เปิดแล้ว ‘โอลิมปัสสโตร์’ แฟล็กชิพแห่งแรกใน SEA

Hits: 56

ความนิยมในตัวกล้องดิจิทัลเริ่มได้รับความนิยม โดยเฉพาะการขยายตัวของสมาร์ทโฟนที่ทำให้เกิดการตื่นตัวเรื่องการถ่ายภาพเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับที่ผ่านมาแบรนด์โอลิมปัสได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว โอลิมปัสสโตร์ (OLYMPUS Store by BIG CAMERA)

โดยโอลิมปัสได้จับมือกับ บิ๊ก คาเมร่า ที่นอกจากจะเป็น แฟล็กชิพสโตร์แบรนด์โอลิมปัสแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ยังจะเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักการถ่ายภาพตามแนวคิด Experience with Olympus

OLYMPUS Store by BIG CAMERA ใช้เงินลงทุน 15 ล้านบาท เปิดขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของผู้บริโภค เน้นการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าด้วยสินค้าและบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ยังเป็นสโตร์ที่รวบรวมกล้องและอุปกรณ์กล้อง

พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้แบรนด์โอลิมปัสมาจัดจำหน่าย โดยเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ณ บริเวณชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นายมิซึฮิโร ทานากะ กรรมการบริษัทและผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แบรนด์กล้องโอลิมปัสในเมืองไทยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเป็นไปตามทิศทางของตลาด โดยกล้องดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ กล้องกลุ่ม Mirrorless

ซึ่งโอลิมปัสครองส่วนแบ่งทางการตลาดในอันดับที่ 3 ส่วนตลาดรวมของกล้องดิจิทัลในระดับโปรเฟสชันนอลทั้งในกลุ่ม Mirrorless และ DSLR กำลังเป็นที่นิยมของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

“การขยายตัวของตลาดสมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มมีพฤติกรรมการถ่ายภาพมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับอดีต โดยผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวจะหันมาพัฒนาการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลกันเพิ่มขึ้นตามลำดับ

นอกจากนี้ยังพบว่า พฤติกรรมการซื้อกล้องดิจิทัลของผู้บริโภคในปัจจุบัน ไม่ได้มองเพียงแค่คุณสมบัติของกล้องดิจิทัลอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังมองไปถึงมูลค่าเพิ่มที่แบรนด์จะมอบให้ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ”

จุดเด่นของ OLYMPUS Store by BIG CAMERA มีทั้งองค์ความรู้ในด้านการบริการและผลิตภัณฑ์ มาให้บริการในแบบ One Stop Service ตั้งแต่สินค้าแบบ Full Line Up ทุกผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โอลิมปัส ได้แก่ กล้องฟิล์ม กล้องดิจิทัล กล้องส่องทางไกล กล้องรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน เลนส์

เช่น Olympus PEN-E-PL9 สีน้ำเงิน ที่มีขายเฉพาะที่บิ๊กคาเมร่าเท่านั้น และอุปกรณ์เสริม อาทิ เคสหนังสำหรับใส่กล้อง สายคล้องกล้อง แบตเตอรี่ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมไปถึงเครื่องบันทึกเสียงดิจิทัล มาจำหน่าย โอลิมปัสตั้งเป้าว่าในแต่ละปีจะมีกลุ่มลูกค้ามาใช้บริการเฉลี่ย มากกว่า 20,000 คนต่อปี และสามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้กับโอลิมปัสได้มากกว่า 20% ต่อปี

การให้บริการลูกค้าสัมพันธ์ (Specialist Service) ทางร้านได้จัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านผลิตภัณฑ์และการถ่ายภาพ ทั้งนี้เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับกล้องดิจิทัลที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า รวมถึงบริการหลังการขายที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในกรณีนำเครื่องมาซ่อมบำรุง อัพเดตเฟิร์มแวร์

โดยสามารถมาใช้บริการได้ตามเวลาเปิดและปิดของศูนย์การค้าฯ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังสามารถให้คำแนะนำและประเมินความเสียหาย ค่าใช้จ่ายรวมถึงวันรับสินค้าซ่อมในเบื้องต้นได้

นอกจากนี้ภายในสโตร์ยังมีพื้นที่พิเศษให้กลุ่มลูกค้าโอลิมปัสมาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้แก่ Gallery Zone พื้นที่แสดงผลงานด้านภาพถ่ายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ซึ่งผลงานที่นำมาจัดแสดงจะเป็นผลงานจากช่างภาพที่มีชื่อเสียง รวมไปถึงผลงานของกลุ่มลูกค้าโอลิมปัส

โดยจะหมุนเวียนกันไปในแต่ละเดือน พร้อมด้วย พื้นที่แห่งการเรียนรู้ (Education and Inspiration) สำหรับจัดกิจกรรมเวิร์คช้อปให้แก่กลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดง ประวัติของแบรนด์โอลิมปัส เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พร้อมการจัดแสดงกล้องโอลิมปัสที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในยุคต่าง ๆ รวมถึงกล้องโอลิมปัส ฟิล์มที่ได้รับความนิยม

ด้าน นายธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า OLYMPUS Store by BIG CAMERA เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างขึ้นมาภายใต้โจทย์ของการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับกลุ่มลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มองหาไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ จากการใช้ผลิตภัณฑ์

โดยบทบาทการบริหารงานของ บิ๊ก คาเมร่า คือการนำประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจรีเทลกล้องดิจิทัลที่มีมายาวนานกว่า 42 ปี เข้ามาช่วยในเรื่องของการทำตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่ง บิ๊ก คาเมร่า ตั้งเป้าในอีก 1-3 ปี จะทำการขยายโมเดลในลักษณะนี้ไปสู่แบรนด์กล้องดิจิทัลต่าง ๆ เพิ่มเติม