ฮิตาชิดาต้าฯ ชี้ความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับ Smart City

ฮิตาชิเผยเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและสาธารณูปโภคทางด้านไอทีที่โดดเด่น ยังขาดการเชื่อมต่อข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เข้ามายังฐานข้อมูลเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมในระดับที่ควรจะเป็น เช่นเดียวกับเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียที่กำลังจะพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ยิ่งจำเป็นต้องนำข้อมูลที่รอบด้านมาวิเคราะห์ขั้นสูงร่วมกับข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้ในหลากหลายโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย

มร.คีท รอสคาเรล ผู้อำนวยการด้านความปลอดภัยสาธารณะและเมืองอัจฉริยะ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็ม พีทีอี ลิมิเต็ด กล่าวว่า ปัจจุบันเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีความพร้อมเรื่องสาธารณูปโภค เทคโนโลยี ระบบอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการวางระบบสำหรับอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์อย่างครบวงจรเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เข้ามายังฐานข้อมูลขององค์กร นั้น พบว่าส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมเท่าที่ควร

“โดยส่วนใหญ่ยังขาดการขาดการบูรณาการและเชื่อมต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังขาดเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำมาประมวลผลแบบเรียลไทม์ จนสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด ที่สำคัญคือยังมีข้อจำกัดของเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน”

นอกจากเมืองใหญ่ดังกล่าวแล้วในเรื่องของการจัดการข้อมูลนั้น ยังรวมไปถึงการขยายตัวของเขตเศรษฐกิจใหม่ในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า จะมีการเปลี่ยนแปลงการไหลของเงินทุนจากทั่วโลกจะเข้ามายังเศรษฐกิจเกิดใหม่นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้เกิดการขยายตัวของพื้นที่เมือง จำนวนประชากรในเขตเมืองจะเพิ่มขึ้น และขนาดเศรษฐกิจของเมืองในประเทศกำลังพัฒนาจะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย รวมไปถึงการก้าวไปสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต

มร.คีท กล่าวว่า ล่าสุดอิตาชิได้นำเสนอ Hitachi Visualization Suite (HVS) เป็นซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มที่ทำงานได้บนระบบไฮบริดคลาวด์ สามารถผสานรวมข้อมูลทั่วไปและข้อมูลจากวิดีโอหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ (Internet of Things) จากระบบความปลอดภัยสาธารณะที่แยกออกจากกันของแต่ละหน่วยงานเข้าไว้ด้วยกัน และข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อแสดงผล ซึ่งจะช่วยให้องค์กรภาครัฐและเอกชนได้รับข้อมูลและเข้าใจในสถานการณ์จากข้อมูลเชิงลึก ทำให้สามารถวางแผนจัดการได้อย่างดีเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชน

ด้าน ดร.มารุต มณีสถิตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และพม่า บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยนั้น การจะก้าวสู่การเป็น Smart Cities ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 นั้น ทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องทำการผลักดันในเรื่องความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การลงทุนเพื่อวางระบบต่าง ๆ เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งรวมถึงมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จาก Big Data ได้อย่างเต็มศักยภาพก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ไปพร้อมๆ กับการนำมาใช้ด้านความมั่นคง และความปลอดภัย

โดยเทคโนโลยี HVS ของฮิตาชินั้น จะเข้ามาช่วยทางด้านการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและยกระดับความปลอดภัยสาธารณะในรูปของการนำเสนอข้อมูลพยากรณ์การเกิดอาชญากรรมที่มีความแม่นยำสูง และเป็นเครื่องมือแรกที่ใช้โซเชียลมีเดีย และฟีดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ ร่วมกับการวิเคราะห์ขั้นสูงที่มีความละเอียดและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถแสดงภาพข้อมูลภูมิสารสนเทศเชิงพื้นที่เกี่ยวกับข้อมูลอาชญากรรมที่ผ่านมาในอดีตหลากหลายรูปแบบ ซึ่งครอบคลุมถึงเขตพื้นที่ความเสี่ยงอาชญากรรม (Heat Map)

“Hitachi Visualization เป็นหนึ่งในของโซลูชัน Hitachi Social Innovation ที่ช่วยพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) และออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อยกระดับแนวคิดด้านความปลอดภัยสาธารณะของเมืองและเทศบาลต่าง ๆ ผ่านทางการใช้การวิเคราะห์ขั้นสูงเชิงพยากรณ์และการเข้าถึงข้อมูลวิดีโอ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จากระบบความปลอดภัยสาธารณะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการเติบโตของเมืองใหญ่ที่กำลังจะนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ ในขณะที่ความปลอดภัยของพลเมืองก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน”