ดิจิทัลเวนเจอร์สใช้ Blockchain แก้ปัญหาวุฒิการศึกษาปลอม

ดิจิทัลเวนเจอร์สเปิดตัว B.VER แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการตรวจสอบเอกสารทางการศึกษาด้วย Blockchain ลดปัญหาการปลอมแปลงวุฒิการศึกษาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน พร้อมให้สถาบันการศึกษาหรือองค์กรสามารถตรวจสอบได้ผ่านทางออนไลน์แบบเรียวไทม์

และเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานของประเทศสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในวงกว้าง พร้อมให้บริการได้ในเดือนมกราคม 62

การพัฒนา B.VER ได้เลือกแพลตฟอร์ม Ethereum ซึ่งเป็น Public Blockchain มีคุณสมบัติในการเก็บข้อมูลสำคัญอย่างถาวรในลักษณะกระจายข้อมูล (Decentralized Ledger of Information) โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบได้เท่านั้นแต่ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้

นอกจากนี้ในปัจจุบัน Ethereum มีการสร้าง Node มากกว่า 25,000 Nodes จากทั่วโลก ซึ่งหมายถึงศักยภาพด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นด้วย จึงเหมาะสมกับการนำมาพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการเก็บและตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญ

นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า แพลตฟอร์ม B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification) จะช่วยป้องกันปัญหาการปลอมแปลงวุฒิการศึกษาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจของไทยค่อนข้างมาก โดยแพลตฟอร์ม B.VER จะเปิดให้บริการตรวจสอบเอกสารได้ตั้งแต่ มกราคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งในระหว่างนี้ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ จะทยอยอัพโหลด Transcript ของปีการศึกษา 2560 ไว้บนแพลตฟอร์มเพื่อเตรียมพร้อมในการให้บริการ

“2-3 ปีที่ผ่านมาของดิจิทัล เวนเจอร์ส มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและสรรหานวัตกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับภาคธุรกิจและสังคมของไทย โดย B.VER นับเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลแรกในไทยสำหรับการตรวจสอบวุฒิการศึกษาด้วยการประยุกต์เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Blockchain มาพัฒนา

เพื่อใช้กับใช้กับเอกสารที่ต้องการความปลอดภัยสูง และการทำขึ้นทดสอบนี้นับเป็นการนำมาเรียนรู้ว่าใช้งานจริงแล้วยังมีรายละเอียดอะไรที่ต้องทำเพิ่มเติมบ้าง เพื่อเป็นการสร้างรูปแบบของเทคโนโลยีนี้ก่อนจะนำไปต่อยอดสู่การใช้งานด้านอื่น”

ทั้งนี้ดิจิทัล เวนเจอร์ส ยังมีเป้าหมายให้ B.VER เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานของประเทศสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในวงกว้างได้

และในอนาคตเราได้วางแผนพัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์มนี้ ให้สามารถเป็นช่องทางในการแนะนำงานที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้สมัครงานและองค์กรไปพร้อมกันได้ โดยใช้เทคโนโลยี Big Data และ Artificial Intelligence ในการจัดการข้อมูลและประมวลผล

ด้านนายจีรพล มัทวพันธุ์ Head of Project Delivery บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ขั้นตอนการทำงานของ B.VER ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือการอัพโหลดไฟล์ต้นฉบับขึ้นสู่แพลตฟอร์มโดยมหาวิทยาลัย

จากนั้นระบบจะดำเนินการเข้ารหัสและเก็บเอกสารไว้ใน Blockchain ในรูปแบบที่เรียกว่า Fingerprint ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละเอกสาร เปรียบเสมือนลายนิ้วมือที่ไม่ซ้ำกันของคน

ในขณะเดียวกัน เมื่อองค์กรต่างๆ ต้องการตรวจสอบ สามารถทำได้ทันทีด้วยการอัพโหลดเอกสารที่ต้องการตรวจสอบเข้าสู่แพลตฟอร์ม จากนั้นระบบจะเข้ารหัสเอกสารนั้นในรูปแบบ Fingerprint เช่นกัน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ Fingerprint ของเอกสารต้นฉบับที่ถูกเก็บไว้ใน บล็อกเชน ว่าเหมือนกันหรือไม่

ซึ่งสามารถแสดงผลการตรวจสอบได้ทันที หาก Fingerprint ตรงกันแสดงว่าเอกสารนั้นถูกต้อง แต่หากไม่ตรงกันแสดงว่าเอกสารที่นำมาตรวจสอบนั้นเป็นเอกสารปลอม

“การเก็บและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยเทคโนโลยี บล็อกเชน นี้ ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบ ทำให้ในอนาคตนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ยังสามารถขอเอกสารทางการศึกษาจากสถาบันต้นสังกัด หรือส่งต่อเอกสารให้กับผู้ว่าจ้างผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้โดยตรงอีกด้วย

ซึ่งกระบวนการทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม B.VER นี้ ยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย “

ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าในแต่ละปีมหาวิทยาลัยต่างๆ จะได้รับคำขอ Transcript ย้อนหลังจากศิษย์เก่าที่อาจทำเอกสารสูญหาย หรือต้องการเอกสารตัวจริงหลายฉบับเพื่อนำไปสมัครงานหลายแห่ง ขณะเดียวกันองค์กรธุรกิจก็จำเป็นต้องยื่นคำขอกับแต่ละมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของผู้สมัครงาน

เพื่อให้ยืนยันความถูกต้องของเอกสารทางการศึกษา แต่ทั้งนี้ขั้นตอนต่างๆ ต้องใช้ทั้งคนการดำเนินการเป็นอย่างมาก ในขณะที่แพลตฟอร์ม B.VER สามารถตรวจสอบเอกสารโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มได้ทันที นอกจากนี้ยังเปิด API ไว้ให้แต่ละองค์กรสามารถเชื่อมต่อให้สามารถใช้งาน B.VER ร่วมกับระบบ HR เดิมที่มีอยู่ได้

ขณนี้ B.VER ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มหาวิทยาลัยต่างๆ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รวมถึงองค์กรภาคธุรกิจ ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)