TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

อย.สหรัฐฯ อนุญาตให้ ยาสูบแบบให้ความร้อน ทำตลาดได้

ยาสูบแบบให้ความร้อน
นายเจอรัลด์ มาร์โกลีส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (“PMTT”) บริษัทในเครือฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล (พีเอ็มไอ)

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ อนุญาตให้ผลิตภัณฑ์ ยาสูบแบบให้ความร้อน ของฟิลลิป มอร์ริส ทำการตลาดได้ในฐานะผลิตภัณฑ์ยาสูบลดความเสี่ยง

นายเจอรัลด์ มาร์โกลีส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (“PMTT”) บริษัทในเครือฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล (พีเอ็มไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้ผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอ สามารถสื่อการตลาดในฐานะผลิตภัณฑ์ยาสูบลดความเสี่ยง (Modified Risk Tobacco Product: MRTP)

โดยการอนุญาตครั้งนี้ถือเป็นแนวทางตัวอย่างที่สำคัญในการกำกับนโยบายของภาครัฐและองค์กรสาธารณสุขต่อผลิตภัณฑ์ไร้ควันที่มีความแตกต่างจากการควบคุมบุหรี่แบบซิกาแรต เพื่อปกป้องและส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ซึ่งอาจมีประสิทธิภาพมากกว่านโยบายการห้ามจำหน่ายแบบในประเทศไทย

การพิจารณาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ ยาสูบแบบให้ความร้อน ของ พีเอ็มไอ นั้นมีความแตกต่างในเชิงหลักการจากบุหรี่ซิกาแรตที่มีการเผาไหม้ และเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ที่ตัดสินใจจะสูบบุหรี่ต่อไป ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอนี้เป็นผลิตภัณฑ์อิเล็คโทรนิคส์ที่มีนิโคตินประเภทแรกและประเภทเดียวที่ได้รับอนุญาตจาก อย. สหรัฐอเมริกาให้ทำการตลาดในฐานะผลิตภัณฑ์ยาสูบลดความเสี่ยง

ทั้งนี้ อย. สหรัฐอเมริกาอนุญาตให้สื่อสารผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้

  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอเป็นการให้ความร้อนแก่ยาสูบ แต่ไม่มีการเผาไหม้
  • ลดการเกิดสารเคมีที่เป็นอันตรายและอาจเป็นอันตรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • การศึกษาทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนจากบุหรี่มวนแบบเดิมมาเป็นผลิตภัณฑ์ไร้ควันของพีเอ็มไอ สามารถลดการได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายและอาจเป็นอันตรายได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย. สหรัฐอเมริกาสรุปว่า ข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอ จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพของประชากรโดยรวม ทั้งต่อกลุ่มผู้สูบบุหรี่และผู้ไม่สูบบุหรี่ การตัดสินในครั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มข้อสรุปของหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่สรุปตรงกันว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอ เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการเลือกสูบบุหรี่ โดยก่อนหน้านี้ อย. สหรัฐอเมริกาได้อนุญาตให้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ในเดือนเมษายน 2562

ทั้งนี้ อย. สหรัฐอเมริกาได้พิจารณาเอกสารงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ พีเอ็มไอ ยื่นคำร้องขอเป็น ผลิตภัณฑ์ยาสูบลดความเสี่ยง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559

นายอังเดร คาลันโซโปลอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีเอ็มไอ กล่าวถึงการอนุญาตของ อย. สหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ว่า “การพิจารณาอนุญาตในครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญในด้านสาธารณสุข ในอนาคตจะมีผู้สูบบุหรี่ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนเลิกสูบบุหรี่ แต่ก็จะยังมีอีกหลายคนที่สูบบุหรี่ต่อไป ดังนั้น การตัดสินใจในครั้งนี้จะเป็นการช่วยให้ผู้สูบที่เป็นผู้ใหญ่ได้รับข้อมูลว่าการเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อนของพีเอ็มไอ เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการสูบบุหรี่

โดย อย. สหรัฐอเมริกาได้พิจารณางานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อน สามารถลดการได้รับสารเคมีอันตรายและอาจเป็นอันตรายได้ ผลิตภัณฑ์ของพีเอ็มไอแตกต่างจากบุหรี่ที่มีการเผาไหม้ จึงควรได้รับการควบคุมที่แตกต่าง ตามที่ อย. สหรัฐอเมริกาได้กำหนดแนวทางไว้ ณ ตอนนี้ เราจึงจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันในรูปแบบที่แตกต่างและสร้างความร่วมมืออย่างเร่งด่วนกว่าที่เคย เพื่อสร้างสังคมไร้ควัน การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างสำคัญในการกำกับนโยบายของรัฐและองค์กรด้านสาธารณสุขต่อผลิตภัณฑ์ไร้ควันที่มีความแตกต่างจากการควบคุมบุหรี่แบบซิกาแรตเพื่อปกป้องและส่งเสริมด้านสาธารณสุข

“เรายินดีกับคำอนุญาตครั้งสำคัญนี้เพราะจะช่วยให้ข้อมูลสำคัญเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจของผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และเชื่อว่า ผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยซึ่งมีมากกว่า 10 ล้านคน ควรได้รับสิทธิที่เท่าเทียมในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางเลือกได้

เราเชื่อมั่นว่าการอนุญาตของ อย. สหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานงานวิจัย จะสร้างแรงบันดาลใจให้กระทรวงสาธารณสุข องค์กรด้านสุขภาพ ผู้วางนโยบาย ผู้ออกกฎหมาย ได้ทบทวนเอกสารงานวิจัยของผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อนของ พีเอ็มไอ และวางนโยบายสำหรับผลิตภัณฑ์ไร้ควันเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนไทยโดยรวม ทั้งผู้สูบบุหรี่และผู้ไม่สูบบุหรี่” นายเจอรัลด์ กล่าวปิดท้าย