ฮิตาชิ แวนทารา เผยผลสำรวจ เชื่อ IoT มีความสำคัญต่ออนาคตธุรกิจ

อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และสิ่งก้าวหน้าล้ำสมัยอื่นๆ เป็นจำนวนมาก แต่สำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจแล้ว (ผู้บริหารที่ประกาศใช้ IoT ในบริษัทของตน)ในบางครั้งอาจรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแยกข้อเท็จจริงออกจากโฆษณาเกินจริง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความยุ่งยากมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องพิจารณาขั้นตอนปฏิบัติที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นใช้งาน IoT ในธุรกิจของตน

และเพื่อให้เข้าใจถึงสถานะปัจจุบันของ IoT ได้ดียิ่งขึ้น Forbes Insightsจึงได้ร่วมมือกับบริษัท ฮิตาชิ แวนทารา จัดทำการสำรวจผู้บริหารระดับสูงกว่า 500 คนทั่วโลก โดยแบ่งเป็น 220 คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้เป็นผู้นำในการปรับใช้โครงการ IoT ภายในบริษัท

โดยงานวิจัยชิ้นใหม่นี้ มีชื่อว่า “The Internet of Things: From Theory to Reality – How Companies Are Leveraging IoT to Move Their Businesses Forward” ภายใต้การสนับสนุนหลักของบริษัท ฮิตาชิ แวนทารา โดยเน้นย้ำการค้นพบสำคัญที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้และเล็งเห็นถึงประเด็นคำถามดังต่อไปนี้คือ

  • IoT ยังคงเป็นแค่ความต้องการหรือถูกนำมาใช้งานจริงในองค์กรแล้ว
  • บริษัทต่างๆ กำลังใช้ IoT ในลักษณะใด
  • การใช้งาน IoT ในช่วงแรกนี้มีลักษณะอย่างไร
  • บริษัทต่างๆ ที่ใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ มีความก้าวหน้ามากขึ้นหรือไม่
  • จากการนำไปใช้งานจริง ผู้ใช้ได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง
  • ขั้นตอนปฏิบัติการเริ่มนำ IoT เข้ามาใช้งานในบริษัทมีอะไรบ้าง

บรูซ โรเจอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารข้อมูลเชิงลึกของ Forbes Media กล่าวว่า”เห็นได้ชัดว่าบรรดาผู้บริหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมองเห็นคุณค่าของการใช้งานIoT อย่างมากและกว่า 70% ระบุว่าพวกเขาเห็น IoT เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจของตน โดย IoT จะสร้างความแตกต่างด้านการแข่งขัน และจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมาก”

ผลการวิจัยที่สำคัญสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีดังนี้ :
  • IoT ส่งผลต่อธุรกิจ:70% ของบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เชื่อว่า IoT มีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจปัจจุบัน และกว่า87% เชื่อว่า IoT จะมีความสำคัญต่ออนาคตของธุรกิจด้วย
  • IoT เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่มีความสำคัญมากที่สุด:จากเทคโนโลยีเกิดขึ้นใหม่ทั้งหมด ผู้บริหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่า IoT, ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และหุ่นยนต์ (Robotics) จะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด
  • บริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังจะปรับใช้ IoT: 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า บริษัทของพวกเขาได้ดำเนินโครงการนำร่อง IoT แล้ว และกว่า11% ระบุว่าโครงการ IoT ได้กลายเป็นส่วนสนับสนุนที่สำคัญต่อธุรกิจของพวกเขาแล้ว
  • การใช้โซลูชัน IoT อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย: บริษัทต่างๆ ระบุว่าเมื่อปรับใช้งานIoT แล้ว พบว่ามีความท้าทายดังนี้
    • การรักษา IoT ให้ปลอดภัย (31%)
    • ความร่วมมือระหว่างแผนก (31%)
    • ความพร้อมของพนักงานที่มีความรู้ ความเข้าใจ (31%)
    • ความสามารถที่ไม่เพียงพอในการนำเสนอผลตอบแทนจากการลงทุนที่น่าสนใจ (30%)
    • การผสานรวมข้อมูลที่แตกต่างกัน (28%)
  • แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการใช้โซลูชัน IoT:เมื่อตรวจสอบบริษัทที่ดำเนินโครงการ IoT แล้วพบว่ามีแนวทางปฏิบัติบางอย่างที่สามารถยึดเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จนั่นคือ
    • แนวทาง IoT มักได้รับการสนับสนุนจาก CTO (40%) และ CIO (32%)
    • 42% รวมถึงผู้จำหน่ายภายนอกในทีมวางแผนของ IoT
    • 82% ใช้แพลตฟอร์มของบุคคลที่สามเป็นพื้นฐานสำหรับการใช้งาน IoT ของตน
  • บริษัทต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้มองเห็นประโยชน์ที่ได้รับจาก IoT กันแล้ว: 76% กำลังใช้โครงการ IoT เพื่อสร้างรายได้ ขณะที่ 60% เห็นด้วยว่าโครงการ IoT กำลังสร้างข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจของตน ด้วยเหตุนี้ 88% จึงคาดว่าจะมองเห็นการเพิ่มขึ้นของงบประมาณ IoT ในปีงบประมาณที่กำลังจะมาถึงนี้

แดเนียล ชอง รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ฮิตาชิ แวนทารา กล่าว “จากผลการสำรวจของ Forbes Insightsแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลกระทบที่ IoT มีต่อธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยธุรกิจส่วนใหญ่มองว่า IoT เป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตของพวกเขาและ สิ่งที่องค์กรธุรกิจทั่วโลกมีเหมือนกันก็คือความปลอดภัยสำหรับโครงการ IOT ของตนในระยะเริ่มแรก และพันธมิตรด้านนวัตกรรมที่น่าเชื่อถือเพื่อช่วยให้พวกเขาบรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ตามต้องการ”