IMC เผย 8 เทรนด์ไอทีปีหน้าชี้ “Digital Payment”เด่นสุด

Hits: 191

มาตามสัญญากับ IMC ที่ต้องมาคาดการณ์เทรนด์ไอทีล่วงหน้า และในปีนี้ IMC คาดว่า 8 ไฮไลท์เทคโนโลยีในปี 2018 จะมีเรื่องของ Digital Payment ที่เด่นที่สุด
โดยเฉพาะในเรื่องของ QR-payment ที่ปัจจุบันหลายธนาคารเริ่มให้บริการกันมากขึ้น ในขณะเดียวกับกับผู้ใช้บริการก็ตอบรับกันเป็นอย่างดี
8 ไฮไลท์สำคัญสำหรับคนไทยที่ IMC คาดการณ์ประกอบไปด้วย 1.Digital Payment/Cashless Society 2. Digital Banking 3.Big Data 4.Data Analytic 5.Data Available 6.IOT/Smart City/Smart Farm 7.Network/Broadband และ 8. LoRA
ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ สถาบัน IMC กล่าวว่า สำหรับใน 8 เทรนด์ดังกล่าวนั้นคาดว่า Digital Payment โดยเฉพาะ QR-payment จะเป็นไฮไลท์เทคโนโลยีเด่นในปีหน้าที่จะทำให้การชำระเงินง่ายขึ้น
ซึ่งการชำระเงินผ่านดิจิทัลดังกล่าว จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสังคมไทยได้มากที่สุด
เพราะนอกจากจะมีบริการต่างๆ จากธนาคารในรูปแบบของดิจิทัลกันอย่างหลากหลายแล้ว Promptpay ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลสนับสนุนให้เกิดสังคมไร้เงินสดก็จะช่วยกระตุ้นได้อีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ประเทศไทยอาจจะยังไม่ใช่สังคมไร้เงินสดทันทีในปีหน้า แต่ความต่อเนื่องจากโครงการ Promptpay ซึ่งทำให้คนสนใจ Digital Payment รวมถึง Digital Banking เราจะเห็นสังคมมีวิธีการชำระเงินแบบใหม่มากขึ้น เรียกว่าเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมพอสมควร
ทั้งนี้นอกจาก Digital Payment และ Digital Banking ที่กำลังจะเติบโตแล้ว Big Data ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ยังมีผลกับองค์กรไทย เพราะที่ผ่านมาพบว่าองค์กรไทยยังมีปัญหาเรื่องความเข้าใจ
ทั้งการ Implement และการใช้งาน จุดนี้มีผลต่อการใช้เทคโนโลยี Data Analytic (supply side/programmer) ที่ไม่สามารถจำลองและวิเคราะห์ได้ รวมถึงการทำ Data Available หรือการตีข้อมูลให้เป็นประโยชน์ องค์กรไทยบางแห่งจึงนำข้อมูลไปใช้ไม่ได้
ดังนั้นความน่ากังวลในปีหน้ายังอยู่ที่องค์กรไทยหลายรายปรับตัวไม่ทัน หรือเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแบบผิวเผิน และยังไม่มี Mindset เพื่อนำข้อมูลดิจิทัลมาใช้พัฒนาธุรกิจอย่างจริงจัง
นอกจากนี้อีกเรื่องที่สำคัญคือภาคธุรกิจไทยยังต้องการการขับเคลื่อนเรื่องปรับแก้กฎหมายจากภาครัฐ เพื่อพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมไอทีของประเทศ ตัวอย่างกฎหมายที่รอการแก้ไขคือ การแสดงตัวตน การเซ็นชื่อกำกับ การลดใช้เอกสาร การทำงานแบบ  online / offline ได้
ดร.ธนชาติ กล่าวว่า สำหรับ Digital Transformation นั้นทุกภาคส่วนเริ่มเห็นสำคัญเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก และการผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐ
แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเน้น Social Marketing, e-Commerce ซึ่งก็ยังไม่ใช่ Key ของ Digital Transformation
“SME ไทยก็ปรับตัวแค่ Digitization ตัวเอง ด้วยการวางขายสินค้าออนไลน์ มุ่งเพียงการใช้เทคโนโลยี แต่ยังไม่ได้มีการปรับ Mindset หรือยังไม่ได้เข้าใจการ transformation ในโลก Digital หรือยังไม่ได้ใช้ digital มา offer และปรับใช้ในการดำเนินกิจการ”
อีกเทรนด์เห็นชัดในปีหน้า คือผู้ให้บริการ ecommerce ต่างชาติจะแข็งแกร่งขึ้น เพราะ ecommerce ต่างชาติทำได้ดีและกวาดตลาดไปได้มาก ในขณะที่ผู้ประกอบการไทยยังไม่สามารถเริ่มแข็งขันได้
แม่ค้าพ่อค้าไทยเลือกใช้และมั่นใจบริการแพลตฟอร์มจากต่างชาติมากกว่า ทั้งนี้รวมถึงบริการจัดส่ง ที่ต่างชาติจะเข้ามารุกตลาดไทยมากขึ้น
ทั้งนี้อีกเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือการตื่นตัวในการให้บริการ IoT มากขึ้น เพราะ กสทช อนุมัติเปิดย่านความถี่ LoRA ให้ใช้งานได้ ทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีต้นทุนราคาถูกลง ทำให้ทุกสิ่งในสังคมเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้น
อุตสาหกรรมไอทีไทยปีหน้า และอีก 5 ปีนับจากนี้น่าจับตาเพราะกระแส  Startup จะยังแรงอยู่ แต่ก็ต้องแข่งขันกับ Startup ในต่างประเทศจำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทไอทีต่างประเทศมีแนวโน้มจะเข้าตรงถึงลูกค้ามากขึ้น
สะท้อนความน่าเป็นห่วงเพราะบ้านเรายังขาดบุคลากร โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท System Integrator และบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดเล็กที่ต้องปรับตัวอย่างมาก
ดร.ธนชาติ กล่าวว่า สำหรับรอบปี 2017 ที่ผ่านมานั้นทุกเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Digital Transformation ได้รับความสนใจแต่การลงทุนด้านไอทีบ้านเรายังกระจุกอยู่กับการลงทุน Platform
เน้นการซื้อฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ ไม่กระจายถึงการลงทุนเพื่อปรับองค์กรสู่ Digital Tranformation ที่รอบด้าน โดยหลายองค์กรยังไม่นำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร
“ขณะที่การสนับสนุนด้านไอทีจากภาครัฐในรอบปี 2017 ที่ผ่านมาเห็นผลชัดเจนเรื่องสร้าง Awareness ให้คนไทยตื่นตัวมากขึ้นจากนโยบาย Thailand 4.0
แต่การลงทุนไอทีทางภาครัฐยังค่อนข้างน้อย และยังเห็นช่องว่างเชิงดิจิทัลชัดขึ้น โดยเฉพาะข้อสำคัญคือ Digital Mindset ในภาครัฐยังไม่สามารถเทียบเท่ากับภาคเอกชนได้”