TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

เนคเทค มอบพิมพ์เขียว HandySense ให้เกษตรกรใช้ฟรี

HandySense

เนคเทค ประกาศมอบพิมพ์เขียวระบบเกษตรอัจฉริยะ HandySense ให้สู่สาธารณะฟรี หลังพัฒนาร่วมเอกชนมานานกว่า 3 ปี จนได้รูปแบบแพลตฟอร์มไอโอทีพร้อมโปรแกรมคำสั่งเพื่อการเพาะปลูกตามชนิดพืชต่างๆ อย่างแม่นยำ ช่วยลดต้นทุนแรงงานการทำเกษตรได้กว่า 50% และให้ความแม่นยำที่ตรงความต้องการของพืชอย่างแท้จริง ทำให้ผลิตผลเพิ่มขึ้นกว่า 20% จากการทดสอบในระบบแปลงปลูกกว่า 34 แห่ง โดยงานนี้เนคเทคเปิดโอกาสให้นำพิมพ์เขียวของระบบไปใช้ได้ทุกรูปแบบทั้งการผลิตระบบขึ้นมาจำหน่าย หรือเกษตรกรจะทำขึ้นเพื่อใช้ในฟาร์มของตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ก็ไม่ต้องเสียค่าลิทธิ์แต่อย่างใด

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า “จากผลสำเร็จที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรที่เป็นพื้นฐานสำคัญของประเทศไทย ประกอบกับทีมนักวิจัยของเนคเทค-สวทช. ผู้วิจัยพัฒนา HandySense ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ มีความมุ่งมั่นที่อยากจะเห็นทุกบ้าน ทุกหลังคาเรือนของเกษตรกรไทย ได้เข้าถึงและสามารถใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีด้านเกษตรสมัยใหม่ได้โดยง่าย ในราคาที่ประหยัดและเหมาะสมต่อการใช้งาน อีกทั้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มของผลผลิตทางด้านการเกษตรได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนสมาร์ตฟาร์มแบบเปิดสู่สังคมไทย

ตั้งเป้าเปิดเผยพิมพ์เขียวต้นแบบผลงานวิจัย HandySense ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการไทย หรือผู้สนใจทั่วไปนำไปผลิตเพื่อใช้หรือจำหน่ายได้ เป็นการเปิดเผยรายละเอียดการผลิต และอนุญาตให้สาธารณะนำไปผลิตและใช้งานโดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ (License Fee) และค่าตอบแทนการใช้สิทธิรายปี (Royalty Fee)

โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรไทยยุคใหม่ ได้มีเครื่องมือที่ทันสมัย ใช้งานในราคาที่จับต้องได้ และต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือทางด้านสมาร์ตฟาร์มโดยผู้ประกอบการไทย พร้อมตั้งความหวังไว้ว่า ระบบเกษตรแม่นยำ จะเป็นส่วนหนึ่งของการใช้เทคโนโลยีการเกษตรอย่างยั่งยืน และในอนาคต หากเกษตรกรไทยมีการใช้ระบบนี้อย่างแพร่หลาย การบริหารจัดการด้านการเกษตรของไทยก็จะสามารถก้าวกระโดดไปสู่ยุคเกษตรอัจฉริยะได้ ”

HandySense

ด้านนายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้มีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีเป้าหมายเพื่อประสานความร่วมมือในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมการเกษตร และร่วมกันเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตลอดห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมการเกษตร

สำหรับงานส่งมอบนวัตกรรมด้านการเกษตรแบบเปิด เพื่อประโยชน์สาธารณะในวันนี้ ธ.ก.ส. ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการติดตั้ง ระบบเกษตรแม่นยำฟาร์มอัจฉริยะ (HandySense) ให้กับเกษตรกร ที่เป็นเกษตรกรต้นแบบของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ของกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน 6 แห่งๆ

โดย ธ.ก.ส. มุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร และ เนคเทค-สวทช. เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมเกษตร สำหรับเกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้และนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการประกอบอาชีพการเกษตร ในขณะเดียวกันหากเกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs เกษตร มีความสนใจนำไปผลิตเพื่อใช้งานหรือจำหน่าย ธ.ก.ส. พร้อมที่จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนในลักษณะ การส่งเสริมความรู้คู่ทุน ให้กับเกษตรกร โดยมีโครงการต่าง ๆ รองรับ อาทิ โครงการสินเชื่อ Smart Farmer สินเชื่อเพื่อปรับโครงสร้างการผลิตการเกษตรสู่ความยั่งยืน เป็นต้น

ขณะที่นายณฤต ดวงเครือรติโชติ หัวหน้าส่วนงาน IoT และพันธมิตรธุรกิจ 5G บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคมีความพร้อมในการให้บริการ Smart IoT Management เพื่องานด้านการจัดการด้านการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่นำเสนอในรูปแบบโซลูชันบริการครบวงจรเพื่อผู้ประกอบการทุกราย อาทิ 1. IoT SIM ที่รองรับตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่มีความปลอดภัยในการเชื่อมต่อสูง,

2. IoT Cloud Platform รองรับธุรกิจในการสร้าง IoT โซลูชันได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยการจัดการ IoT Cloud มาตรฐานสากลที่รองรับการใช้งานในไทยได้อย่างสมบูรณ์ สร้างแอปพลิเคชันสำหรับ IoT ได้ง่าย และยืดหยุ่นในการใช้งานเพื่อตอบโจทย์ครบความต้องการด้วยประสิทธิภาพสูงสุด และ 3. IoT SIM & IoT Cloud Platform ครบทุกความต้องการใช้งาน ด้วยโครงข่ายคุณภาพ แพลตฟอร์ม Cloud ที่มีมาตรฐานสากลรองรับการใช้งานทุกรูปแบบอย่างสมบูรณ์”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาดีแทค และ เนคเทค-สวทช. กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมมือในการนำเทคโนโลยี IoT เพื่อการเกษตรภายใต้ชื่อโครงการ “ฟาร์มแม่นยำ” เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพื่อยกระดับเกษตรกรรายย่อยให้สามารถจัดการการเพาะปลูกด้วยการตัดสินใจบนข้อมูลที่แม่นยำ โซลูชันเกษตรแม่นยำช่วยให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนำร่องสามารถเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตโดยเฉลี่ยร้อยละ 20 ของผลผลิตเดิม

HandySense

“จากความร่วมมือด้านสังคม ดีแทคมีความยินดีที่วันนี้ได้ต่อยอดความร่วมมือกับ เนคเทค-สวทช. ในการนำโซลูชัน HandySense ซึ่งมีคอนเซ็ปต์เดียวกับ “ฟาร์มแม่นยำ” มาสร้างเป็นพิมพ์เขียวนวัตกรรมเปิด เพื่อผู้ประกอบการและเกษตรกรที่สนใจจะนำมาใช้งาน หรือ ผู้ผลิตในประเทศจะนำมาให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรไทยสู่ระบบเศรษฐกิจสังคมดิจิทัล อันจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อยกระดับผลิตผลและสร้างความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรของไทย” นายณฤต กล่าวในที่สุด

การทำงานของระบบ Handy Sense มีด้วยกัน 2 ส่วน คือ 1.อุปกรณ์ตรวจวัดและควบคุม 2. web application เพื่อช่วยในการตรวจวัดค่าสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชผลแบบเรียลไทม์ผ่านเซนเซอร์ (sensor) ทั้งอุณหภูมิ ความชื้นในดิน ความชื้นสัมพัทธ์ แสง และส่งต่อข้อมูลจากเซนเซอร์ผ่านระบบคลาวด์แล้วนำมาเปรียบเทียบกับค่าที่เหมาะสมของการเพาะปลูกพืช (Crop Requirement) เพื่อแจ้งเตือนและสั่งการระบบต่าง ๆ ให้ทำงานต่อไป

HandySense

ทั้งนี้ทีมนักวิจัยฯ ได้มีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลค่าที่เหมาะสมของการเพาะปลูกพืช (Crop Requirement) หลายชนิด ซึ่งป้อนค่าไว้ในแอปพลิเคชันโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น เมล่อน มะเขือเทศ มะม่วง ข้าว ผักไฮโดรโปรนิกส์ เห็ด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นให้เกษตรกรสามารถป้อนค่าที่เหมาะสมของพืชแต่ละชนิดเพิ่มเติมได้ด้วยตนเองอีกด้วย

เกษตรกรสามารถตรวจสอบข้อมูลสภาพแวดล้อมและสั่งงานระบบผ่าน web application ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน เมื่อระบบพบสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับพืช เช่น อุณหภูมิในแปลงปลูกพืชสูงกว่าค่าที่กำหนดไว้ จะแสดงผลเป็นสีแดง เพื่อให้เกษตรกรสังเกตเห็นได้โดยง่ายและสามารถสั่งงานต่อไปได้ทันที ผ่าน 3 สมาร์ทฟังก์ชั่น คือ

1. การสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟน
โดยเกษตรกรสามารถสั่งงาน on / off ระบบควบคุมต่าง ๆ ผ่านสมาร์ตโฟนได้ เช่น หากพบการแจ้งเตือนค่าความชื้นในดินต่ำกว่าที่กำหนด สามารถกดสั่งรดน้ำพืชผลได้ทันที

2. การตั้งเวลา
เกษตรกรสามารถตั้งเวลาให้ระบบทำงานโดยอัตโนมัติตามเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ตั้งเวลาการให้ปุ๋ยซึ่งจำเป็นต้องให้อย่างสม่ำเสมอ และมีรอบเวลาชัดเจน

3.การใช้ระบบเซนเซอร์
เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบค่าสภาวะที่ไม่เหมาะสมจะสั่งงานระบบอื่น ๆ ให้ทำงานโดยอัตโนมัติ เช่น หากพบค่าอุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนด จะสั่งงานให้สเปรย์หมอกทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อลดอุณหภูมิ

นอกจากนี้เกษตรกรสามารถดูข้อมูลสภาพแวดล้อมย้อนหลังในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะแสดงผลในรูปแบบกราฟ สามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนการเพาะปลูกในอนาคตได้

เกษตรกร ผู้ผลิต จำหน่าย ให้บริการ เทคโนโลยีทางด้านเกษตรสมัยใหม่ และผู้ที่สนใจ สอบถามรายละเอียดและขอข้อมูลพิมพ์เขียวต้นแบบผลงานวิจัย HandySense ได้ที่ เว็บไซต์ https://handysense.io หรือเฟซบุ๊ก : www.facebook.com/groups/handysense