TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

บล็อกเชน จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการแฟชั่นอย่างไร

บล็อกเชน

อุตสาหกรรมแฟชั่นมีการสูญเสียรายได้จากการละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (ราว 9 ล้านล้านบาท) และแม้ว่าจะมีความพยายามปฏิวัติอยู่บ่อยครั้ง แต่กระนั้นก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการป้องกันการลอกเลียนแบบสินค้า จวบจนการเกิดขึ้นของเทคโนโลยี ‘บล็อกเชน’ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจแฟชั่นให้เกิดความโปร่งใสมากยิ่งขึ้นในทุกขั้นตอน ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของบล็อกเชนเท่านั้น

ผู้ซื้อตรวจสอบสินค้าแฟชั่นแท้ได้ง่ายขึ้น

เมื่อเราลองสั่งเสื้อจากเว็บขายสินค้าออนไลน์ หรือแม้กระทั่งเดินไปซื้อกางเกงยีนส์ที่ร้านค้า เราเคยสงสัยไหมว่าขั้นตอนทั้งหมดกว่าสินค้าจะส่งถึงมือเรานั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นเราเรียกกันรวมๆว่า ‘ซัพพลายเชน’ ซึ่งในรูปแบบเดิมนั้นเราไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่าป้ายสินค้านั้นๆ มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เป็นสินค้าแท้หรือไม่ หรือเป็นสินค้าลอกเลียนแบบ ซึ่งบางท่านอาจจะบอกว่ามีความสามารถพิเศษในการแยกแยะของจริงและปลอมได้อย่าง 100% แต่เชื่อเถอะไม่ใช่ทุกคนที่ทำแบบนั้นได้

บล็อกเชน จะช่วยทำให้ทุกคนสามารถตรวจสอบย้อนกลับประวัติการผลิตได้ทั้งหมด ด้วยความสามารถของบล็อกเชนที่เมื่อบันทึกแล้วจะไม่ถูกลบ ทำให้เกิดประวัติที่ใครก็ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้หรือหากมีใครคิดพยายาม บล็อกเชนก็จะบันทึกความพยายามนั้นๆไว้ ทำให้เราเห็นความพยายามที่จะทุจริตของบุคคลนั้นๆได้อย่างชัดเจน เราจะเห็นและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตนเองทั้งหมด เพียงแค่ส่องแอปพลิเคชั่นที่อ่านค่านั้นๆได้เข้าที่ป้ายสินค้า ท้ายที่สุดสินค้าลอกเลียนแบบก็จะไม่สามารถเข้าสู่ระบบการซื้อขาย หรืออย่างน้อยก็สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากนักออกแบบที่ตนเองชื่นชอบนั่นเอง

ซัพพลายเชนทำงานได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น

ในขั้นตอนการจัดส่งนั้น บล็อกเชนยังถือว่าสามารถทำหน้าที่เรื่องของเอกสารขั้นตอนพิธีการต่างๆของการออกสินค้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการบันทึกในทุกขั้นตอนการผลิตสินค้าอยู่แล้ว ทำให้การตรวจสอบในทุกขั้นตอนสามารถทำได้ล่วงหน้าเพียงแค่เรียกรายละเอียดสินค้าขึ้นมาดู ทำให้ไม่ต้องรอการจัดทำเอกสารที่ยุ่งยากจากบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกต่อไป ขั้นตอนดังกล่าวยังช่วยลดจำนวนการใช้งานกระดาษลงได้อย่างมหาศาล

โดยเรื่องนี้ได้รับการยืนยันด้วยระบบ TradeLens จากนายชูชัย อุดมโภชน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนา​ระบบสิทธิประโยชน์​ทางศุลกากร กรมศุล​กากร ซึ่งระบุว่า ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนที่พัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อ TradeLens จะช่วยทำให้เราได้รับข้อมูลได้ก่อนที่สินค้าจะเข้ามาถึง ซึ่งเมื่อเราได้แล้วก็จะวิเคราะห์​และเตรียมการรองรับการตรวจในสินค้าที่เหมาะสมต่อไป

ทั้งนี้จากเดิมที่เราจะได้รับเอกสารล่วงหน้าราว 48 ชั่วโมงกว่า 200 แผ่นต่อการออกของ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาตรวจปล่อย ผ่านมากว่า 10ปี ทำให้เรามีเอกสารจัดเก็บกว่า 2 ชั้น แต่ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าของดิจิทัล ช่วยให้เอกสารเหล่านั้นได้เข้าไปอยู่ในระบบ และทำให้ผู้คนไม่ต้องข้ามายังกรมศุลกากร​อีกต่อไป ทำให้การตรวจปล่อย การทำเอกสารพิธีการ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนถูกต้อง โดยสามารถทำได้อย่างสะดวกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์​ นอกจากนี้ขั้นตอนการยื่นเอกสารจากเดิมต้องใช้กว่า 3 นาทีต่อ 1 ชุดเอกสาร เหลือเพียงแค่ 3 วินาทีเท่านั้นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เรามี

นักออกแบบมั่นใจได้ ไม่ถูกโกง

บล็อกเชนจะเข้ามาช่วยแก้ไขการฉ้อโกงทางบัญชีได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติของการสร้างข้อมูลออกเป็นกล่องๆหลายร้อยกล่องที่เหมือนกัน และทำให้ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงทั้งหมดได้ จากเดิมที่ระบบซัพพลายเชน ในแต่ละขั้นตอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถแก้ไขเอกสารได้ทั้งจำนวนและมูลค่าของสินค้าที่จัดส่ง แต่ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนขั้นตอนดังกล่าวจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้อีกต่อไป ทำให้ผู้ผลิตสามารถส่งต่อสินค้าด้วยมูลค่าและข้อมูลชุดเดียวกันตลอดทั้งซัพพลายเชน จวบจนถึงมือผู้รับสินค้า

ยกตัวอย่างเช่น หากซัพพลายเออร์ ก ส่งเสื้อ 50 ตัวให้กับผู้บริโภค ข ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน จำนวนเสื้อและจำนวนเงินที่ต้องชำระสำหรับเสื้อจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเครือข่ายบล็อกเชนอีกต่อไป จึงนับเป็นการป้องกันการฉ้อโกงที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน

แน่นอนว่าหากจะกล่าวลอยๆว่าบล็อกเชนจะเข้ามาปฏิบัติอุตสาหกรรมแฟชั่นได้สำเร็จ ก็ดูจะเป็นเรื่องน่าขบขันที่จับต้องยากไปสักหน่อย TheReporterAsia จึงขอยกตัวอย่างสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในโลกแฟชั่นต่างประเทศ นอกเหนือจากการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวของกรมศุลกากรของประเทศไทย นั่นก็คือการประกาศความร่วมมือของแบรนด์รองเท้าสัญชาติอเมริกันอย่าง NEW BALANCE กับ Cardano ผู้พัฒนาเทคโนโลยีการตรวจสอบยืนยันสินค้าด้วยบล็อกเชน เพื่อยกระดับการตรวจสอบรองเท้าของแท้ของรองเท้านิวบาลานซ์นั่นเอง

นอกจากนี้ Provenance ผู้พัฒนาระบบซัพพลายเชนด้วยบล็อกเชน ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงระบบนิเวศน์ของการขนส่งอย่างเป็นระบบ และต่อยอดให้โครงการของนักพัฒนานั้นๆประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย อีกทั้งหากมองในมุมของซัพพลายเชน ห้าง Walmart ไฮเปอร์มาเก็ตยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน ก็ได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาสร้างระบบการตรวจสอบย้อนกลับของอาหารที่วางจำหน่ายในห้างเช่นกัน

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี บล็อกเชน สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นได้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลอกเลียนแบบ จนกลายเป็นปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ สร้างการสูญเสียให้กับนักออกแบบมูลค่าไม่น้อยกว่า 9 ล้านล้านบาทต่อปี การฉ้อโกงทางบัญชีที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในระบบซัพพลายเชน ขั้นตอนการจัดส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพให้กับผู้บริโภค ตลอดจนการตรวจสอบย้อนกลับที่สร้างความมั่นใจในสินค้าที่ซื้อได้อย่างครบถ้วน ทำให้เชื่อแน่ว่า บล็อกเชนจะกลายมาเป็นดาวเด่นในการปฏิวัติอุตสาหกรรมแฟชั่นได้สำเร็จแน่นอน