ออราเคิล พร้อมเป็นคลาวด์คอมพานีเต็มตัว หลังยอดขายโตก้าวกระโดด 3 ปีต่อเนื่อง

ตามกระแสธุรกิจโลกอีกรายสำหรับ ออราเคิล ด้วยการเข้าสู่การเป็นผู้ให้บริการคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ โดยหลังจากปรับรูปแบบการให้บริการจากเดิมขึ้นสู่แพลตฟอร์มใหม่นี้
ทำให้ผลประกอบการของออราเคิลเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งลูกค้าและยอดขาย
ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ราคาของผลิตภัณฑ์ลดลง ช่วยให้ต้นทุนของลูกค้าลดลง รวมถึงการอิมพลีเมนต์ระบบต่างๆ ที่เหลือไม่ถึง 6 เดือน จากแพลตฟอร์มเดิมที่ต้องใช้เวลากว่าปีครึ่ง
นอกจากนี้เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้ว ออราเคิลมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า แถมยังการันตีว่าระบบจะล่มรวมทั้งปีไม่ถึง 30 นาที จึงน่าจะกลายเป็นใบเบิกทางที่ดี เมื่อประกอบเข้ากับความไว้วางใจเดิมของลูกค้าแล้ว การเป็นคลาวด์คอมพานีเต็มตัวครั้งนี้จึงน่าจะเป็นอีกโอกาสในการรุกตลาดใหม่ๆ
ณัฐศักดิ์ โรจนพิเชฐ กรรมการผู้จัดการ-เมียนมาและไทย ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า สำหรับตลาดคลาวด์ในไทยนั้น ตลาดเริ่มเรียนรู้และกำลังมีการลงทุนเพิ่มขึ้น
โดยทิศทางธุรกิจของออราเคิลนับจากนี้จะเป็นเรื่องการให้บริการบนคลาวด์ทั้งระบฐานข้อมูล แพลตฟอร์มต่างๆ อย่างอีอาร์พี คัสโตเมอร์เอ็กพีเรียนซ์ นำเสนอจุดเด่นตรงที่เป็นวันสต๊อบเซอร์วิส นำเสนอสิ่งใหม่ๆ มีความแข็งแกร่ง นวัตกรรม
รวมไปถึงมีการลงทุนเรื่องบุคลากรเป็นจำนวนมาก มีการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทีมคลาวด์แพลตฟอร์มเป็นทีมใหญ่ ในเมืองไทยทีม 50 คนที่โฟกัสเรื่องนี้
โดยคลาวด์ที่ออราเคิลนำเสนอนั้นจะเหมาะกับทั้งลูกค้าเดิมที่ต้องการอัพเกรดใหม่ ตลอดจนลูกค้าใหม่ต้องการขึ้นบนคลาวด์ ซึ่งจุดเด่นของคัสโตเมอร์คลาวด์ จะเป็นการบริหารจัดการคลาวด์บริหารโดยออราเคิล แต่ราคาเท่ากับพลับลิคคลาวด์ทั่วไป
แต่เมื่อมีปัญหาทางทีมออราเคิลจะรู้ล่วงหน้าแล้วช่วยแก้ปัญหาให้ก่อน โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าแสดงความต้องการทำการร้องขอเหมือนกับพลับลิคคลาวด์ทั่วไป
ทั้งนี้ออราเคิลได้ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Oracle Cloud Platform ที่มีความสมบูรณ์แบบและครบวงจร เพื่อนำเสนอแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่มีความรวดเร็ว และปลอดภัย
ไม่ว่าลูกค้าจะใช้งานระบบคลาวด์ที่ใดก็ตาม นำเสนอบริการด้านแพลตฟอร์ม (PaaS) แบบบูรณาการในรูปแบบใหม่ เพื่อให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสำคัญๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (ML) ด้วยระบบคลาวด์ที่รวบรวมแอปพลิเคชันและข้อมูลที่ครอบคลุมนี้ จะทำให้ลูกค้าสามารถนำเสนอธุรกิจใหม่ๆ สู่ตลาดง่ายและรวดเร็วขึ้น
ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ออราเคิลยังได้มีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Autonomous Database Cloud และ Oracle Autonomous Data Warehouse Cloud ที่มอบประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วกว่าอเมซอนถึง 10 เท่าในราคาเพียงครึ่งเดียว
โดยใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง (ML) เพื่อสร้างกระบวนการอัตโนมัติที่ลดภาระการทำงานของมนุษย์ ลดความผิดพลาดจากการทำงานโดยมนุษย์ และสามารถปรับแต่งเองได้ สร้างประสิทธิภาพการทำงานที่ดี และความปลอดภัยในราคาที่ต่ำกว่า
“เทคโนโลยีนี้เป็นระบบออโตเมชันที่ทำงานให้เราได้ทุกอย่าง เราการันตีความพร้อมในการใช้งานถึง 99.995% และระยะเวลาที่ระบบขัดข้องหรือหยุดชะงัก (Downtime) ที่เกิดขึ้นจะไม่เกิน 30 นาที ไม่ว่าจะเป็นกรณีไม่คาดคิดหรือที่เราได้คาดการณ์ไว้แล้ว”