sellsuki เผยเติบโตขึ้นหลังจากเปลี่ยนแพลตฟอร์มคลาวด์

Hits: 185

เซลสุกิ ‘sellsuki’ สตาร์ทอัพผู้พัฒนาระบบบริหารร้านค้าออนไลน์บนโซเชียลมีเดีย ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2013 แต่ตลอดช่วงเวลา 2 ปีของการเริ่มต้น ยังไม่สามารถสร้างรายได้จนสามารถเลี้ยงตัวเองได้ จนเมื่อเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มคลาวด์ ทำให้ในปี 2016 เริ่มมีรายได้ที่เลี้ยงตัว และกำลังจะเริ่มเติบโต

จุดขายของเซลสุกิที่แตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นคือ การมีระบบที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มของโซเชียลที่หลากหลาย มีฐานข้อมูลพร้อมรองรับการพัฒนาโซลูชันที่เชื่อมต่อกับโซเชียลแอพพลิเคชัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการขายให้เข้าถึงตรงกลุ่มลูกค้ามากที่สุด

ปัจจุบันเซลสุกิมีลูกค้าขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ รวมทั้งหมดกว่า 1,000 ราย มียอดธุรกรรมการขายรวมมากกว่า 200 ล้านบาทต่อเดือน

เลอทัด ศุภดิลก ซีอีโอ บริษัท เซลสุกิ จำกัด (Sellsuki Co. Ltd.) หรือ www.sellsuki.co.th กล่าวว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากการเป็นผู้พัฒนาระบบบริหารร้านค้าออนไลน์บนโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การบริหารการสั่งซื้อ การชำระเงิน และการจัดส่งสินค้า

และต่อมาได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนในปัจจุบัน เป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์บริหารงานขายครบวงจร ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ รองรับทุกช่องทางการขาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ ต่อยอดปลั๊กอินบนเว็บไซต์ แอพพลิเคชันสนทนา โซเชียลเน็ตเวิร์ก และระบบ POS ที่มีโซลูชันหลากหลายพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่กลุ่ม SME ขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้น ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

“โดยการทำธุรกิจในช่วงเริ่มต้นได้มีการจัดการข้อมูลของลูกค้าตั้งแต่แรกเริ่ม โดยเลือกระบบจากผู้ให้บริการในยุคแรก ๆ ซึ่งช่วยให้เซลสุกิสามารถบริหารจัดการระบบต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย บุคลากรของเซลสุกิไม่ต้องเสียเวลาไปกับการดูแลระบบสามารถใช้เวลาดูแลลูกค้าได้อย่างเต็มที่ แต่หลังจากใช้มาได้สักระยะรู้สึกว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างเต็มที่จึงได้เปลี่ยนมาใช้บริการของ Amazon Web Services (AWS) ด้วยจากมีบริการที่หลากหลาย มีความปลอดภัย และตอบทุกความต้องการ”

AWS ช่วยให้เราสามารถคิดในเรื่องต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เราเติบโตได้ดีขึ้น บริหารธุรกิจได้คล่องตัวขึ้นบริษัทสามารถส่งมอบโซลูชันได้ตามแผน การลดหรือขยายสเกลการบริการก็ทำได้ตามต้องการ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับจำนวนบุคลากรแต่อย่างใด

สามารถรันแคมเปญที่มีโหลดและการซื้อขายสูง ๆ ได้อย่างไร้กังวล รวมทั้งนำข้อมูลที่ได้จากระบบอนาลิติกส์ มาปรับใช้ในการทำแผนการตลอดต่อไปได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนในการจัดหาเซิร์ฟเวอร์แต่อย่างใด ช่วยบริหารจัดการเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลอทัด กล่าวว่า สำหรับจุดแข็งของเซลสุกินั้น เป็นเรื่องของการใช้ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ให้ร่วมกันได้เป็นอย่างดี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่ SME ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ สามารถนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้เสริมร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ โดยจะนำเทคโนโลยีคลาวด์หรือบิ๊กดาต้าเข้ามาปรับใช้ เพื่อช่วยให้เซลสุกิเป็นผู้ให้บริการระบบจัดการร้านค้าที่ครอบคลุมหลายช่องทาง

นอกจากนี้ยังมีคลังสินค้าของตนเอง และสามารถเชื่อมต่อกับคลังสินค้าหรือระบบการจัดส่งอื่น เช่น ไลน์แมน หรือไปรษณีย์ไทย ที่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า นับได้ว่าบริการครอบคลุมตั้งแต่เริ่มต้นทำการขาย จนถึงการส่งสินค้าและบริการให้ลูกค้าได้อย่างครบวงจร

“กลยุทธ์ของเซลสุกินั้นจะเน้นความต้องการของลูกค้า รับฟังความต้องการของลูกค้าและพร้อมนำเสนอตัวช่วยที่เหมาะสม โดยจะทำความเข้าใจและวิเคราะห์ธุรกิจเพื่อหาโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์การเข้าถึงผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการขายแบบใด ก็สามารถต่อยอดไปเป็นระบบการขายที่ครบวงจรได้ ช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ และช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถต่อยอดการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี”