BMW เผย 9 เดือนแรกรถปลั๊กอินไฮบริดโตขึ้นเท่าตัว

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เผยยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 61 ด้วยยอดส่งมอบรถบีเอ็มดับเบิลยูจำนวน 8,304 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่ายอดขายรวมของทั้งปีพ.ศ. 2559

เช่นเดียวกับรถปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดขายมากกว่าปีก่อนหน้าเกินกว่าหนึ่งเท่าตัว สอดคล้องกับยอดขายของ บีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ปทั่วโลกที่มียอดขายในช่วง 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561 ที่เพิ่มขึ้นราว 1.3% โดยมียอดการส่งมอบรถยนต์รวมอยู่ที่ 1,834,810 คัน

ไม่ใช่เพียงยอดขายที่เติบโตเท่านั้น แต่ยังได้มีการขยายโชว์รูมเพิ่ม ณ ไอคอนสยาม ซึ่งที่นี่จะเป็นบีเอ็มดับเบิลยู-มินิ-บีเอ็มดับเบิลยู เออร์เบิน สโตร์แห่งแรกในเมืองไทย ภายใต้พันธมิตรอย่าง มิลเลนเนียม ออโต้ ผู้จำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้การบริหารของมาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด

นายคริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จตลอดทั้งปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ผู้ขับขี่ชาวไทยมีต่อทั้ง 3 แบรนด์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป รวมทั้งความเชื่อมั่นในการบริการจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

โดยยอดขายดังกล่าวมียอดการส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ ในระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 รวมทั้งหมด 8,903 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตถึง 15.6%

“รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance ปลั๊กอินไฮบริด ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยยอดขายตลอด 9 เดือนแรกของปีที่พุ่งสูงขึ้นแบบทุบสถิติ มากกว่าปีก่อนหน้าเกินกว่าหนึ่งเท่าตัว ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน ด้วยยอดส่งมอบรถมอเตอร์ไซค์รวม 1,425 คัน เพิ่มขึ้น 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ยนตรกรรมไฟฟ้ายังคงเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จในยอดขายทั่วโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยมีอัตราการเติบโตปีต่อปีสำหรับตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู i บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance และมินิ คันทรีแมน ปลั๊กอินไฮบริด สูงถึง 42.0% จากยอดส่งมอบรวม 97,543 คัน

และนับตั้งแต่การเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู i3 ในปีพ.ศ. 2556 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดให้แก่ลูกค้าไปแล้วกว่า 313,000 คัน พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายที่หลัก 500,000 คันภายในปี พ.ศ. 2563

นาย คริสเตียน กล่าวว่า เออร์เบิน สโตร์แห่งแรกในเมืองไทย มีเลาจน์รับรองลูกค้าสุดหรู และจอแอลอีดีขนาดยักษ์ พร้อมด้วยพื้นที่จัดแสดงรถยนต์มินิ ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษโดยได้รับแรงบันดาลใจจากนิทรรศการจัดแสดงศิลปะแบบ walk-through และพื้นที่สำหรับมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

ภายใต้คอนเซ็ปต์ห้องนั่งเล่นแสนสบายสำหรับเหล่าไบเกอร์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ด้วยอุปกรณ์ HTC Vive VR Headset ซึ่งจะมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่สมจริงให้ลูกค้าทุกคนได้สัมผัส และถือเป็นก้าวแรกในการใช้นวัตกรรม VR นำเสนอรถยนต์ให้ลูกค้าได้สัมผัสในทุกรายละเอียด รวมถึงการเลือกชุดแต่งและสีได้ตามใจชอบ

อุปกรณ์เฮดเซ็ตนี้ประกอบไปด้วยหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงสองจอ พร้อมด้วยระบบติดตามตำแหน่งของผู้สวมใส่ด้วยเลเซอร์ ครอบคลุมพื้นที่ขนาด 5×5 เมตรในแอปพลิเคชันโลกเสมือนจริงของบีเอ็มดับเบิลยู สำหรับภาพกราฟฟิกภายในแอป พัฒนาขึ้นจากซอฟต์แวร์ Unreal Engine 4 โดยบริษัท เอพิค เกมส์

ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ที่จะทำให้ลูกค้าเห็นภาพรถยนต์ที่สมจริงในทุกองศา ตอบสนองต่อทุกการเคลื่อนไหวของผู้สวมเฮดเซ็ตได้อย่างรวดเร็วด้วยการแสดงผลที่ความเร็ว 90 เฟรมต่อวินาที

ทั้งนี้ อุปกรณ์ VR ชุดนี้ทำงานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงที่ใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นล่าสุดอันทรงพลัง พร้อมด้วยระบบทำความเย็นด้วยน้ำ เพื่อสรรสร้างภาพกราฟฟิกที่สวยสมจริงเหนือจินตนาการ

นอกจากนี้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้ทำการยกระดับความพึงพอใจจากการขับขี่ให้แก่ลูกค้าชาวไทยครั้งใหญ่ มอบความสะดวกสบายและความอุ่นใจด้วยโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ BSI และ MSI

โดยลูกค้าที่ซื้อและรับมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ (ยกเว้นตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู i) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2561 พร้อมด้วยแพ็คเกจ BSI หรือ MSI ULTIMATE จะได้รับการอัพเกรดระยะเวลาการบำรุงรักษาจาก 5 ปี / 100,000 กม. เป็น 10 ปี / 100,000 กม. โดยอัตโนมัติ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย