TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

เทสล่า ตั้งเป้าเข้าสู่การขับขี่อัตโนมัติระดับ 5 ภายในปี 2564

เทสล่า

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ เทสล่า มีหลายเรื่องที่จะพูดถึงในระหว่างการประกาศรายได้ประจำไตรมาสของวันพุธ แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการพูดคุยเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนตัวเองแบบเต็มรูปแบบของบริษัท โดยจากข้อมูลของ มัสก์ ระบุว่าระบบ FSD (Full Self-Driving system) จะมีความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยตนเองระดับ 5 ภายในสิ้นปี 2564

อีลอน มัสก์ อ้างว่า แม้ว่าตอนนี้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะอยู่เพียงแค่ระดับ 3 แต่ก็ยังมีความปลอดภัยมากกว่ามนุษย์ขับ 100% และยังระบุด้วยว่าระบบ FSD สามารถขับขี่ได้ทุกที่ภายใต้เงื่อนไขใด ๆ ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์อย่างแน่นอน

ขณะที่รายงานจากนิตยสารธุรกิจอย่าง Bloomberg ได้เขียนถึงความคิดเห็นของ John Krafcik ซีอีโอของเวย์โม (Waymo) บริษัทลูกกูเกิล ผู้พัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระบุว่า เทสล่า อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากวิธีการที่เลือกใช้ยังไม่สมเหตุสมผล

โดยความคิดเห็นนั้นระบุว่า เป็นความเข้าใจผิดของเทสล่า ที่จะสามารถยกระดับโหมด Autopilot และ Full Self-Driving ให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติ และแม้ว่าระบบดังกล่าวในปัจจุบันจะถือว่าอยู่ในระดับ 2 ภายใต้มาตรฐานการขับเคลื่อนอัตโนมัติของ SAE หรืออยู่ในระดับเดียวกับระบบ Super Cuise ของเจเนอรัล มอเตอร์ก็ตาม แต่กระนั้นระดับ 4 และ 5 ของมาตรฐาน SAE ก็มีความอิสระที่มากกว่าอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ แนวทางการขับขี่อัตโนมัติของเทสล่าจะอาศัยเรดาร์เซ็นเซอร์และกล้อง เพื่อให้รถเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัว และคิดวิเคราะห์ผ่านโครงข่ายประสาทที่เทสลาพัฒนาขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทผู้พัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติรายอื่น ๆ ทุกรายต้องอาศัยลิดาร์(Lidar )และแผนที่ 3 มิติที่ครอบคลุม เพื่อช่วยให้รถเข้าใจว่าอยู่ที่ไหนและมีอะไรอยู่ใกล้เคียง โดยพื้นฐานแล้ว Lidar จะช่วยให้ยานพาหนะ “มองเห็น” คนเดินเท้านักปั่นจักรยานและโลกรอบตัว

“โครงข่ายประสาท” ของ Tesla ดังกล่าว สวนทางกับผู้ผลิตรถยนต์และผู้พัฒนารายอื่นๆ เนื่องจากระบบดังกล่าวจะสร้างพฤติกรรมการคาดการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจโลกผ่านภาพนิ่งและวิดีโอ จากรถยนต์ Tesla หลายพันคันบนท้องถนนที่ใช้งานอยู่ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว Tesla ปล่อยให้รถยนต์ที่ขายได้ในขณะนี้ช่วยสร้างรถยนต์ที่ชาญฉลาดและเป็นอิสระในอนาคตนั่นเอง