Nokia 6.1 และ 6.1 Plus พร้อมอัปเดต Android 9 Pie

Hits: 2222

เอชเอ็มดีโกลบอลเปิดอัพเกรดระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Nokia 6.1 และ Nokia 6.1 Plus แล้ววันนี้ มาพร้อมซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Google ที่ได้รับการพัฒนา ต่อเนื่องมาจาก Android 8.0 Oreo โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยี AI อัจฉริยะ และ Machine Learning

โดยเมื่ออัปเดตแล้วฟีเจอร์จะมีฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ App Actions ความสามารถในการคาดการณ์ว่าผู้ใช้จะใช้งานแอปอะไรต่อไปและเตรียมปุ่มกดไว้ให้ใช้งานง่ายขึ้น, Slices ระบุส่วนต่างๆ ของแอปที่โปรดปราน และใช้งานเป็นประจำเพื่อจัดการให้คุณสามารถเลือกใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น

Adaptive Battery ใช้เทคโนโลยี Deep Learning ในการทำความเข้าใจรูปแบบการใช้งานของคุณและช่วยจัดสรรการใช้งานให้กับแอปที่สำคัญก่อน

Adaptive Brightness ปรับค่าความสว่างหน้าจออัตโนมัติ โดยเรียนรู้จากการตั้งค่าและปรับเปลี่ยนจากการใช้งานจริงของคุณในทุก ๆ วัน, New System Navigation มาพร้อมปุ่ม Home เดี่ยวๆ ที่สามารถคาดการณ์และแนะนำทางลัดเข้าแอปที่ใช้งานบ่อย (ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าเปิดปิดได้เอง)

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ด้าน Digital Wellbeing ที่จะเปิดให้ใช้งานได้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561 ได้แก่ Dashboard ไฮไลต์ข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์และหน้าจอ รวมถึงบอกจำนวนครั้งที่มีการปลดล็อกเพื่อใช้งาน และจำนวนการแจ้งเตือนที่ได้รับ, App Timers สำหรับกำหนดระยะเวลาการใช้งานแต่ละแอป,

Wind Down and Do Not Disturb ตั้งเวลาพักการทำงานของโทรศัพท์ในแต่ละวัน พร้อมลดความสว่างของหน้าจอลงโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดโหมด,

Do Not Disturb ซึ่งจะปิดการแจ้งเตือนต่างๆ เพื่อให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยสามารถเปิดใช้งานเมื่อไรก็ได้ที่คุณต้องการหยุดการเชื่อมต่อ โดยสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบเบต้าโดยเข้าไปลงทะเบียนได้ที่ เว็บไซต์ Nokia beta labs

เพอ เอ็กแมน รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เอชเอ็มดี โกลบอล ได้ทำการอัปเกรด Nokia 7 Plus และขณะนี้ถึงคิวของ Nokia 6.1 และ Nokia 6.1 Plus

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Android One และเป็นสมาร์ทโฟนโนเกียสองรุ่นล่าสุดที่ได้รับการอัพเกรดเป็น Android 9 Pie ในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจาก ได้รับการอัพเกรดไปแล้วก่อนหน้านี้

โดย Android 9 Pie ที่เพิ่มเข้ามาทำให้แฟนๆ สามารถทดลองใช้งานฟีเจอร์ชุดใหม่ได้ทันที เช่น App Actions ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สามารถใช้งาน ได้เฉพาะบนผลิตภัณฑ์ในโครงการ Android One และสมาร์ทโฟน Google Pixel เท่านั้น

นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยี Adaptive Battery ยังทำให้แบตเตอรี่ความจุ 3,060 mAh ที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้วใช้งานยาวนานขึ้นไปอีก ด้วยเทคโนโลยี Deep Learning ที่เรียนรู้ รูปแบบการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนและสามารถช่วยจัดลำดับความสำคัญในการใช้พลังงานให้กับแอปที่สำคัญที่สุดก่อน