TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

ทุนนอก เตรียมกองทุนหนุน กัญชาไทย กว่า 100 ล้านเหรียญ

กัญชาไทย
พันธุ์คม แก้วเหมือน (ปืน) CIO – Shiodome ING Fund Manager ของกองทุน Hikari HC, Jurojin, Taima High Fund

ความท้าทายของอุตสาหกรรม กัญชาไทย เป็นเรื่องราวระบือไกล ด้วยแนวคิดของการเป็นฮับด้านการผลิตของภูมิภาค ทำให้การออกกฏหมายควบคุมทั้งการปลูกและการจำหน่ายดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แต่นี่ยังเป็นเพียงแค่เริ่มต้น TheReporterAsia ได้มีโอกาสพบพี่ปืน พันธุ์คม แก้วเหมือน CIO – Shiodome ING Fund Manager ของกองทุน Hikari HC, Jurojin, Taima High Fund ซึ่งบอกเลยว่ามีการระดมเงินก้อนใหญ่จากญี่ปุ่น ในการเข้ามาดันอุตสาหกรรมการผลิตกัญชง กัญชา ในประเทศไทย กว่า 100 ล้านเหรียญ นับตั้งแต่ต้นน้ำและปลายน้ำกันเลยทีเดียว

พี่ปืน พันธุ์คม แก้วเหมือน เล่าอย่างสนุกว่า แนวทางการระดมกองทุน ต้องบอกเลยว่า เกิดจากโอกาสของการที่รัฐบาลสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมาเป็นหลักทำให้ทุกอย่างเริ่มมีความพร้อมในการเกิดขึ้นของอุตสาหกรรม กัญชาไทย และเป็นโอกาสของการวิจัยและพัฒนาที่น่าจับตามอง ขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดความสนใจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาและเครื่องสำอางค์ ซึ่งญี่ปุ่นเองก็มีโรงงานผู้ผลิตเครื่องสำอางค์เคาเตอร์แบรนด์หลายแห่งที่โด่งดังไปทั่วโลก และก็พร้อมที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผลิตของสาร CBD บริสุทธ์

เรามองแนวทางการเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมกัญชาในประเทศไทยแบบครบวงจร ตลอดทั้งต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นับตั้งแต่เรื่องของการพัฒนาสายพันธุ์ที่เหมาะสมในการปลูกของแต่ละพื้นที่ ตลอดความเหมาะสมของสารที่ต้องการโดยไม่ขัดต่อกฏหมายที่ระบุ ซึ่งการพัฒนาสายพันธุ์กัญชงและกัญชาในต่างประเทศนั้นมีการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก เราสามารถเลือกสายพันธุ์ที่ทนทานต่อโรค และให้สารที่ต้องการในปริมาณมาก และลดทอนปริมาณสารมึนเมาในระดับที่กฏหมายกำหนดได้อย่างเหมาะสมกันแล้วในปัจจุบัน

เรื่องนี้ในต่างประเทศสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว หลังจากนั้นเราก็เพียงนำสายพันธ์เหล่านั้นมาปลูกให้ได้คุณภาพเท่านั้น ซึ่งในเรื่องของการปลูก จะมีการสนับสนุนเงินทุนให้ปลูกในพื้นที่ปิด เนื่องจากการควบคุมที่ดีทั้งปริมาณแสง การให้น้ำและสารอาหารที่พืชต้องการอย่างแท้จริงในปริมาณที่เหมาะสม เหล่านี้จะต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับการผลิตมาตรฐานเดียวกับวัตถุดิบยา เพื่อให้ได้รับคุณภาพสูงสุด

พูดถึงเรื่องคุณภาพ เรามองว่า การส่งเเสริมให้มีการปลูกโดยที่ไม่มองตลาดล่วงหน้า ท้ายที่สุดแล้วการปลูกที่แยกกันปลูกเช่นทุกวันนี้ก็จะไม่เกิดคุณภาพ แล้วเมื่อเก็บเกี่ยวเพื่อขาย โรงงานเครื่องสำอางค์ที่ต้องการสารที่มีคุณภาพและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ก็จะปฏิเสธการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ แล้วก็จะต้องเลือกขายเป็นสินค้าราคาถูกจนเกิดการล้นตลาดไปในที่สุด เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ผลิตของไทยยังมองข้ามอย่างน่าเสียดาย

แต่เมื่อเราสามารถเพาะปลูกต้นกัญชงกัญชาที่ได้คุณภาพแล้ว กระบวนการแยกสารที่มีประสิทธิภาพออกมาทั้ง THC และ CBD จะมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาให้เกิดกระบวนการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หลังจากนั้นจะมีความร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่ๆทั่วโลกที่ต้องการวัตถุดิบชั้นดี เพื่อส่งออกขายในระดับตลาดสากล ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์การปลูกอุตสาหกรรมกัญชาที่มีประสิทธิภาพของตลาดระดับบนต่อไปในอนาคต

ไม่เพียงเท่านั้น ในกระบวนการของการวิจัยและพัฒนา กองทุนยังได้สนับสนุนการวิจัยผลิตภัณฑ์ทางด้านกัญชา ซึ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในภาวะปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่นการพัฒนาสารฆ่าเชื้อที่ไม่เป็นพิษต่อผู้คน แต่สามารถฆ่าเชื้อและคงสภาพได้นานหลังการฉีด อีกทั้งส่วนผสมหลักยังเป็นน้ำบริสุทธิ์เพื่อความปลอดภัยเมื่อต้องใช้ร่วมกับมนุษย์

นอกจากนี้ พี่ปืน ยังได้ยกตัวอย่างของ สเปรย์ฆ่าเชื่อที่เมื่อฉีดเข้าตัวแล้ว จะเป็นเหมือนเกาะป้องกันเชื้อโรคในระดับ 24 ชั่วโมง ด้วยความสามารถของเทคโนโลยีนาโนที่จะทำให้เกิดการสร้างตัวของเกาะป้องกันที่มองไม่เห็น ซึ่งเคลือบด้วยสารฆ่าเชื่อที่มีประสิทธิภาพ แน่นอนว่าเชื้อที่ว่านั้นก็จะต้องรวมเชื้อโควิด-19 ที่กำลังแพร่กระจายอยู่ในปัจจุบันด้วย และที่สำคัญผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นขึ้นจะต้องได้มาตรฐานการทดสอบระดับโลกด้วยเช่นกัน

ในมุมของการตลาดนั้น กองทุนจะมีการส่งเสริมให้เกิดการสร้างช่องทางการขายใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ในระดับของสินค้าพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แน่นอนว่าตลาดเช่นนี้ต้องมีการลงทุนในการปลูกที่มีคุณภาพอย่างที่บอกก่อนหน้านี้ และนั่นจะทำให้เราเหลือคู่แข่งน้อยลงเนื่องจากการปลูกที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ยังอาศัยการปลูกแบบเปิดโดยอาศัยธรรมชาติเป็นตัวแปรสำคัญ ซึ่งการควบคุมทำได้ยาก และไม่เหมาะสมต่อการปลูกพืชทางการแพทย์ที่ต้องการคุณภาพสูงสุดนั่นเอง

สุดท้ายมองในมุมของนักลงทุนแล้ว ปัจจุบันเริ่มมีผู้ที่สนใจร่วมลงทุนมากขึ้น แต่เรายังจำกัดการเริ่มต้นที่ 100 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น และนั่นก็ทำให้เรามองตลาดหลักของการส่งออกสารสำคัญของ กัญชาไทย ไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นหลักนั่นเอง วันนี้เชื่อว่าเราต้องทำความเข้าใจเรื่องของการปลูกกัญชาและมองไปถึงความต้องการซื้อในอนาคตให้ได้ เพราะเมื่อเราลงมือปลูกแล้ว แต่คุณภาพกลับไม่เป็นที่ต้องการตองตลาด ก็มีโอกาสที่เราจะขาดทุนจากภาพลวงตาของราคาที่ถีบตัวสูงมากในปัจจุบัน เพราะเมื่อเวลาเก็บขายจริงแล้ว เราอาจจะไม่ได้ราคาเช่นนี้ก็ได้ การพัฒนาไปสู่การปลูกที่มีคุณภาพ ด้วยสายพันธุ์ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตกัญชง-กัญชาของประเทศไทย ให้บรรลุเป้าหมายของการเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคให้ได้ต่อไปในอนาคต