TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

ซัมซุง คาดว่าเครือข่าย 6G จะเริ่มเห็นจริงในปี 2571

ซัมซุง
ภาพ : news.samsung.com

ซัมซุง หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีด้านการสื่อสารของโลก ได้เผยมุมมองเครือข่าย 6G ผ่านสมุดปกขาว ซึ่งคาดการณ์อนาคตไว้ว่า เราจะได้เห็นเครือข่าย 6G อย่างเร็วที่สุด ในปี 2571 โดยหน่วยงานกำกับดูแล ITU-R จะเริ่มทำงานด้านมาตรฐาน 6G ในช่วงปี 2564 นี้ และกำหนดมาตรฐานใหม่นี้ได้สำเร็จในปี 2571 ก่อนที่จะเริ่มส่งเทคโนโลยีไปสู่ผู้บริโภคในราวปี 2573

โดยเนื้อหาในสมุดปกขาว Choi Sung-hyun หัวหน้าศูนย์วิจัยการสื่อสารขั้นสูงของซัมซุงกล่าวไว้ว่า ความท้าทายของการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารให้สอดรับกับเครือข่าย 6G ในอนาคตนั้น จะอยู่ที่การพัฒนาความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงขึ้น พร้อม ๆ กับการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มีความสามารถที่มากขึ้น

นอกจากนี้ในรายงาน 42 หน้า ยังพูดถึงเทรนด์ของเทคโนโลยี 6G ที่จะเกิดขึ้น ทั้งในทางเทคนิคและบริการผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมใหม่ ซึ่งซัมซุงคาดการณ์ว่า การเข้ามาของเครือข่าย 6G จะทำให้เกิดปรากฏการณ์โลกเสมือนจริงที่มีความเสถียรมากขึ้น ทั้งรูปแบบโฮโลแกรมบนมือถือที่มีความเที่ยงตรงสูง หรือแบบจำลองดิจิทัลเสมือนจริง

โดยซัมซุงตั้งเป้าที่จะพัฒนาความเร็วของการส่งข้อมูลสูงสุดให้ได้ถึง 1,000Gb/s ซึ่งจะทำให้ยูสเซอร์สามารถใช้งานด้วยความเร็วปกติที่ระดับ 1Gb/s แตกต่างจากเครือข่าย 5G ที่ถูกพัฒนาให้อัตราการรับส่งข้อมูลสูงสุด 20Gb/s เพื่อช่วยให้รองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้น และซัมซุงก็ตั้งเป้าในการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแบบเท่าตัว

ไม่เพียงเท่านั้น ในแง่ของ อัตราความหน่วง (Latency) ซัมซุงก็คาดหวังว่าจะต้องมีระดับที่ต่ำกว่า 1 มิลลิวินาที และมีความแตกต่างของความล่าช้าในการโอนถ่ายข้อมูล (Jitter) ให้น้อยกว่าระดับไมโครวินาที

ซึ่งความสามารถเหล่านั้นจะต้องประกอบด้วย การสอดประสานของความถี่ การพัฒนาเทคโนโลยีของเสาอากาศใหม่ รวมไปถึงการคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีการสื่อสารและโครงสร้างเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะต้องสามารถรองรับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ การคำนวนแบบแยกส่วนออกมาจากส่วนกลาง และเครือข่ายความแม่นยำสูง

นอกจากนี้ซัมซุงยังตั้งข้อสักเกตว่าในอนาคต อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ระบบไร้สายอาจจะต้องใช้แถบความถี่ เทระเฮิรตซ์ (THz) ซึ่งมีคลื่นความถี่จำนวนมหาศาล และช่องสัญญาณที่กว้างมากกว่า GHz เป็น 10 เท่า อันจะช่วยตอบสนองความต้องการของเครือข่าย 6G ที่จะสามารถรับส่งข้อมูลได้ระดับเทราบิทต่อวินาที (Tb/s) ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายขั้นพื้นฐานและทางเทคนิคใหม่ที่จะต้องเอาชนะให้ได้