fbpx

TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

จิณณ์เวลบีอิ้งเคาน์ตี้เปิดตัวโฆษณาสะท้อนชีวิตผู้สูงวัย

โฆษณาออนไลน์

โครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ใหม่ 3 เรื่อง จิณณ์ ทอล์ค (JIN Talk), อัลไซเมอร์ (Alzheimer) และ สโตรค (Stroke) เพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำแห่งการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทั้งด้านร่างกายและจิตใจหลังเกษียณ ตามคอนเซ็ปต์ “เมืองแห่งการดูแลผู้สูงวัย”

นายแพทย์ ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ กรรมการ บริษัท ธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด และโครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County) กล่าวว่า​ ภาพยนตร์​โฆษณา​นำเสนอเนื้อหาผ่านประสบการณ์จริงของแพทย์ที่ได้ทำการรักษา พูดคุย ให้คำแนะนำกับผู้ป่วย และครอบครัวที่แตกต่างกัน และเรื่องราวเหตุการณ์จริงของผู้ป่วยสูงวัยหลายๆ ครอบครัวที่ต้องปรับตัวรับมือกับวัย และสภาวะร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้หลายครอบครัว รวมทั้งผู้ดูแลเกิดความเครียด และต้องปรับตัวสูง หวังสะท้อนถึงปัญหาที่ผู้สูงอายุ ผู้ดูแล และครอบครัวต้องเจอ พร้อมแนะวิธีก้าวข้ามผ่านทุกความยากลำบากที่เกิดขึ้น และใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข และมีคุณภาพให้ได้

“จากสถิติปัจจุบัน คนไทยอายุยืนขึ้นถึง 90 ปี นั่นแปลว่าหลังเกษียณคุณต้องใช้ชีวิตที่เหลืออีก 30 ปี ซึ่งต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้เท่าที่ควร จึงไม่เคยวางแผนชีวิตหลังเกษียณ และในความเป็นจริงบ้านหลังเดิมที่คุณอยู่ อาจเป็นอันตราย เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับชีวิตหลังเกษียณ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาท์ตี้ ออกแบบแนวคิดใหม่ เพื่อการเป็นอยู่ที่ต้องการให้คนไทยใช้ชีวิตอีก 30 ปีอย่างมีความสุขที่สุด บนแนวคิด Generation Wellbeing ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่มีความเชื่อว่า จะต้องมีสุขภาวะ ไม่อยู่ในภาวะพึ่งพาใครให้นานที่สุด เพื่อเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ๆ ของคุณ โดยการรวม บ้าน สังคม โรงพยาบาล และ Wellness อยู่ในที่เดียว ทำให้คุณเหมือนมีหมอ และบุคลากรทางการแพทย์ อยู่ในบ้านหลังใหญ่ หลังนี้เพี่อดูแลคุณทั้ง กาย ใจ จิตวิญญาณ ที่เป็นหัวใจของการมีชีวิตที่แข็งแรงและยืนยาว”

นายแพทย์ธนาธิป กล่าวว่า ด้วยความตั้งใจสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย​ ดังนั้นเรื่องแรกอย่าง จิณณ์ ทอล์ค จะดำเนินเรื่องผ่านแนวคิดของคุณหมอ 3 ท่าน โดยตั้งคำถามถึงเป้าหมายสูงสุดของชีวิตและให้คำจำกัดความกลุ่ม เจนเนอเรชั่น เวลบีอิ้ง (General Wellbeing) ว่าเป็นกลุ่มคนที่เชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ต้องมีสุขภาวะที่ดี ทั้ง กาย ใจ และจิตวิญญาณ และต้องมีชีวิตโดยไม่อยู่ในภาวะพึ่งพาใครให้นานที่สุด และเชื่อว่าชีวิตไม่ได้จบที่วัยเกษียณ แต่เป็นการเริ่มต้นบทใหม่ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและอยากจะเป็น

พร้อมบอกถึง 6 วิธีที่จะทำให้คุณเป็น เจนเนอเรชั่น เวลบีอิ้ง (Generation Wellbeing) ก่อนจะจุดประกายแนวคิดการอยู่อาศัยแบบใหม่ที่รวม บ้าน สังคม โรงพยาบาล และ Wellness ในที่เดียวกัน เหมือนอยู่บ้านหลังใหญ่ๆ ที่มีหมออยู่ในบ้าน เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณสมบูรณ์แบบที่สุด

ในขณะที่ อัลไซเมอร์ (Alzheimer) คือเรื่องจริงที่เล่าผ่านคุณหมอ นำเสนอเรื่องราวของครอบครัวๆ หนึ่ง ประกอบด้วยคุณแม่อายุ 80 ปีที่มีอาการอัลไซเมอร์ ผู้ดูแลของคุณแม่อายุ 60 และลูกชายวัย 50 เป็นเรื่องราวของครอบครัวที่ปัญหาคล้ายๆ กันเมื่อมีคนในบ้านเป็นอัลไซเมอร์ คือจะต้องมีคนหนึ่งคอยดูแล แบบหลังแอ่นอยู่คนเดียวในบ้าน

และคนที่เหลือก็มีปัญหาเครียดสะสมไปตามๆ กัน เพราะต้องคอยรองรับทั้งทางด้านร่างกาย และอารมณ์ที่แปรปรวน ยิ่งนานวันเข้า ทุกคนในบ้านจะต้องป่วยกันหมด

หนังเสนอทางออก คือต้องย้ายบ้านไปอยู่ในบ้านที่คนเป็นลูกอุ่นใจคลายความกังวล คนดูแลได้แบ่งเบาภาระ และกลับมามีชีวิตส่วนตัวอีกครั้ง เพราะคุณแม่ที่เป็นอัลไซเมอร์ ได้อยู่ในที่ๆ มีคนดูแล ทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ ทำให้คุณแม่อาการดีขึ้น พร้อมย้ำว่าคุณภาพชีวิตของครอบครัวดีขึ้นเมื่อย้ายมาเข้าอยู่ที่ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County) บ้านหลังใหญ่ ที่มีหมออยู่ในบ้าน

สำหรับภาพยนตร์โฆษณาเรื่องสุดท้าย สโตรค (Stroke) นำเสนอเรื่องจริงของสามี ภรรยา คู่หนึ่งที่วันหนึ่งสามีเป็น สโตรค (Stroke) เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อภรรยามาขอปรึกษาคุณหมอ เธอรู้สึกว่าชีวิตถึงทางตัน สามีตกงานไม่สามารถเลี้ยงพ่อแม่ของเขาได้

ส่วนเธอก็อาจต้องออกจากงานเพราะไม่มีใครดูแลสามี แล้วพ่อแม่เธอใครจะเลี้ยง ชีวิตเธอเหมือนจะมีทางออกแค่ 2 ทาง คือ ทิ้งชีวิตการงานออกมาดูแลสามีและพ่อแม่ หรืออีกทางคือทิ้งสามีไปเลย

แต่ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาท์ตี้ คือทางออกที่ดีที่สุด ที่คุณหมอแนะนำให้เธอย้ายบ้านมาอยู่ เพราะที่นี่มีคนคอยดูแลสามีเธอตลอดเวลา และเป็นที่ๆ ออกแบบมาทั้งโครงการให้สามีสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้ เพราะทุกพื้นที่ถูกออกแบบให้เป็น Healing Environment ที่พร้อมฟื้นฟูสามีเธอให้ดีขึ้นทั้ง กาย ใจ และจิตวิญญาณ ส่วนเธอก็หมดห่วงและกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม เพราะที่นี่เป็นบ้านหลังใหญ่ ที่มีหมออยู่ในบ้าน