TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

NordVPN ชี้ VPN กลับมาเป็นสินค้าที่ผู้คนมองหาอีกครั้ง

NordVPN
ภาพโดย Stefan Coders จาก Pixabay

ในอดีต น้ำตาลเคยเป็นสิ่งที่ถูกเก็บเอาไว้ในตู้เซฟ ซึ่งจะมีเพียงแค่บุคคลพิเศษเท่านั้นที่จะได้ลิ้มรสว่าเป็นอย่างไร ทำนองเดียวกัน VPN (virtual private network) เครื่องมือที่ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2539 ซึ่งเดิมถูกสร้างขึ้นเพื่อการถ่ายโอนไฟล์ที่ปลอดภัยระหว่างสำนักงานของบริษัทขนาดใหญ่และหน่วยงานทางทหาร แต่ทุกวันนี้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทุกคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต

ตลาด VPN ทั่วโลกคาดว่าจะสูงถึง 35.73 พันล้านดอลลาร์ในปี 2565 และคาดว่าจะมี CAGR 12% ระหว่างปี 2563 ถึง 2569

โดยผลการสำรวจของ NordVPN ชี้ให้เห็นว่าไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของประชากรในสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศสและเบลเยียม คุ้นเคยกับแนวคิดของบริการ VPN อยู่แล้ว

ทรอย ฮันต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยบนเว็บ ของ NordVPN เปิดเผยความคิดเห็นผ่านบล็อกส่วนตัว ระบุว่า “ผมคาดว่าความต้องการ VPN จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้คนหันมาใส่ใจกับปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อรวมกับการตระหนักถึงปัญหาความเป็นส่วนตัวของการท่องเว็บโดยไม่ใช้ VPN จะยิ่งช่วยเพิ่มอัตราการเข้ามาใช้ VPN มากขึ้น”

ช่วงเวลาที่ VPN มีไว้สำหรับธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะนั้นหายไปนาน โดยมีสาเหตุหลัก 3 ประการในการกระตุ้นการเติบโตนี้ : 1.อาชญากรรมไซเบอร์ 2.การโฆษณา และ3.การเฝ้าระวังของรัฐบาล

อาชญากรรมไซเบอร์

จำนวนการโจมตีของมัลแวร์และแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 25% ระหว่างไตรมาสที่ 4 ปี 2019 ถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2563 อาชญากรไซเบอร์ได้กำหนดเป้าหมายบริการทางการเงินด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ NTT Docomo Inc. รายงานว่าจำนวนเงินทั้งหมดที่ยืนยันว่าถูกขโมยไปจากการแฮ็คบริการ e-money ของญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 25.42 ล้านเยนใน 120 กรณี

ทรอย ฮันต์ ได้ลองทดสอบความน่าเชื่อถือของบริการธนาคารของเขาและพบว่า “คำขอเริ่มต้นจากเบราว์เซอร์ยังคงถูกส่งผ่าน HTTP อย่างไม่ปลอดภัย ดังนั้นทุกคนในระหว่างทาง ไม่เพียงแต่เห็นว่าการรับ-ส่งข้อมูลไปที่ใด แต่ยังสามารถอ่านและแก้ไขเนื้อหาของมันได้อีกด้วย จากมุมมองความเป็นส่วนตัวสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องดี”

ความเร่งรีบในการพัฒนาบริการออกสู่ตลาดทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้มอบข้อมูลส่วนตัวให้ด้วยความไว้ใจ “การขาดแคลนบริการด้านความปลอดภัยออนไลน์ เมื่อรวมกับพฤติกรรมความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ที่ไม่ดีของผู้ใช้ ทำให้เกิดปัจจัยที่สมบูรณ์แบบสำหรับอาชญากรรมในโลกไซเบอร์” ทอม อ๊กแมน ผู้ก่อตั้ง NordSec บริษัท ที่อยู่เบื้องหลัง NordVPN กล่าว

เพิ่มการเฝ้าระวัง

การสำรวจของ NordVPN แสดงให้เห็นว่า 80% ของสมาชิก VPN ใช้แอปนี้เพื่อเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเป็นหลัก สิ่งนี้ไม่น่าแปลกใจมากนัก เนื่องจากผู้คนเริ่มมีความกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ กับรัฐบาลจำนวนมากที่ใช้เครื่องมือขั้นสูงเพื่อระบุและตรวจสอบผู้ใช้

จาก 65 ประเทศที่ได้รับการประเมินโดย FreedomHouse มี 33 ประเทศที่เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตโดยรวมลดลงตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2018 และสิ่งนี้ไม่ได้มีผลเฉพาะกับจีนและระบอบการปราบปรามอื่น ๆ เท่านั้น แต่เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตได้ลดลงในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 3ปีติดต่อกัน เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ขยายการเฝ้าระวังไปสู่อินเทอร์เน็ตซึ่งเอ่อล้นไปด้วยข้อมูลที่ถูกบิดเบือน

ทรอย ฮันท์ กล่าวว่า เป็นเรื่องยากสำหรับ VPN ที่จะปกป้องคุณจากการบิดเบือนข้อมูล แต่มันช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกสำรวจได้มากขึ้นแน่นอน

Tom Okman กล่าวต่อว่า นโยบายและความโปร่งใสของผู้ให้บริการ VPN มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ หากผู้ให้บริการ VPN ยึดมั่นในนโยบายและเป็นไปตามมาตรฐานบางประการ มีโอกาสมากที่บริการเหล่านั้นจะดูแลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยได้ดีกว่า ISP ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับสถานะออนไลน์ของผู้ใช้และต้องส่งให้รัฐบาลหากมีการร้องขอ

การโฆษณาที่ไม่เหมาะสม

ผู้ใช้ 90% พบว่า โฆษณาที่ตรงเป้าหมายนั้นเป็นสิ่งน่ารำคาญ โดยการกำหนดเป้าหมายจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์พฤติกรรมและความสนใจของผู้ใช้อย่างละเอียดด้วย ซึ่งบางครั้งความผิดพลาดก็อาจจะเกิดขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น Target ซึ่งเป็นผู้ค้าส่ง ได้ตรวจพบเด็กหญิงวัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนที่พ่อของเธอจะทำได้เพียงแค่ระบุพฤติกรรมการซื้อของเธอที่เปลี่ยนไป แล้วทำการส่งคูปองเสื้อผ้าสำหรับการตั้งครรภ์ให้เธอ การเปิดช่องให้เก็บช้อมูลมากเกินไปโดยไม่รู้ตัวและการติดตามอย่างกว้างขวางทางออนไลน์ สามารถป้องกันได้ด้วยโซลูชัน VPN ระดับพรีเมียมที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการบล็อกโฆษณา

“ ผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัวไม่ได้หยุดอยู่แค่เว็บไซต์ที่คุณกำลังเยี่ยมชม แต่จะเรียงซ้อนกันไปตามคำขอเริ่มต้นนั้นนั้น ประเด็นก็คือสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวที่รับรองโดย VPN นั้น เป็นมากกว่าแค่การปกป้อง IP ต้นทางของคุณจากการเปิดเผยกับเว็บไซต์ที่คุณกำลังเยี่ยมชม มันไปได้ดีกว่านั้น” ทรอย ฮันท์ ระบุ

สถานที่ใหม่สุดฮอตในเมือง

อุตสาหกรรม VPN มีความเสถียรมากขึ้นในการนำเสนอคุณสมบัติหลัก และยังพยายามขยายประโยชน์ของ VPN นอกเหนือจากปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่กำหนดไว้แล้ว ขณะที่่แบรนด์ด้านเทคโนโลยีเองก็กำลังมุ่งสู่การเป็นโซลูชันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับลูกค้าของตน แม้แต่ Apple เองก็ยังกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ด้านความเป็นส่วนตัวในฐานะบริการ ขณะที่สถานการณ์ Covid-19 ได้นำผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาด อาทิเช่น Google ที่เพิ่งเปิดตัว BeyondCorp เข้าสู่อุตสาหกรรม VPN

ในความเห็นของ ทอม อ๊กแมน เชื่อว่าผู้เล่นรายใหม่มีส่วนช่วยในการเติบโตของอุตสาหกรรม VPN และทำให้ทุกคนต้องการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น และยิ่งคู่แข่งมีจำนวนมากขึ้นความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็จะยิ่งแพร่กระจายในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งผู้เล่นใหม่ชื่อดังอย่าง Google ที่เพิ่งเข้าสู่เวที VPN ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งและความสำคัญของตลาดนี้ได้เป็นอย่างดี

“ ผมเชื่อว่า VPN จะกลายเป็นบริการพื้นฐานที่รวมอยู่ในอุปกรณ์นับตั้งแต่วันแรกที่ซื้อมา โดยผู้บริโภคไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ เพิ่มเติมจากการใช้งานปกติ อย่างไรก็ตามจะมีการตัดสินใจมากมายก่อนที่จะเลือกใช้ VPN โดยธุรกิจจะต้องหาจุดสมดุลระหว่างการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และไม่สูญเสียความสามารถในการพูดคุยกับลูกค้าผ่านการโฆษณา ซึ่งการใช้บริการ VPN เป็นหลักจะทำให้การผูกขาดข้อมูลส่วนบุคคลทำได้ยากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ปล่อยให้ความเป็นส่วนตัวบางประการยังมีแก่ผู้คนบ้าง การแก้ปัญหาสำหรับความท้าทายเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดความก้าวหน้า แต่ไม่ใช่แนวทางของการพัฒนาอุตสาหกรรม VPN” ทอม อ๊กแมน กล่าว

เมื่อต้องการเลือกผู้ให้บริการ VPN คุณต้องคิดเสมอว่าพวกเขาจะมอบความเป็นส่วนตัวให้กับใคร โดย ทรอย ฮันต์ มีคำแนะนำง่ายๆ ในการทำความเข้าใจว่า VPN ไม่ได้ลบ DNS หรือความสามารถในการตรวจสอบการรับส่งข้อมูล (SNI) เพียงแค่ลบความสามารถนั้นออกจาก ISP ของคุณ และมอบให้กับ NordVPN แทน แต่ผมมักจะพูดเสมอว่าผมค่อนข้างมั่นใจว่า VPN ที่มีชื่อเสียง จะให้บริการรับส่งข้อมูลที่ปลอดภัยเป็นส่วนตัวและไม่ถูกบันทึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความอิสระจากการถูกตรวจสอบ”

ทั้งนี้ NordVPN เป็นผู้ให้บริการ VPN ที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า 14 ล้านคนทั่วโลก NordVPN มีการเข้ารหัส VPN สองชั้น รวมทั้งการบล็อกมัลแวร์และฟีเจอร์ Onion Over VPN ที่ใช้งานง่าย มีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 5,000 เครื่องใน 60 ประเทศทั่วโลกและเป็นมิตรกับ P2P โดยหนึ่งในคุณสมบัติหลักของ NordVPN คือนโยบายการบันทึกข้อมูลเป็นศูนย์