fbpx

TheReporter.asia

ข่าวไอที เทคโนโลยี

ไปรษณีย์ไทยเปิดตัวแคมเปญ EMS ลุ้นล้านส่งท้าย

ไปรษณีย์

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดตัวแคมเปญส่งท้ายปี “EMS ท้าส่ง ลุ้นล้าน 2020” ชวนคนไทยใช้บริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ด้วยมาตรฐาน ‘ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้วันรุ่งขึ้น’ มอบสิทธิ์ลุ้นโชคใหญ่ทั้งผู้ส่งและผู้รับมูลค่ารวมกว่า 9 ล้านบาท จำนวน 2020 รางวัล เพียงใช้เลขแทร็ก 13 หลักจากบริการส่งระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562 ผ่านช่องทางไลน์แอดที่ @luckytrack หรือเว็บไซต์ track.thailandpost.co.th/luckytrack โดยผู้ใช้บริการสมัครสมาชิกล่วงหน้าและแจ้งเบอร์มือถือทุกครั้งที่ส่งของจับรางวัลทุก 15 วัน ก่อนลุ้นรางวัลใหญ่รอบสุดท้ายชิงรถหรูมูลค่ากว่าล้านบาท

นายวิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้จัดการฝ่ายการบริหารลูกค้า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยเปิดแคมเปญ “EMS ท้าส่ง ลุ้นล้าน 2020” เชิญชวนคนไทยร่วมส่งสิ่งของด้วยบริการ EMS ‘ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้วันรุ่งขึ้น’ รางวัลในกิจกรรมลุ้นโชคมูลค่ากว่า 9,000,000 บาท ตั้งแต่รถยนต์ฮอนด้า HR-V ทองคำหนัก 10 บาท MacBook Air โทรศัพท์ iPhone 11 Pro โทรศัพท์ Samsung Galaxy Note 10+ และรางวัลอื่น ๆ สำหรับผู้ใช้บริการส่งสิ่งของทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่มีหลักฐานการรับฝากด้วยหมายเลขแทร็ก (Tracking Number) 13 หลัก เช่น EMS ด่วนพิเศษ ไปรษณีย์ลงทะเบียน คูเรียร์โพสต์ ePacket ฯลฯ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562

โดยนำเลขแทร็กมาลงทะเบียนทางไลน์ @luckytrack ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ผู้รับสิ่งของดังกล่าวมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลด้วยเช่นกัน รายละเอียดดูได้ที่ track.thailandpost.co.th/luckytrack หรือสอบถามโทร.1545 THP Contact Center โดยผู้ใช้บริการที่สมัครสมาชิกที่ไปรษณีย์ เพียงแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ของสมาชิกก่อนฝากส่งทุกครั้ง เลขแทร็กที่ใช้บริการทุกชิ้นจะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลโดยอัตโนมัติ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ 1 พฤศจิกายนนี้ ส่วนการจับรางวัลครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน และอีก 3 ครั้ง ในวันที่ 13 ธันวาคม 27 ธันวาคม 2562 และ 13 มกราคม 2563 ตามลำดับ

ทั้งนี้ กิจกรรม “EMS ท้าส่ง ลุ้นล้าน 2020” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 เพื่อกระตุ้นการส่งพัสดุในช่วงที่จะมีการเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญ เช่น วันพ่อแห่งชาติ วันคริสต์มาส เทศกาลปีใหม่ เป็นต้น นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล เช่น การค้าออนไลน์ การค้าปลีก ขนส่งและโลจิสติกส์ ตอกย้ำความพร้อมการเป็นการเป็นฟันเฟืองหลักด้านโลจิสติกส์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและธุรกิจ e-Commerce ของไทย