ไทย-เดนมาร์คเล็งใช้บิ๊กดาต้าก้าวสู่การเป็น “นมแห่งชาติ”

Hits: 220

การปรับตัวเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลทำให้หลายองค์กรต่างต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ด้วยการพัฒนาในหลายด้าน เช่นเดียวกับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ผู้ผลิตนมแบรนด์ไทย-เดนมาร์ค ที่กำลังจะยกระดับองค์กรก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติภายในปี 64

การดำเนินการครั้งนี้ไม่เพียงต้องปรับกระบวนการผลิตน้ำนมให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องรวมถึงการนำไอทีเข้ามาใช้บริหารจัดการภายใน เพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 และเตรียมพร้อมขยายตลาดเข้าสู่ช่องทางใหม่ๆ

กลยุทธ์ “นมแห่งชาติ” ดัวกล่าวเป็นการขับเคลื่อนแผนวิสาหกิจปี 2560-2564 โดยมีภาระกิจในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้เป็นอาชีพแก่เกษตรกรไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน การพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมนมให้ครบวงจรและมีมูลค่าเพิ่ม การสร้างแหล่งความรู้ด้านกิจการโคนมและอุตสาหกรรมนม

และการมุ่งบริหารจัดการองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูงด้วยหลักธรรมาภิบาล ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันให้แบรนด์ไทย-เดนมาร์ค เป็นแบรนด์ที่ติดอยู่ในใจของคนไทย หากนึกถึงนมของประเทศไทยต้องนึกถึงนมไทย-เดนมาร์คเป็นแบรนด์แรก (Top Of Mind)

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการด้านไอทีนั้น ปัจจุบันหน่วยงานของ อสค.ใช้งานซอฟต์แวร์ อีอาร์พี ซึ่งเป็นระบบบัญชีที่สามารถปิดบัญชีได้ไม่เกินวันที่ 5 ของเดือน ทำให้การทำงานด้านบัญชีต่างๆ มีความง่าย สะดวกและรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของ “อีแดรี่” ซึ่งเป็นการเก็บรวมรวมข้อมูลในการย้อนกลับไปสู่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ตลอดจนการปรับปรุงพันธุ์ การลงทะเบียน และเชื่อมโยงกับข้อมูลของกรมอื่นๆ ได้ อาทิ กรมปศุสัตว์ นอกจากนี้ยังจะได้พัฒนาให้เชื่อมโยงกับข้อมูลบิ๊กดาต้า เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เช่นเดียวกับที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาระบบออนไลน์ขึ้นอีคอมเมิร์ซ ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหนาย ที่กำลังเป็นเทรนด์ด้านการตลาดแบบใหม่

สำหรับการดำเนินงานในปีนี้หลังจากได้วางกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างเข้มข้นต่อเนื่องตลอดปี 61 ส่งผลให้ 9 เดือนที่ผ่านมาสามารถผลักดันยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คได้กว่า 9,700 ล้านบาทหรือคิดเป็น 97 % จากที่วางเป้าหมายไว้

ส่วนปี 62ได้วางเป้าทำยอดขายเพิ่ม 6% หรือประมาณ11,177 ล้านบาท และภายในปี 64 จะผลักดันให้ได้ 12,000 ล้านบาท ส่่วนในปีหน้า อ.ส.ค.ได้เตรียมปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเข้มข้นขึ้นไปอีก โดยจะเน้นการยกระดับการบริหารจัดการองค์กร เน้นความโปร่งใส่ การพัฒนาคน

อ.ส.ค.วางเป้ามีส่วนแบ่งตลาดนมทั่วไปในประเทศเติบโตขึ้น ประมาณ 2% ต่อปี และมีแผนเร่งพัฒนาศักยภาพตัวแทนจำหน่ายสินค้า (Distributor /Agent) ในกลุ่มตลาด Traditional Trade หรือ TT เพิ่มขึ้น 5% ต่อปี จากปัจจุบันมีทั่วประเทศ 50 ราย เพื่อยกระดับเป็น Smart Agent มุ่งให้เป็นทีมตลาดที่แข็งแกร่งและเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ

เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์ไทย-เดนมาร์คให้แก่คู่ค้าและผู้บริโภคครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมทั้งพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

โดยจะยึดหลักการทำงานแบบเอเย่นต์ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ที่นับว่ามียอดการจำหน่ายที่เติบโตที่สุดแม้จะมีเอเย่นต์น้อยราย แต่ด้วยการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการจนประสบความสำเร็จะเป็นอย่างดี จึงถือเป็นแบบอย่างที่จะนำมาเป็นต้นแบบให้กับภาคอื่นๆ ด้วย เช่นเดียวกับการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ใหม่ที่จะต้องปรับปรุงให้ดีและเหมาะสมมากขึ้น

“เรายังได้วางแนวทางเพิ่มยอดการผลิตนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มมากขึ้น เน้นการรณรงค์ให้คนไทยบริโภคนมเพิ่มขึ้นจาก 18 ลิตรต่อคนต่อปี เป็น 25 ลิตรต่อคนต่อปี เรามีร้านนมไทยเดนมาร์คในสถาบันการศึกษา เริ่มที่แรกในโรงเรียนมงฟอร์ด เชียงใหม่ และในกรุงเทพโรงเรียนสารสาส การเปิดร้านนมในสถาบันการศึกษาถือเป็นการเปิดให้ลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย

ส่วนในเรื่องของนมโรงเรียนนั้นทิศทางของเราจะพยายามจะลดบทบาทลง และจะให้ส่วนแบ่งนี้ลงไปถึงสหกรณ์ที่ทำในเรื่องน้ำนมดิบมากขึ้น ขยายโควต้าให้กับเกษตรกรมากขึ้น”

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังจะทำการยกระดับการบริหารกิจการโคนม เรานำปัญหาในอดีตมาแก้ จากเดิมที่เกษตรกรเรียกร้องกันเอง แต่ตอนนี้เรามีเวทีปฏิรูปขึ้นมา มีตัวแทนสหกรณ์ที่เรียกว่าเป็นนมไทยเดนมาร์คเพื่อจัดการประชุมพูดคุยแก้ปัญหา

โดยเฉพาะเรื่องปริมาณน้ำนมดิบที่มีปัญหาช่วงเปิดเทอมและเปิดเทอม เราจะนำสิ่งเหล่านี้มาพูดคุยเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ร่วมกันหารือคุณภาพนม องค์ประกอบน้ำนมของนมโรงเรียนอยู่ที่ 12.25% แต่ตอนนี้เกษตรกรทำได้ที่ 11.8 % ดังนั้นเราจะร่วมกันยกระดับให้เกษตรกร

สำหรับการเตรียมพร้อมในการแข่งขันในอุตสาหกรรมนมที่มีแนวโน้มความรุนแรงนั้นในปี้นี้ อ.ส.ค. ได้เพิ่มเพิ่มศักยภาพกำลังผลิตด้วยการติดตั้งเครื่องบรรจุนม UHT แบบ High Speed เพิ่มเติมจำนวน 2 เครื่อง ที่โรงงานนม อ.ส.ค.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และโรงงานนม อ.ส.ค. ภาคใต้ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีกำลังการผลิต 24,000 กล่อง/ชั่วโมงซึ่งสูงกว่าเครื่องบรรจุเดิมที่เป็น Low peed

อีกทั้งยังได้ปรับปรุงและพัฒนารูปทรงกล่องนมไทย-เดนมาร์ครูปแบบใหม่ทรงสลิมลีฟ (Tetra Brik Aseptic Slim Leaf) ขนาดบรรจุ 200 มิลลิลิตรให้มีความแปลกใหม่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ดูทันสมัยหยิบใช้งานง่าย ช่วยกระตุ้นความรู้สึกของผู้บริโภค ให้อยากใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้นด้วยอีกทั้งช่วยตอบโจทย์ความต้องการและเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและรองรับเทรนด์การบริโภคนมภายในประเทศให้มีความหลากหลายมากขึ้น

โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นมเย็น (Refrigerated Milk) อาทิ นมพาสเจอไรซ์ โยเกิร์ต นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม ดริ๊งกิ้งโยเกิร์ต ไอศกรีม ร้านนมไทย-เดนมาร์คในสถาบันการศึกษา และร้านนมไทย-เดนมาร์ค Milk Land เป็นต้น เป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์การบริโภคของต่างประเทศ

ด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ อ.ส.ค.ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคภายใต้ตราสินค้า ไทย-เดนมาร์คมอร์แกนิค โดยก่อนหน้านี้ได้ออกผลิตภัณฑ์นมมอร์แกนิคพาสเจอร์ไรส์ออกชิมลางในตลาด และได้รับผลการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์นมไทย-เดนมาร์ค ให้เป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยม

วางเป้าสำหรับตลาดนมออร์แกนิคเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เป็นกลุ่มคนชั้นกลางช่วงวัย 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มใส่ใจสุขภาพของตัวเองและครอบครัว รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้ อ.ส.ค. ยังมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างผลิตภัณฑ์นม Lactose Free ซึ่งจะออกวางจำหน่ายในเร็วๆนี้