คิง ไว กรุ๊ป รุกสนับสนุนการค้าการลงทุน กรุงเทพ – เฉิงตู

คิง ไว กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่จากจีน รุกสนับสนุนความร่วมมือระหว่าง 2 เมืองพี่น้อง กรุงเทพ-เฉิงตู เมืองเศรษฐกิจที่มีการเติบโตสูงเป็นอันดับ 3 ของจีน ส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม

มั่นใจนำธุรกิจไทยเจาะตลาดจีนเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 1.3 พันล้านคน เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ

นายเฮนรีกล่าวว่า “คิง ไว กรุ๊ป เอง ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ผ่านทางบริษัทในเครือของเราคือ คิง ไว กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เราเริ่มจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเตรียมลงทุนในเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ในประเทศไทย รวมทั้งเริ่มให้บริการอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนแก่ผู้ประกอบการขนาดย่อมและขนาดเล็ก

เรามั่นใจว่าความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและเฉิงตูในครั้งนี้จะสร้างโอกาสและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้เป็นอย่างดี”

นายเฮนรีกล่าวเสริมว่า นโยบายเส้นทางสายไหมยุคศตวรรษที่ 21 ของจีน หรือ Belt & Road Initiative (BRI) จะเปิดโอกาสด้านการพัฒนาในหลายๆ ด้านให้ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วเอเชีย เนื่องจากรัฐบาลจีนได้เริ่มผ่อนคลายกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้า การลงทุน และการทำธุรกิจ ซึ่งทำให้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นไปได้ง่ายขึ้น

Advertisements

และด้วยแรงสนับสนุนจากทั้งกรุงเทพฯและเมืองเฉิงตู คิง ไว กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มไอเอ็มเอ็กซ์ จึงจะมีบทบาทเป็นสะพานสำคัญในการเชื่อมโยงการค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของทั้งสองเมืองเข้าหากัน รวมทั้งผลักดันการส่งออกสินค้าไทยไปยังจีนเพิ่มขึ้นด้วย

บริษัทมีฐานธุรกิจที่เข้มแข็งอยู่ในทั้งสองประเทศ ยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุนภารกิจรัฐบาลของทั้งสองเมืองให้ประสบความสำเร็จไปด้วยดี

คิง ไว กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภทในจีน ได้แก่ การทำอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ธุรกิจการเงิน ธุรกิจเทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมและการพัฒนา-บริหารอสังหาริมทรัพย์ ทางบริษัทได้เข้ามาลงทุนในไทยเมื่อสองปีที่แล้ว โดยเริ่มจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จากนั้นจึงค่อยๆนำธุรกิจสายอื่นเข้ามาดำเนินการด้วย

ล่าสุดได้ประกาศแผนที่จะพัฒนาสมาร์ทซิตี้พื้นที่ร่วม 2,000 ไร่ ในจังหวัดฉะเชิงเทราสนับสนุนนโยบายแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC ของรัฐบาลไทยและช่วงเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทยังประสบความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมหรูย่านสุขุมวิทด้วย

ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คิง ไว กรุ๊ป ยังได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยเข้าไปทำธุรกิจในจีนได้ง่ายขึ้นผ่าน IMX ซึ่งมีศูนย์แสดงสินค้า 4 แห่งทั่วประเทศ รวมพื้นที่แสดงสินค้ามากกว่า 1 ล้านตารางเมตร และพื้นที่คลังสินค้ารวมกว่า 1.1 ล้านลูกบาศก์เมตร

โดยผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าไทยเข้าไปตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างราบรื่นและง่ายดายผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ www.kjt.com อีกด้วย

“แพลตฟอร์มการทำการค้าออนไลน์และออฟไลน์ของเรา รวมทั้งการเชื่อมต่อกับระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ นับเป็นจุดแข็งประการหนึ่งที่จะช่วยเอสเอ็มอีไทยให้เพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการดำเนินธุรกิจในจีน ลดระยะเวลาและความยุ่งยากในการจัดการด้านเอกสารและพิธีการต่างๆ ได้เป็นอย่างดี” นายเฮนรีกล่าว

นอกจากนี้ โครงการ เปาฮิเนีย วัลเลย์ (Bauhinia Valley) ของคิง ไว กรุ๊ป ซึ่งเป็นศูนย์นวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 12 แห่งของจีน จะมีบทบาทเป็นอย่างมากในการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างทั้งสองเมืองนี้อีกด้วย

เฉิงตู เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่เป็นที่รวมแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ไอที และยังเป็นเมืองทดลองสำหรับยุทธศาสตร์เพิ่มสมรรถนะในการผลิต หรือ “Made in China 2025” แห่งแรกในภาคตะวันของจีน โดยในเดือนมีนาคม 2561 คิง ไว กรุ๊ป ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือเขตนำร่องการค้าเสรีรัฐบาลเขตซวงหลิว เมืองเฉิงตู

เพื่อร่วมกันจัดตั้งแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านการค้าในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญตามนโยบายเส้นทางสายไหมยุคศตวรรษที่ 21 โดยคลังสินค้าทัณฑ์บนของคิง ไว กรุ๊ป กำลังจะเปิดใช้ในเขตการค้าเสรีของเขตซวงหลิวอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม2562 นี้

นอกจากนี้ โครงการศูนย์นวัตกรรมและพัฒนาผู้ประกอบการ “เปาฮิเนีย วัลเลย์” สาขาเฉิงตูของบริษัทเองก็ได้จัดโครงการสร้างสรรค์นวัตกรรมระหว่างเยาวชนในเมืองเฉิงตูและฮ่องกงขึ้นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งในเดือนตุลาคม ทางศูนย์ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมอันหลากหลาย

เช่น สัปดาห์สร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งชาติที่จัดโดยรัฐบาลจีนอีกด้วย เปาฮิเนีย วัลเลย์ในเมืองเฉิงตู มีความพร้อมที่จะช่วยผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสตาร์ทอัพ ได้มีโอกาสแสดงฝีมือ สร้างสรรค์นวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยี สอดคล้องกับการพัฒนาตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลไทยเช่นกัน

นายเฮนรีกล่าวเสริมว่า คิง ไว กรุ๊ป จะยังคงสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย ด้วยการมอบทุนการศึกษาและโครงการพัฒนาความรู้และทักษะต่างๆ ตามที่บริษัทฯ ดำเนินการมาตลอด และโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตภายใต้ความร่วมมือระหว่างเมืองเฉิงตูและกรุงเทพมหานครอีกด้วย

ทั้งนี้กลุ่มคิง ไว กรุ๊ป นำโดย นายเฮนรี ชาน รองประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง ไว กรุ๊ป และประธานบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เมอร์แชนไดส์ เอ็กเชนจ์ แอนด์ เอกซิบิชั่น จำกัด (International Merchandise Exchange & Exhibition) หรือ IMX

เข้าร่วมคณะผู้แทนทางการค้าและเศรษฐกิจจากเมืองเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ที่เดินทางมายังกรุงเทพฯ เพื่อร่วมฉลอง “สัปดาห์ความร่วมมือ ไทย – เฉิงตู ปี2018” รวมทั้งเข้าเยี่ยมคารวะ พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

งานสัปดาห์ความร่วมมือไทย-เฉิงตูในปีนี้ จัดขึ้นในแนวคิด “เริ่มต้นมิติใหม่ทางความร่วมมือและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน” และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเปิดโอกาสให้องค์กรภาครัฐและเอกชนของไทยได้ร่วมกันพัฒนาทั้งด้านธุรกิจ การค้า การลงทุน และวัฒนธรรม

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

คิง ไว กรุ๊ป