชื่อที่ว่าธุรกิจไม่อาจประสบความสำเร็จอย่างยั่นยืนถ้าละเลยการให้ความสำคัญกับสังคม โดยเห็นได้ชัดจากช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ที่ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาจากการระบาดของโควิด-19 แต่บริษัทกลับถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการรวมใจเพื่อทำกิจกรรมแบ่งปันให้กับสังคมในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยบรรเทาสถานการณ์ความเดือดร้อนจากโควิด-19 รวมไปถึงด้านการศึกษา ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

“ตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์โควิด-19 หลักทรัพย์บัวหลวง ไม่ได้ปรับตัวแต่เฉพาะในเรื่องการดำเนินธุรกิจ แต่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของเรา ยังหาทางขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องถึงแม้การรวมตัวทำกิจกรรมจะทำได้ยากก็ตาม เรามองว่าเมื่อสังคมประสบกับภาวะที่ยากลำบาก เรายิ่งต้องพยายามยื่นมือเข้าช่วยเหลือกัน” คุณพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ หลักทรัพย์บัวหลวง ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ในการผลักดันกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทกล่าวย้ำถึงจุดยืนอย่างมีพลัง

คุณพิเชษฐได้เล่าให้ฟังต่อว่า ในปีนี้หลักทรัพย์บัวหลวงได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ โดยเริ่มลงมือกันตั้งแต่ต้นปี ด้วยการเปิดตัวโครงการใหญ่อย่าง “ไผ่ขวาง สร้างสุข” โดยเป็นโครงการระยะยาวเพื่อการพัฒนาชุมชนรอบวัดไผ่ขวาง ใน อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 300 ครัวเรือน ทั้งด้านความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม การวางแผนชุมชน รวมถึงการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ให้แก่คนในชุมชน

โดยเป็นการพัฒนาร่วมกับองค์กรอย่าง “ดี มี สุข” ซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชุมชน โดยในช่วงการระบาดของโควิด-19 มีการจัดกิจกรรมพิเศษ “มอบไข่เป็ด 9,000 ฟอง” ให้ชาวชุมชนวัดไผ่ขวาง ซึ่งเป็นไข่เป็ดที่ซื้อจากสมาคมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไทย ถือเป็นการช่วยเหลือแบบ 2 ต่อ คือได้ทั้งช่วยเหลือชาวบ้านและได้สนับสนุนอาชีพของผู้พิการ และในช่วงต้นปีอีกเช่นกัน บริษัทมีการระดมทุนรวบรวมเงินกว่า 400,000 บาท นำไปมอบให้มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมและบ้านเด็กเร่ร่อน ที่เริ่มขาดแคลนเงินบริจาคในการดูแลเด็กๆ จากผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ในช่วงเดือนเมษายนที่สถานการณ์โควิด-19 กลับทวีความรุนแรงขึ้นเป็นระลอกที่ 3 บริษัทจึงจัดทำโครงการ “บัวหลวง ช่วยสถานพยาบาลโควิด-19” เพื่อช่วยบรรเทาภาวะอุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอ โดยระดุมทุนครั้งใหญ่ในหมู่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ได้กว่า 1,200,000 บาท ซึ่งได้นำไปจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจแบบให้ออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง 4 เครื่อง ชุด PPE 1,000 ชุด รวมถึงหน้ากากอนามัย N95 อีก 1,000 ชิ้น มอบให้แก่สถานพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 4 แห่ง

และชวนพนักงานจิตอาสาจัดทำโครงการ “บัวหลวง ชวนทำสเปรย์แอลกอฮอล์” เพื่อนำไปบริจาคให้แก่เด็กและชุมชนที่ขาดแคลน นอกจากนี้ยังร่วมกันส่งกำลังใจไปให้ทีมบุคลากรการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักด้วยการส่งข้าวกล่องที่จัดทำแบบสดใหม่วันต่อวันรวม 3,000 กล่อง ให้แก่ รพ.ผู้สูงอายุ บางขุนเทียน และรพ.ราชพิพัฒน์ โดย 2 รพ. ดังกล่าว ดูแลผู้ป่วยโควิดมากกว่า 1,000 คน

หลักทรัพย์บัวหลวง

สำหรับด้านการศึกษาซึ่งบริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอด ได้มีการบริจาคคอมพิวเตอร์เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนต่างๆ อย่างต่อเนื่องรวม 4 สถานศึกษา พร้อมจัดกิจกรรม “เสื้อผ้าเก่า เราขอ” โดยพนักงานร่วมกันนำเสื้อผ้ามือสองสภาพดีมาบริจาคให้มูลนิธิบ้านนกขมิ้น เพื่อให้นำไปจำหน่ายและนำรายได้มาเป็นทุนการศึกษาให้แก่น้องๆ ในความดูแลของมูลนิธิบ้านนกขมิ้นนั่นเอง

ในด้านสิ่งแวดล้อม หลักทรัพย์บัวหลวงก็ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าด้านอื่นๆ โดยดำเนินโครงการ “บัวหลวง ชวนแยกพลาสติก” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกคนในองค์กรเป็นอย่างดีในการแยกและทิ้งขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี เพื่อให้สามารถส่งกลับไปรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นการทำโครงการร่วมกับ “เครือข่ายเพื่อความยั่งยืน แห่งประเทศไทย” นอกจากนี้พนักงานยังช่วยกันนำซองเอกสารมาใช้ซ้ำเพื่อให้เกิดขยะน้อยที่สุด ถือเป็นการปลูกและปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมของคนในองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม

นับเป็นเรื่องที่ดีของสังคม ที่ได้เห็นองค์กรธุรกิจมีความพยายามอย่างจริงจังในการปลูกฝังให้พนักงานของตัวเองมีความเอื้ออาทร ห่วงใยสังคมและมีจิตใจที่พร้อมจะแบ่งปันอย่างเช่นหลักทรัพย์บัวหลวง ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าล้วนมาจากการรวมใจของทุกคนในองค์กรอย่างแท้จริง และทั้งหมดนี้หลักทรัพย์บัวหลวงหวังเพียงว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของพลังบวกที่พร้อมจะช่วยสร้างสังคมที่อบอุ่นและน่าอยู่ให้แก่ประเทศของเราต่อไป