TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

เอกอัครราชทูตไทย เยี่ยมชมการพัฒนาและผลิตรถ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส

เอกอัครราชทูตไทย

เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะรวมทั้งหมด 6 ท่าน เข้าเยี่ยมชมการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการผลิตรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ของบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส (Great Wall Motors) สำนักงานใหญ่ ณ เมืองเป่าตึ้ง มณฑลเหอเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน หลังการเข้าซื้อโรงงานผลิตรถยนต์ของเจอเนอรัล มอเตอร์สในจังหวัดระยองเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

นายเว่ย เจียนจูน ประธานคณะกรรมการ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการผลิตและส่งออกอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศสำคัญ ๆ ในกลุ่มอาเซียน เกรท วอลล์ มอเตอร์ส เป็นผู้นำด้านธุรกิจยานยนต์ในประเทศจีน

เรากำลังเร่งขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วไปทั่วโลกภายใต้กลยุทธ์โลกาภิวัตน์ (Globalization) โดยในอนาคตเรามีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านระบบอัจฉริยะ (Intelligence) การเชื่อมต่อ (Network) และพลังงานสะอาด (Clean) การเปลี่ยนแปลงและการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของบริษัทฯ รวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะถูกพัฒนาขึ้นนั้น ชาวไทยจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงล่าสุดของเราเป็นอันดับแรก ๆ”

นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร เอกอัครราชทูตไทย ประจำ ณ กรุงปักกิ่ง กล่าวว่า “ผมรู้สึกประทับใจกับความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส และบทบาทการเป็นผู้นำเทคโนโลยียานยนต์พลังงานสะอาดและระบบเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยต้องการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ถือเป็นบริษัทระดับโลกที่สำคัญ ที่รัฐบาลไทยให้การต้อนรับและรู้สึกยินดีกับการลงทุนและความร่วมมือระหว่างกัน รวมถึงจะให้การส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ประเทศไทย”

โดยเอกอัครราชทูตฯ และคณะได้เข้าเยี่ยมชมบริษัทในเครือสวู่สุ่ย (Xushui) ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส เป็นลำดับแรก ซึ่งถือเป็นโรงงานที่มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย และเป็นหนึ่งในไม่กี่โรงงานในประเทศจีนที่มีศูนย์การวิจัยและพัฒนายานยนต์ การทดสอบขับขี่ และสนามทดสอบการขับขี่ รวมถึงทุกขั้นตอนการผลิตที่ครบครัน ทั้งนี้ ท่านเอกอัครราชทูตฯ และคณะได้ให้ความสนใจในเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส

นอกจากนี้เอกอัครราชทูตฯ พร้อมคณะได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและเทคโนโลยี Haval Research and Development Center และนิทรรศการจัดแสดงยานยนต์รุ่น WEY, รุ่น Haval และรุ่น ORA เพื่อสัมผัสยานยนต์ไร้คนขับในอนาคตผ่านระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Driving) อย่างใกล้ชิด โดยเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นห้องปฏิบัติการระดับชั้นนำของประเทศจีน อาทิ ห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลมสำหรับยานยนต์ ห้องปฏิบัติการจำลองสภาพแวดล้อม และห้องปฏิบัติการ NVH (Noise, Vibration, Harshness) ซึ่งห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลมสำหรับยานยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส นั้นเป็นหนึ่งในห้องทดสอบอุโมงค์ลมที่มีหัวฉีดที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีน

หลังจากเติบโตมาหลายสิบปี เครือข่ายบริษัทของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ทั่วโลก เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โดยในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้เร่งนโยบายเพื่อผลักดันให้บริษัทในเครือทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด ตลาดยานยนต์ของประเทศไทยที่กำลังพัฒนานั้น นอกจากจะเป็นตลาดยานยนต์ที่สำคัญสำหรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ในการก้าวสู่ตลาดอาเซียน ยังเป็นส่วนสำคัญภายใต้นโยบายระดับโลกาภิวัตน์ของบริษัทอีกด้วย

โดยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส และ บริษัท เจอเนอรัล มอเตอร์ส ได้มีการลงนามข้อตกลงในการซื้อโรงงานในจังหวัดระยอง โดยจะเป็นสถานที่ที่สนับสนุนและพัฒนาในด้านต่าง ๆ ระหว่าง บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส และตลาดอาเซียน ทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาในท้องถิ่น รวมถึงพัฒนาระบบการวิจัยและพัฒนา และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาโรงงานที่จังหวัดระยอง โดยมุ่งเน้นการนำระบบอัจฉริยะ (Intelligence) และระบบดิจิตอล (Digitizing) เข้ามาใช้ เพื่อยกระดับโรงงานให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มมาตรฐานและความสามารถในการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ ในอนาคต เกรท วอลล์ มอเตอร์ส จะเพิ่มการพัฒนาระบบ 5G ระบบ AI ผสานกับความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด (Clean Energy) เพื่อดำเนินการเจาะตลาดประเทศไทยและเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจในจังหวัดระยองและประเทศไทยให้เติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง