TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

Review : Huawei Freebuds Pro สุนทรีย์ศาสตร์ของหูฟังผสานเอไอ

Huawei Freebuds Pro

เมื่อแรกเห็นหูฟังแบบ In-ear ของหัวเว่ยรุ่น Huawei Freebuds Pro ผมแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นรุ่นที่พัฒนาและต่อยอดมาจากรุ่น Freebuds ก่อนหน้า เนื่องจากความหรูหราของตัวกล่องบรรจุและตัวของหูฟังเองที่มันวาวสะดุดตามาก แถมหูยังเป็นทรงแบบเหลี่ยมที่ยังไม่เคยเห็นใครทำมาก่อนอีกต่างหาก การได้ลองฟังเสียงครั้งนี้บอกเลยว่ากระตุ้นความอยากของการรีวิวเป็นอย่างมาก

การออกแบบ

ในส่วนของการออกแบบนั้น อย่างที่บอกว่าตัวเครื่องมีการออกแบบที่สวยหรู จนได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ด้วยระดับคะแนนและรางวัลการันตรีจากหลากหลายสถาบัน (Stuff 5 Stars Review, Android Authority Staff Choice, Android Central Recommended, PocketNow Editor’s Choice for Best ANC True Wireless Earbuds )

โดยตัวกล่องเก็บที่สามารถชาร์จไฟได้ ถูกออกแบบมาให้มีรูปทรงวงรี มีผิวสัมผัสที่มันวาวดูหรูหรา (เครื่องที่ได้ทดสอบสีดำ) แม้ว่าจะเปอะเปื้อนความมันได้โดยง่าย แต่ก็สามารถเช็ดออกได้โดยง่ายด้วยเช่นกัน ขณะที่เนื้อของวัสดุที่เลือกใช้ ยังได้รับการรับรองจากสถาบัน SGS ว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

Huawei Freebuds Pro

ด้านหลังของตัวกล่องมีบานพับที่สลักสัญลักษณ์คำว่าหัวเว่ย (HUAWEI) เอาไว้อย่างหรูหรา บนเนื้อโลหะมันวาวที่ให้ความแข็งแกร่งของการเปิด-ปิดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีปุ่มกดด้านข้าง สำหรับการเปิดระบบจับคู่อุปกรณ์ พร้อมช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB-C ที่มองดูแล้วไม่เกะกะสายตาอย่างแน่นอน

เมื่อเปิดฝากล่องเก็บขึ้นด้านบน จะเห็นหูฟังทั้งสองที่ถูกสวมกอดเอาไว้อย่างกระชับและรัดกุม แบบที่ไม่ต้องกลัวว่าการเสียบแล้วจะมีความผิดพลาดของการชาร์จเกิดขึ้นระหว่างที่เราไม่ทันสังเกตอย่างแน่นอน ด้วยแรงดูดของแม่เหล็กที่ซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเราเพียงนำหูฟังเข้าใกล้ช่องเสียบเท่านั้น หูฟังก็จะถูกดูดเข้าช่องเสียบได้อย่างสนิทแนบแน่นทันที

Freebuds Pro

 

หูฟังทั้ง 2 ด้านมาพร้อมคุณสมบัติที่คล้ายกัน แต่แยกการสวมใส่ซ้าย-ขวาด้วยรูปร่างที่ชัดเจน พร้อมสัญลักษณ์มาตรฐาน R (ขวา) และ L (ซ้าย) หรือจะให้ง่าย ก็เพียงแค่เมื่อเปิดฝาออกแล้ว หูฟังที่อยู่ด้านซ้ายก็นำไปใส่หูข้างซ้าย ส่วนหูฟังที่อยู่ด้านขวาก็นำไปใส่ในหูข้างขวาก็เท่านั้นเอง

ตัวหูฟังมีการออกแบบให้มีขนาดที่เล็ก และก้านของหูฟังเป็นแบบเหลี่ยมที่แปลกและแตกต่างจากรายอื่นๆที่มีอยู่ในตลาด ขณะที่ส่วนของลูกยางสามารถถอดเปลี่ยนได้อย่างกระชับ อีกทั้งตัวเรือนที่ใกล้หูจะเป็นแบบทรงกลมที่ซ่อนเทคโนโลยีไดร์เวอร์อันทรงพลังเสียงไว้ภายในได้อย่างลงตัว

การออกแบบของก้านนั้น นอกจากจะเป็นส่วนของการชาร์จไฟขั้วบวกและลบที่ด้านท้ายสุดของก้านแล้ว แกนหน้าของก้านทรงเหลี่ยม ยังซ่อนปุ่มมัลติฟังก์ชั่นเอาไว้ ทำให้สามารถสั่งงานได้ผ่านปุ่มดังกล่าว ทั้งส่วนของการเพิ่ม-ลดเสียงก็สามารถทำได้โดยการลูบขึ้นหรือลงเท่านั้น ขณะที่การกดค้างราว 5 วินาทีจะเป็นการเปิด-ปิดระบบ ANC (Anti Noise Canceling) และเมื่อกดเป็นจังหวะ 1 ครั้งจะเป็นการเปิด-ปิดเพลงเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่สามารถเล่นเพลงได้ กด 2 ครั้งจะเป็นการเลื่อนเล่นเพลงไปข้างหน้า และกด 3 ครั้งจะเป็นการเล่นเพลงก่อนหน้า

ฟรีบัดส์โปร

สเปกเครื่อง

  • หูฟัง In-ear แบบ True Wireless
  • เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 5.2
  • เสาสัญญาณแบบคู่ต่อหูฟัง 1 ข้าง
  • มีระบบตรวจจับการสวมใส่
  • รองรับการใช้งานแบบเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน
  • ตรวจจับเสียงจากการสั่นของกลามเมื่อผู้สวมใส่พูด
  • ไดร์เวอร์ลำโพงขนาด 11 มิลลิเมตรแบบไดนามิก
  • ระบบตัดเสียงรบกวน 3 โหมด (ตัดเสียง, ปิด, การรับรู้)
  • ไมโครโฟน 3 ตัวต่อหูฟัง 1 ข้าง (คู่ละ 6 ตัว)
  • ใช้งานได้ต่อเนื่อง 7 ชั่วโมงในโหมด ปิดการใช้ ANC
  • กล่องเก็บชาร์จไฟได้ 33 ชั่วโมง
  • รองรับการชาร์จเร็ว ผ่านสาย USB Type-C (5V 1.2A 6W)
  • รองรับการชาร์จไร้สาย มาตรฐาน Qi (แรงดันไฟ 2W)

ฟีเจอร์การทดสอบใช้งานจริง Huawei Freebuds Pro

การตัดเสียงรบกวน (Anti Noise Canceling)

TheReporterAsia ได้ทดสอบการใช้งานส่วนของระบบการตัดเสียงรบกวน ซึ่งต้องบอกเลยว่าปกติแล้ว การใส่หูฟังแบบ In-ear เป็นเวลานาน หลายๆคนจะพบเจอกับอาการปวดหูชั้นใน เนื่องจากมีแรงอัดของอากาศอยู่มากภายในช่องหู แต่ Freebuds Pro รุ่นนี้กลับมีทางออกของปัญหาดังกล่าวที่สมบูรณ์แบบมาก ทั้งเรื่องของการออกแบบตามหลักเออร์โกโนมิกส์ (Ergonomics) ทำให้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม

Freebuds

นอกจากนี้การออกแบบระบบตัดเสียงรบกวน ยังสามารถเลือกได้ถึง 3 โหมดเพียงการกดค้างเพื่อเลื่อนโหมด โดยโหมดแรก Noise Cancellation ที่บอกเลยว่าสามารถตัดเสียงรอบข้างได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ผมได้ทำการทดสอบโดยการเปิดพัดลมแอร์สูงสุด แล้วใช้เครื่องวัดเสียงที่ได้กว่า 50 เดซิเบล แต่เสียงที่ได้กลับเงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นก็เป็นเพราะ ระบบไมค์ที่ 3 ของ Freebuds Pro จะทำการจับเสียงรอบข้างแล้วส่งต่อให้ระบบเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ทำการสร้าคลื่นเสียงมาหักล้างเสียงแวดล้อมนั้นแบบอัตโนมัติ ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงแวดล้อมนั้นแต่อย่างใด

แน่นอนว่าเมื่อเราต้องอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คน การมีส่วนร่วมกับสังคมก็จำเป็นต้องได้ยินการสนทนาไปด้วย การเลือกใช้โหมด Awareness ก็ช่วยให้เราสามารถรับรู้และได้ยินเสียงที่จำเป็นได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะทำการเสียบหูฟังเอาไว้อย่างแน่นหนา นั่นเพราะระบบไมค์แบบ 3 ประสาน จะทำหน้าที่จับเสียงรบกวน จับเสียงผู้สวมใส่ แล้วนำมาประมวลความต้องการได้ยิน ซึ่งแน่นอนว่าเสียงลมที่ไม่มีความจำเป็นก็จะถูกตัดออกไป ช่วยให้ประสิทธิภาพของเสียงคู่สนทนามีความชัดเจนยิ่งขึ้น

และนอกจากการตัดเสียงที่มีประสิทธิภาพแล้ว การที่เรายังได้ยินเสียงรอบข้างได้อย่างชัดเจนนั้น ก็ช่วยลดอาการปวดหูเมื่อต้องสวมใส่ Huawei Freebuds Pro เป็นเวลานานนาน หรือบางท่านที่เคยใช้หูฟังแบบ In-ear แล้วเมื่อขยับกลามหรือพูดออกมาจะได้ยินเสียงของตัวเองอู้อี้ก้องอยู่ภายในหู เรื่องเหล่านี้บอกเลยว่าไม่มีทางเกิดขึ้นกับหูฟัง Huawei Freebuds Pro รุ่นนี้อย่างแน่นอน

Freebuds

สะดวกในการสั่งการจากหูฟังได้ทันที

หูฟังแบบ In-ear ส่วนใหญ่จะมีขนาดที่เล็ก ทำให้ไม่นิยมสร้างปุ่มสั่งการไว้แต่จะเป็นการแทนที่ด้วยคำสั่งเสียง หรือจะสั่งการผ่านแอปพลิเคชั่นก็สะดวกกว่า แต่กระนั้น Freebuds Pro กลับสร้างการสั่งการที่สะดวกผ่านก้านหูฟัง ที่มาให้ครบทุกฟังก์ชั่นสำคัญทั้งสามารถสไลด์นิ้วที่บริเวณก้านด้านหน้าขึ้นหรือลง เพื่อเพิ่มหรือลดเสียงตามลำดับได้ อีกทั้งเมื่อกดค้างราว 5 วินาทีก็จะเป็นการเปลี่ยนโหมดหรือปิดระบบ ANC ได้อย่างสะดวก

ขณะที่การสั่งการด้านเสียงเพลง ก็สามารถสั่งการได้อย่างง่ายดายตามใจนึก เพราะเพียงเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่สามารถฟังเพลงได้ เพียงการกด 1 ครั้ง ก็จะเป็นการเล่นหรือหยุดเพลงได้ในทันที หรือหากต้องการเลื่อนเพลงไปข้างหน้าก็ทำการกด 2 ครั้ง และ 3 ครั้งสำหรับการเลือกย้อนฟังเพลงก่อนหน้าได้โดยที่ไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาแต่อย่างใด

Freebuds Pro

แบตเตอรี่เพียงพอต่อการใช้งาน

ตลอดการใช้งานราว 7 วัน ต้องบอกเลยว่า มีการชาร์จแบบที่ต้องใช้สายชาร์จเสียบกับไฟบ้านนับครั้งได้เลยทีเดียว ซึ่งต้องบอกว่ากิจกรรมที่ใช้หูฟังทั้งวันนั้น มีทั้งการฟังงานแถลงข่าวออนไลน์ที่จะต้องฟังต่อเนื่องราว 3 ชั่วโมง มีการฟังเพลง การรับสาย ตลอดจนการเปิดฟังภาพยนตร์ที่ระดับการเปิดเสียงดังมากกว่า 60% อีกด้วย

การเชื่อมต่อที่ไม่มีสะดุด

ความสามารถของการเชื่อมต่อนี้ต้องยกนิ้วให้กับระบบเสาอากาศ 2 เสา ใน 1 หูฟัง และการเชื่อมต่อแบบ บลูทูธ 5.2 ที่ให้คุณภาพเสียงแบบไร้รอยต่อจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้เคยนำ Freebuds รุ่นก่อนหน้าไปในที่ชุมชนหรือห้างสรรพสินค้าแล้วต้องบอกเลยว่ามีเสียงรบกวนแทรกเข้าบ่อยครั้งจนไม่สามารถใช้งานได้เลย แต่กับรุ่น Freebuds Pro นี้ไม่มีอาการดังกล่าวให้เห็นแต่อย่างใด

การทดลองขึ้นรถไฟฟ้าในช่วงเวลาที่คนเยอะ ซึ่งหากใครลองขึ้นรถไฟฟ้าช่วงพึคจะรู้เลยว่าทุกคนที่ยืนเบียดกันนั้นล้วนใช้หูฟังทั้งแบบสายและไร้สายกันแทบทั้งสิ้น ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปริมาณสัญญาณ ณ ที่แห่งนั้นมีมากมายจริงจริง แต่ก็ไม่เกินความสามารถของหูฟังหัวเว่ยรุ่นนี้ไปได้ การฟังเพลงและดูภาพยนตร์ตลอดทุกการเดินทางแออัด ผมสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างมีความสุข

Freebuds

 

การจำหน่าย

Huawei Freebuds Pro เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ในราคา 5,499 บาท มีให้เลือก 3 สี (Carbon Black, Ceramic White, Silver Frost)

คะแนนความพึงพอใจจากการใช้งาน
  • การออกแบบ
  • วัสดุการผลิต
  • ฟีเจอร์ที่โดดเด่น
  • คุณภาพผลิตภัณฑ์
  • การใช้ต่อเนื่อง
  • การใช้งานง่าย
  • ราคาที่เหมาะสม
4.7

## ข้อสังเกต ##

การเปิดราคามาของหูฟัง Huawei Freebuds Pro ในราคาเพียงแค่ 5,499 บาท ถือได้ว่าออกมาฆ่าหูฟัง True Wireless ที่มีอยู่ในท้องตลาดได้อย่างชนะน็อคเลยทีเดียว ซึ่งตอนแรกผมยังคิดว่าจะแตะหลัก 7-8 พันน่าจะเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว แต่กลับถูกกว่าที่คาด ซึ่งด้วยราคานี้ก็เชื่อแน่ว่า กลุ่มเป้าหมายของการซื้อจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

และด้วยคุณภาพของเสียงที่อัดแน่นด้วยพลังเบสจากไดร์เวอร์ขนาด 11 มิลลิเมตร ที่บางท่านอาจจะบอกว่าเพราะเป็นหูฟังแบบ In-ear จึงให้พลังเบสที่ไม่เล็ดลอดออกภายนอก แต่หากใครได้ลองฟังแล้วจะรู้ว่าคุณภาพของเสียงที่ได้นั้นไม่ใช่เพราะการเป็น In-ear อย่างที่เข้าใจ แต่เป็นเพราะการออกแบบที่ดีของตัวเรือนที่สะท้อนเสียงได้อย่างอัดแน่นอยู่ภายในและพลังของไดร์เวอร์ที่เหมาะสม จึงจะทำให้เกิดคุณภาพเสียงที่ลงตัวเช่นนี้ได้ จนผมเองต้องบอกว่าหลงใหลในคุณภาพเสียงที่ได้อย่างชนิดที่ลืมสิ่งรอบข้างไปได้อย่างง่ายดาย

แต่กระนั้นก็ต้องบอกก่อนว่า ด้วยความมันวาวของการออกแบบทั้งตัวเคสและตัวหูฟังเอง ทำให้การจับเพียงเบาเบาของมือที่มีมันเหงื่อเล็กน้อย ก็สร้างความขุ่นมัวให้กับกล่องที่หรูหรานี้ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรเสียทางแก้ก็สามารถทำได้โดยการหมั่นเช็ดถูกสักหน่อยเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงสไตล์ที่หนักแน่นและให้เสียงที่ครบทุกมิติ ทั้งเบส กลาง แหลม ที่พร้อมจะเสียบคาหูแล้วไม่มีอาการปวดแต่อย่างใด แถมยังสามารถสนทนากับคนรอบข้างประหนึ่งเหมือนไม่ได้เสียบหูฟังไว้ในหูอย่างเช่นกระผมนี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้สำหรับคนที่มือใหญ่ นิ้วใหญ่ อาจจะมีปัญหาในการสั่งการด้วยปุ่มกดในระหว่างที่เสียบหูฟังอยู่พอสมควร เนื่องจากลักษณะของการกดจะเป็นการบีบก้านหูฟังที่แนบชิดกับหู อาจจะทำให้รำคาญอยู่บ้างในช่วงแรก แต่เชื่อแน่ว่าเมื่อใช้ไปแล้วสักระยะจะเกิดความเคยชินแล้วจะกดได้คล่องแคล่วมากขึ้น เพราะส่วนตัวผมก็เป็นคนมือใหญ่เช่นกันครับ