TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

อรูบ้า เปิดตัว Aruba ESP แพลตฟอร์มเอจอัจฉริยะ

อรูบ้า
นายประคุณ เลาหกิตติกุล ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย อรูบ้า

อรูบ้า (Aruba) หนึ่งในเครือบริษัทฮิวเล็ตต์แพ็คการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ (NYSE: HPE) เปิดตัว Aruba ESP (Edge Services Platform) แพลตฟอร์มการจัดการอุปกรณ์ปลายทางแบบอัจฉริยะ เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่ใช้พลังความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวขับเคลื่อน บนแพลตฟอร์มคลาวด์-เนทีฟ เพื่อคาดการณ์และแก้ไขปัญหาที่ระบบเครือข่ายส่วนปลาย (Network Edge) ก่อนที่ปัญหานั้นจะเกิดขึ้น

โดย Aruba ESP ถูกพัฒนาขึ้นมาจาก 3 คอร์หลัก ได้แก่ 1. AIOps ปัญญาประดิษฐ์ที่จะช่วยแยกแยะปัญหาและเลือกใช้รูปแบบการจัดการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที จากการเรียนรู้รูปแบบของปัญหาตัวอย่างจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญที่อรูบ้ามอบให้กับทุกอุตสาหกรรมตลอดหลายปีที่ผ่านมา 2. Zero Trust network security การปกป้องอันตรายจากทุกอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายได้อย่างมั่นใจ และ 3.Unified Infrastructure การจัดการด้านโครงสร้างพื้นฐานอันชาญฉลาดได้อย่างรวดเร็ว

โดยระบบทั้งหมดหากใช้งานแบบ Full Function สามารถใช้งานได้ครอบคลุมทุกระบบเครือข่ายระดับ Campus Network , Data Center รวมถึงสาขาและพนักงานที่ปฏิบัติงานจากระยะไกล (Remote Worker) แบบอัตโนมัติอย่างครบวงจร อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลครอบคลุมทุกโดเมน พร้อมการรับประกันความพึงพอใจการให้บริการ (SLA), อีกทั้งยังตรวจสอบความผิดปกติและสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกันยังสามารถดูแลและรักษาความมั่นคงปลอดภัยจากอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก ซึ่งเชื่อมต่อเข้ามาในระบบเครือข่ายได้อีกด้วย Aruba ESP ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานแบบคลาวด์แก่ผู้ใช้งานที่ส่วนปลาย (Edge) ของระบบเครือข่าย องค์กรสามารถเลือกใช้บริการได้แบบ as a service บนระบบคลาวด์ หรือ ติดตั้งระบบเอง (On-Premises) และบริการแบบ Manged Service ผ่านพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ของ Aruba หรือจะเลือกใช้บริการแบบ Network as-a-Service ผ่านทาง HPE GreenLake อีกทั้งยังสามารถเลือกวิธีการชำระเงินได้ตามการใช้งาน โดยลูกค้าสามารถจัดซื้อจัดหาได้ด้วยทางเลือกทางการเงินที่ยืดหยุ่นผ่านทาง HPE Financial Services

อรูบ้า

ทั้งนี้ตลาดเทคโนโลยีได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทุก ๆ สิบปี สองทศวรรษที่ผ่านมามีศูนย์กลางอยู่ที่เรื่องการทำงานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobility) ซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ตามมาด้วยการย้ายไปยังแอพพลิเคชั่นบนคลาวด์ ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนโดย IoT, AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) ที่ได้รับการสนับสนุนด้วยการประมวลผลและระบบเครือข่ายที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแอปพลิเคชันและภาระงานใหม่ ๆ ซึ่งทำงานประสานกันอยู่บนระบบคลาวด์

แต่การปฏิบัติงานอยู่ที่ส่วนปลายของระบบเครือข่าย (Edge) เป็นผลให้องค์กรต่างสร้างข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาลขึ้นมาซึ่งหากนำมาวิเคราะห์และดำเนินการอย่างเหมาะสมแล้วสามารถใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ผู้ใช้และทำให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ ๆ ที่ดีทางธุรกิจได้อีกด้วย กุญแจสำคัญในการเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เหล่านี้ให้กลายเป็นการกระทำที่มีความหมายคือการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลนี้ ณ จุดกำเนิด – คือที่ Edge – เป็นจุดที่ซึ่งผู้คน อุปกรณ์และสิ่งต่าง ๆ เชื่อมต่อเข้าสู่โลกดิจิทัล

ความสามารถในการสร้างความเข้าใจเชิงลึกที่นำมาใช้ปฏิบัติได้ ซึ่งวางรากฐานอยู่บนข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับช่วงเวลานี้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ที่ องค์กรธุรกิจ พนักงาน และ ระบบเครือข่าย ที่ต้องปรับตัวให้ทันกับความต้องการทางธุรกิจและสถานที่ทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

การจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง(unstructured data)ที่ Edge ได้ต้องการระบบเครือข่ายที่ใช้พลังของ AI ผ่านทางอุปกรณ์การตรวจวัดระบบเครือข่ายจากระยะไกลอัตโนมัติ (Network Telemetry) เพื่อประมวลผลข้อมูลขนาดมหึมา ที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ และยังต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มี “สัมผัสพิเศษ” ที่ใช้พลังความสามารถของ AI เช่นกันเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อให้สามารถระบุปัญหาที่ได้ในเชิงรุก พร้อมแนะนำแนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้องและใช้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติ เพื่อเปลี่ยนแปลงเป็นคำสั่งในการแก้ปัญหา

ทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ต้องใช้แรงงานคนเลย ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลหาความเข้าใจเชิงลึกจากระบบเครือข่าย รวมทั้งของผู้ใช้และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ Aruba ESP สามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารให้กลายเป็นความรู้ และนำมาใช้ช่วยองค์กรเร่งการเปลี่ยนผ่านและดำรงความต่อเนื่องทางธุรกิจได้ด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์-เนทีฟเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานได้ทั้งบน ระบบที่ติดตั้งเอง (On-Premises) หรือระบบคลาวด์ และมีโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงปลอดภัยและเป็นเอกภาพครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร

อรูบ้า

โดยพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีที่เป็นแกนหลักดังนี้

• AIOps เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของ Aruba ESP ซึ่งใช้ AI และการวิเคราะห์หาต้นเหตุของปัญหาที่มีความถูกต้องมากกว่า 95% ทำให้ระบบเครือข่ายสามารถแก้ไขปัญหาเครือข่ายได้เองโดยอัตโนมัติ ตรวจสอบประสบการณ์ของผู้ใช้งานในเชิงรุก สามารถปรับแก้ระบบเครือข่ายเพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น และทำการเทียบเคียงกับค่าเบนช์มาร์คที่ใกล้เคียงและให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่อง ในการปรับใช้จริงของลูกค้าพบว่าการใช้ AIOps ส่งผลให้ความสามารถรับส่งข้อมูล (Throughput Capacity) เพิ่มขึ้น 15% และลดเวลาในการแก้ไขปัญหาลงเกือบ 90% เป็นผลรวมทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้และฝ่ายไอทีปรับปรุงดีขึ้นมาก

• โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเอกภาพ (Unified Infrastructure) ได้รวมการดำเนินงานของระบบเครือข่ายทั้งหมดอันได้แก่อุปกรณ์สวิตช์, Wi-Fi และ SD-WAN ครอบคลุมทุกระบบเครือข่ายระดับ Campus Network , Data Center รวมถึงสาขา และ สภาพแวดล้อมที่มีผู้ปฏิบัติงานเข้ามาจากระยะไกลมาไว้ภายใต้ Aruba Central ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันคลาวด์-เนทีฟที่รวมเหตุการณ์ข้ามโดเมน (Cross-Domain Events) ทั้งหลายมาแสดงไว้บนจอภาพเดียว เพื่อลดเวลาในการแก้ไขปัญหาและข้อผิดพลาดจากการทำงานของมนุษย์ (Manual Errors) นอกจากนั้นแนวคิดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเอกภาพของ อรูบ้า นี้ยังช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือก ได้ทั้งระบบ On-Premises และระบบคลาวด์ เพื่อให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในทางเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของตน

• ความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายแบบ Zero Trust เป็นการรวมเทคโนโลยีการให้สิทธิการเข้าถึงตามบทบาท (Role-Based Access) , การแยกส่วนระบบเครือข่ายอย่างไดนามิก (Dynamic Segmentation) และการตรวจจับการบุกรุกโดยระบุตัวตน (Identity-Based Intrusion Detection) เพื่อขจัดความต้องการใช้วิธีการแบ่งส่วนระบบเครือข่าย (Segmentation) แบบดั้งเดิมโดยสินเชิง ในขณะที่ยังคงสามารถตรวจจับ, ป้องกัน, แยกแยะและหยุดการโจมตี ระบบเครือข่ายก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

อรูบ้า

นวัตกรรมล่าสุดของ Aruba ESP

Aruba ESP เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์-เนทีฟแบบ Full-Stack ที่สามารถปรับขยายขนาดได้มากที่สุดเพื่อใช้กับสภาพแวดล้อมระบบเครือข่ายแบบใช้สายและแบบไร้สาย รวมทั้ง SD-WAN โดยได้รวมเอาองค์ประกอบของระบบเครือข่ายหลายอย่างไว้ด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพสำหรับการบริหารจัดการและควบคุมจากศูนย์กลาง สามารถปรับโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้อุปกรณ์ของ Aruba ให้มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับการใช้งาน Aruba ESP พัฒนาตามมาตรฐานระบบเปิด (Open Standards) เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับโซลูชั่นและบริการของผู้พัฒนารายอื่น (Third-Party) ที่มีหลากหลาย นวัตกรรมที่สำคัญของ Aruba ESP ที่จะขอแนะนำในวันนี้ได้แก่:

• การจัดการแบบคลาวด์-เนทีฟสำหรับองค์กรทุกขนาด – Aruba Central ในปัจจุบันถูกใช้ดูแลระบบเครือข่ายที่สำคัญมากซึ่งหยุดการทำงานไม่ได้ (Mission Critical Network) ของลูกค้ามากกว่า 65,000 รายและด้วยบริการของ ArubaOS รุ่นใหม่ทำให้เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์เพียงแพลตฟอร์มเดียวที่สามารถบริหารจัดการได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เฉพาะสำหรับการควบคุม (Controllerless) โดยสามารถให้การบริหารจัดการและการดำเนินงานได้แบบ Full-Stack สำหรับทั้งโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายแบบมีสาย ไร้สายและ SD-WAN ได้ทุกขนาดโดยครอบคลุมทุกแคมปัส ศูนย์ข้อมูล สาขา และสถานที่ที่พนักงานเชื่อมต่อเข้ามาทำงานจากระยะไกล ครอบคลุมทั้งระบบ On-Premise และระบบคลาวด์

• การจัดการง่ายขึ้นด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเอกภาพ (Unified Infrastructure) – ด้วยการเข้าถึงแหล่งข้อมูลร่วม (Common Data Lake) ผ่าน Aruba ESP ทำให้ Aruba Central เวอร์ชั่นล่าสุดได้รับการปรับปรุงให้สามารถเข้าถึงการทำงานต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น มีระบบค้นหาขั้นสูง (Advanced Search) และมุมมองเชิงบริบท (Contextual View) เพื่อนำเสนอข้อมูลได้หลายมิติผ่านจุดควบคุมเพียงจุดเดียว (Single Point-of-Control) ขจัดความจำเป็นในการใช้เครื่องมือที่แตกต่างกันในการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหลาย ๆ โดเมนและสถานที่

• ลดเวลาในการแก้ไขปัญหาด้วย AI และระบบอัตโนมัติ – Aruba มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าทศวรรษในเรื่องของนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI มีเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างเช่น Aruba AirMatch ที่มีรากฐานเกิดจากการแบบจำลองข้อมูลที่สร้างขึ้นจากอุปกรณ์เครือข่ายมากกว่าหนึ่งล้านอุปกรณ์โดยทำให้เกิดข้อมูลมากกว่า 1.5B Data Points ต่อวัน

และยังมีแอปพลิเคชั่น AI Insights ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่มาช่วยลดเวลาในการแก้ไขปัญหาโดยการระบุปัญหาการกำหนดค่าเครือข่ายที่ยากต่อการดูแล (Hard-to-See Network Configuration Issue) และชี้ให้เห็นสาเหตุหลักของปัญหา แนะนำวิธีการแก้ไขและสามารถจัดการแก้ไขตัวระบบเครือข่ายเองได้โดยอัตโนมัติ

• ด้วยพลังขับเคลื่อนของ AI ทำให้ฝ่ายไอทีมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นมาก – ขณะนี้ Aruba Central มีบริการ AI Search ซึ่งเป็นบริการค้นหาข้อมูลการประมวลผลภาษาที่เข้าใจง่าย (Natural Language Processing Data Discovery Service) ที่ช่วยให้ทีมไอทีสามารถขจัดความยุ่งวุ่นวายในการการตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ จน “หัวหมุน” (Swivel Chair) โดยใช้เพียงคำสั่งภาษาอังกฤษที่เรียบง่ายเพื่อดึงข้อมูลผู้ใช้และอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนจากแหล่งข้อมูลร่วม (Common Data Lake) ของ Aruba ESP เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นมี AI Assist ที่ใช้ระบบอัตโนมัติซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ (Event-Drive Automation) เพื่อรวบรวมและโพสต์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ทั้งแผนกช่วยเหลือภายใน (Internal Help Desk) และศูนย์ความช่วยเหลือด้านเทคนิคของ Aruba (Technical Assistance Center : TAC)

• การแสดงข้อมูลครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรได้อย่างละเอียดครบถ้วน (Granular Visibility) ของทุกแอปพลิเคชัน อุปกรณ์และระบบเครือข่าย – ส่วนขยายเพิ่มเติมของ Aruba Central ทำให้สามารถวิเคราะห์ระบบเครือข่ายแบบผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (User-Centric Analytics) ได้จาก User Experience Insight เพื่อช่วยระบุปัญหาในเรื่องประสิทธิภาพการดำเนินงานในระดับเครื่องลูกข่าย แอปพลิเคชันและระบบเครือข่ายได้เร็วขึ้น

• เพิ่มอุปกรณ์สวิตช์รุ่นใหม่ที่ล้ำสมัยสำหรับองค์กรแบบกระจายและองค์กรขนาดกลาง – เพื่อช่วยให้องค์กรเร่งการแปลงที่ Edge, Aruba ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอของ CX Switch โดยเพิ่ม Aruba CX 6200 Switch Series ซีรี่ส์ใหม่นี้นำเสนอความสามารถในการวิเคราะห์และมีระบบอัตโนมัติในตัวใช้ได้กับทุกเครือข่ายที่มีการเชื่อมต่อผู้ใช้และอุปกรณ์เกิดขึ้น โดยสามารถสร้างข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้นได้ สวิตช์รุ่น CX 6200 นี้ทำให้ Aruba CX สวิตช์ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกระดับ แบบเอนด์ทูเอนด์ ช่วยให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้ได้ครอบคลุมตั้งแต่แคมปัสใหญ่ขององค์กรและในระดับสาขาไปจนถึงศูนย์ข้อมูล

• สร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องด้วย Developer Hub ตัวใหม่ – Aruba ได้เปิดตัว Developer Hub ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรที่ครอบคลุมครบถ้วนตามความต้องการของนักพัฒนา ศูนย์รวมนี้จะรวม Aruba APIs และเอกสารต่าง ๆ เพื่อใช้ปรับปรุงการพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและล้ำสมัยโดยใช้ประโยชน์จากการที่ Aruba ESP เป็นแพลตฟอร์มตามมาตรฐานระบบเปิด

ร่วมสัมผัสบรรยากาศงาน ATM Digital ที่จะเริ่มในวันที่ 9 มิถุนายนนี้เพื่อดูว่า Aruba ESP ทำงานอย่างไร ฟังความรู้ใหม่ ๆ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และเรียนรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าล่าสุดของระบบเครือข่าย ลงทะเบียนได้ ที่นี่ เพื่อร่วมเข้างาน