TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

รีวิว : UGREEN 10 in 1 อแดปเตอร์ฮับที่ครบจบในสิ่งเดียว

UGREEN 10 in 1

เรื่องของการเชื่อมต่อเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ เมื่อมีอุปกรณ์ที่จำกัดหรือช่องเชื่อมต่อที่จำกัด UGREEN 10 in 1 รุ่น CM 179 จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ปัญหาของพอร์ตการเชื่อมต่อที่ไม่ครอบคลุม ด้วยข้อจำกัดของการออกแบบอุปกรณ์สมัยใหม่ที่นิยมความบาง เล็กและเรียบง่าย ทำให้พอร์ตการเชื่อมต่อถูกจำกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันนี้ TheReporterAsia ได้ลองใช้งานฮับเชื่อมต่อ UGREEN 10 in 1 ซึ่งมีพอร์ตการเชื่อมต่อมาให้ถึง 10 จุด ผ่านช่องทางหลักคือ USB-C สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ให้สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น และยังเพิ่มความสามารถให้อุปกรณ์นั้นๆใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วย

UGREEN 10 in 1

รูปลักษณ์ภายนอก

ด้านของการออกแบบนั้น UGREEN 10 in 1 ที่ได้รับมาทดสอบนั้น เป็นสีสเปรซเกรย์ (Space Gray) ซึ่งเป็นสีที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทำให้เมื่อนำไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์แลปท้อป ก็จะมีสีที่เข้ากันกับเครื่องได้อย่างลงตัว โดยมีขนาดโดยรวม 123 x 52 x 19 มิลลิเมตร เท่านั้น

ตัวเครื่องทำจากโลหะ อลูมิเนียม อัลลอยด์ มีการออกแบบของเคิร์ฟที่โค้งมล ไม่ได้แข็งทื่อ แม้ว่าในภาพรวมแล้วจะเป็นเพียงอุปกรณ์การเชื่อมต่อที่ต้องอวดโชว์ใครแต่อย่างใดก็ตาม ยิ่งเมื่อลองจับดูก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแรงทนทาน ด้วยงานประกอบที่ถือว่าทำออกมาได้พรีเมี่ยมเป็นอย่างมาก

ในส่วนของสายเชื่อมต่อหลัก USB-C ที่มีเพียงสายเดียวนั้น ตัวสายมีขนาดที่ใหญ่เหมาะ พร้อมเคลือบด้วยพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูง เรื่องของความทนความร้อนอันนี้ไม่ได้ทดสอบนะครับ แต่เท่าที่สังเกตในการใช้งานก็ไม่ได้เกิดความร้อนสะสมแต่อย่างใด

ขณะที่การเข้าสายนั้นต้องบอกว่า มีความใส่ใจในเรื่องของความทนทานเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนของข้อต่อระหว่างสายและหัว USB-C ที่มีการใช้พลาสติกแข็งเข้ามาเคลือบไว้อย่างแน่นหน้า เช่นเดียวกับในส่วนของการเชื่อระหว่างฮับและสาย ก็มีการใช้พลาสติกแข็งเคลือบไว้เช่นกัน TheReporterAsia 1ได้ทดลองกระชากสายเบาๆ เพื่อลองทดสอบความแข็งแกร่งของการดึงผ่านสาย ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ และมั่นใจในความทนทาน

UGREEN 10 in 1

นอกจากนี้ในส่วนของการประกอบพอร์ตต่างๆ ถึง 10 พอร์ตเข้าไว้ด้วยกัน ก็มีความมั่นคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อต้องเสียบและถอดสายบ่อยครั้ง ก็ไม่พบอาการคลอกแคลกของช่องพอร์ตที่ซ่อนอยู่ภายในให้เราเห็นแต่อย่างใด นับได้มีงานประกอบเป็นเรื่องที่ได้รับการใส่ใจมาเป็นอย่างดี

ท้ายที่สุดเรื่องของการออกแบบไปแจ้งสถานะที่เลือกใช้สีขาว ที่ส่วนตัวให้อารมณ์ที่หรูหราอยู่พอสมควร และยังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถมองเห็นได้ในแถบพอร์ตหลักได้อย่างสะดวก

สเปกและคุณประโยชน์

UGREEN 10 in 1 ถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติหลักในการเชื่อมต่อ ในกลุ่มการใช้งานหลัก ๆ ทั้งด้านภาพ เสียง ข้อมูล และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

UGREEN 10 in 1

 

โดยเริ่มต้นที่ช่องเล็กสุดใกล้สายหลักเส้นเดียว เป็นช่อง 1. USB-C ที่เอาไว้สำหรับการชาร์จพลังงาน ซึ่งรองรับการชาร์จไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 100วัตต์ เหมาะสำหรับการใช้งานต่อเนื่อง เพราะเมื่อเราเชื่อมต่อฮับเข้ากับเครื่องสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะพอร์ต USB-C เพียงแค่พอร์ตเดียว ช่องนี้ก็จะช่วยเป็นช่องที่สามารถเสียบสาย USB-C ที่ต่อมาจากหัวชาร์จได้นั่นเอง

ถัดมาที่ฝั่งเสียงและช่องยูเอสบี ซึ่งเป็นฝั่งแนวยาวด้านที่บางกว่า มีช่องพอร์ตเสียง 2. Audio Port ขนาด 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งช่องนี้จะช่วยแปลงหูฟังธรรมดาให้สามารถต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนที่มีเพียงแค่ช่องต่อหูฟังแบบ USB-C อย่างเช่นเครื่อง Huawei Mate 30 Pro เป็นต้นได้อย่างสะดวก ทำให้สามารถเลือกใช้หูฟังได้หลากหลายมากขึ้น

UGREEN 10 in 1

ส่วนช่อง 3. USB 3.0 แบบ Type-A ที่มีมาให้ถึง 3 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อที่ความเร็วสูงสุด 5 Gbps และยังสามารถจ่ายไฟเลี้ยงได้สูงสุด 5V 2A ซึ่งด้านนี้จะมีส่วนไฟแสดงสถานะขนาดเล็กอยู่ด้วย ทำให้เรารู้ได้ว่าการเชื่อมต่ออยู่ในสถานะใดกับอุปกรณ์หลัก

หันกลับมาอีกด้าน จะเป็นโซนของการแสดงภาพและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยเริ่มต้นที่ 6. LAN Port ช่องต่อสายแลนแบบหัว RJ-45 ซึ่งมีมาให้ 1 ช่อง ให้ความเร็วสูงสุด (10/100/1000 Mbps) ระดับ 1 Gbps เหมาะสำหรับแลปทอปสมัยใหม่ที่ไม่เน้นการเชื่อมต่อแบบสาย ทำให้ไม่มีพอร์ตชนิดนี้มาให้แล้ว แต่ส่วนตัวผมก็ยังเชื่อมั่นในความเสถียรของสายอยู่นะ

ส่วนตรงกลางเป็นช่องต่อ 7. VGA Port ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นสำหรับบางคน แต่จากการที่ผมได้ลองการใช้งานพอร์ตนี้ก็สามารถทำให้เครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าอย่า Huawei Mate 20X กลายมาเป็นเครื่องเดสก์ทอปได้อย่างสบายๆ ซึ่งใช้เพียงแค่ช่องต่อนี้ก็ทำให้สามารถแสดงผลบนจอใหญ่ได้อย่างสะดวก โดยสามารถแสดงผลที่ความละเอียด 1080P ที่ความเร็วของสัญญาณ 60Hz

UGREEN 10 in 1

และพอร์ตสุดท้ายของด้านนี้ก็คือ 8. HDMI Port ซึ่งนับว่าเป็นพอร์ตที่มีบทบาทสำคัญสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์แสดงผลสมัยใหม่ โดยสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ออกได้ทั้งโปรเจกเตอร์ สมาร์ททีวี ทีวีปกติ ได้อย่างสะดวก ด้วยความละเอียดสูงสุดระดับ 4K หรือ Ultra High Definition ที่ขนาดพิกเซลราว 3,840 x 2,160 พิกเซล ความเร็วสัญญาณ 30Hz

เมื่อหันกลับมาที่มุมอีกด้านจะเป็นส่วนของช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำ ซึ่งมีมาให้ 2 ช่อง 9. TF Card Port หรือช่องการ์ดแบบ microSD ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ทั่วไป สามารถนำการ์ดเข้ามาเชื่อมต่อและย้ายข้อมูลไปมากับอุปกรณ์ที่ต้องการได้ทันที ตามความเร็วสูงสุดที่การ์ดรองรับ

และพอร์ตสุดท้าย 10. SD Card Port เหมาะสำหรับการ์ดจากกล้อง ที่สามารถนำมาโหลดและย้ายข้อมูลจากการ์ดลงอุปกรณ์ได้อย่างสะดวก และทั้งหมด 10 พอร์ตนั้นก็เชื่อว่าน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานปกติวิสัยแล้วอย่างแน่นอน

UGREEN 10 in 1

ช่วงลองของ ลองดู

ส่วนของการทดสอบนั้น เบื้องต้นผมได้ลองเชื่อมต่อ สมาร์ทโฟน Huawei Mate 20X เพื่อแปลงให้สามารถทำงานแบบ Work Form Home ได้สะดวกมากขึ้น โดยได้ทำการต่อเข้ากับมอนิเตอร์ ผ่านพอร์ต VGA และเชื่อมต่อเมาท์ผ่านพอร์ต USB-A 1 พอร์ต และได้ทำการเชื่อมต่อที่เก็บข้อมูลแบบทรัมไดร์ฟ ด้วยช่อง USB-A อีก 1 ช่อง แล้วทำการเปิดโหมด เดสก์ทอป จากเครื่องมือถือ ทำให้เครื่องสมาร์ทโฟนที่มีอายุ 2 ปีแล้ว สามารถทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ได้ในทันที

ข้อสังเกต และบทสรุป

UGREEN 10 in 1 รุ่น CM 179 นับได้ว่าเป็นพอร์ตฮับ ที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่าครบครัน และใช้งานได้จริงในทุกพอร์ต ช่วยให้ความคล่องตัวในการทำงานได้มากขึ้น และยังมีการออกแบบที่หรูหราและน่าประทับใจ เมื่อต้องพกพาไปใช้งานด้วย ก็สามารถเข้าชุดกับอุปกรณ์ที่มีได้อย่างลงตัว

แต่กระนั้นก็ต้องบอกว่าในราคา 2,590 บาท พร้อมการรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี นั้นอาจจะเป็นข้อพิจารณาหลักของการตัดสินใจซื้อ ซึ่งผมก็ขอแนะนำว่า UGREEN 10 in 1 น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการนำเสนอผลงาน หรือขายงานเป็นประจำ กลุ่มนักบรรยาย หรือกลุ่มที่จะต้องเชื่อมต่อเพื่อนำเสนอผลงานอยู่บ่อยครั้ง หรือกลุ่มคนที่ชอบเดินทาง ชอบการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั่งสาย Vlog หรือสายท่องเที่ยว การโอนถ่ายข้อมูลที่สะดวก เพื่อให้พื้นที่การจัดเก็บภาพถ่ายไม่เต็ม น่าจะคุ้มค่าในการซื้อหามาใช้ที่สุดครับ

ส่วนใครที่สนใจก็สามารถหาซื้อได้ที่ ช้อปปี้ หรือ ลาซาด้า ตามลิงก์ด้านล่างนี้ https://www.lazada.co.th/