ไอเอฟเอส เข้าซื้อกิจการ เวิร์คเวฟ ขยายตลาดโซลูชั่นด้านบริหารจัดการธุรกิจบริการ

Hits: 81

ไอเอฟเอส เข้าซื้อเวิร์คเวฟ บริษัทด้านโซลูชั่นธุรกิจบริการอันดับต้นๆของอเมริกาเป็นผลสำเร็จ ส่งผลให้ฐานลูกค้าหลักของไอเอฟเอสครอบคลุมทั่วภูมิภาคอเมริกาโดยทันที และนับเป็นการขยายฐานลูกค้าตามกลุ่มลูกค้าของ เวิร์คเวฟ ที่มีความเชี่ยวชาญกับกลุ่มธุรกิจบริการขนาดกลางและขนาดย่อมมาอย่างดีเยี่ยม และยังทำให้ไอเอฟเอส มีโซลูชั่นการจัดการธุรกิจบริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น

นายเฟรดริก วอม โฮเฟ รองประธานอาวุโสของกลุ่มการพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไอเอฟเอส เปิดเผยว่า การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าบริษัท ไอเอฟเอส ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการขยายบทบาทการเป็นผู้นำระดับโลกด้านการบริหารจัดการบริการ โดยบริษัท เวิร์คเวฟ มีข้อเสนอด้านซอฟต์แวร์ แอส อะ เซอร์วิส ที่แข็งแกร่งอย่างมากและมีองค์ความรู้มากมายแนวทางการให้บริการองค์กรธุรกิจบริการขนาดกลางและย่อม

สิ่งนี้จะเข้ามาเสริมความสมบูรณ์ให้กับข้อเสนอด้านการบริหารจัดการบริการชั้นนำที่ไอเอฟเอสมีให้บริการสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจด้านการบริการเป็นหลักอยู่แล้วในปัจจุบัน ปัจจุบันเรามีโซลูชั่นการบริหารจัดการบริการที่ครบวงจรและพร้อมให้บริการเชื่อมต่อออนไลน์อย่างครอบคลุมสำหรับองค์กรด้านการบริการในทุกรูปแบบ รวมถึงอุตสาหกรรมที่เน้นด้านงานบริการโดยเฉพาะและเป็นองค์กรระดับโลก!

นอกจากนี้ เรายังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งอย่างมากในอเมริกาเหนือ ซึ่งถือเป็นตลาดซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหมายความว่าในตอนนี้ตลาดอเมริกาคือภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับกลุ่มบริษัทไอเอฟเอส

“เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับคริส ซัลเลนส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) และทีมงานของเวิร์คเวฟที่เปี่ยมด้วยความสามารถ โดยเราจะร่วมกันเดินหน้าผลักดันองค์กรให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดด้านการบริหารจัดการบริการ”

ด้านนายคริส ซัลเลนส์ ซีอีโอบริษัท เวิร์คเวฟ กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับทีมงานของไอเอฟเอสและหวังว่าจะได้มีส่วนร่วมในการสร้างองค์กรให้เติบโตในอุตสาหกรรมด้านการบริการภาคสนาม โลจิสติกส์ และอื่นๆ นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้า คู่ค้า และพนักงานของเรา”

“ขณะนี้เรามีโอกาสในการใช้ทรัพยากรขององค์กรชั้นนำด้านซอฟต์แวร์การบริหารจัดการบริการ ตลอดจนจะยังคงลงทุนและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการชั้นเลิศให้กับลูกค้าหลักของเราในด้านการกำจัดแมลงและตลาดเฉพาะทางด้านการบริการภาคสนามอื่นๆ สืบต่อไป การรวมข้อเสนอของเราเข้าด้วยกันจะช่วยให้องค์กรธุรกิจบริการในทุกขนาดสามารถแก้ปัญหาด้านการดำเนินงานและการขยายตัวผ่านโซลูชั่นซอฟต์แวร์ชั้นนำของตลาดได้อย่างเห็นผล”

ทั้งนี้การเข้าซื้อกิจการบริษัท เวิร์คเวฟ แอลแอลซี (WorkWave LLC)ในครั้งนี้ ทำให้ไอเอฟเอสอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นอย่างมากในการนำเสนอโซลูชั่นซอฟต์แวร์ชั้นนำระดับโลกด้านการบริหารจัดการบริการเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการบริการ โดยไม่คำนึงถึงขนาดขององค์กร ระดับความยุ่งยากในการดำเนินงาน ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

ด้วยรูปแบบบริการหรือซอฟต์แวร์ แอส อะ เซอร์วิส (Software-as-a-Service (SaaS)) บนระบบคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ในระดับสูง และพร้อมให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมด้านการบริการภาคสนาม การจัดส่งสินค้า และโลจิสติกส์ ที่เวิร์คเวฟ มีความเชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ บริษัท เวิร์คเวฟ ยังมีฐานลูกค้าเป็นองค์กรธุรกิจบริการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มบี) ในตลาดที่หลากหลาย อาทิ งานบริการเฉพาะทางด้านการกำจัดแมลง การจัดสวนและการตัดหญ้า การทำความสะอาดและการดูแลอาคาร ระบบทำความร้อน/ระบายอากาศ/ปรับอากาศ การวางท่อและระบบไฟฟ้า รวมถึงการขนส่ง

โซลูชั่น ซอฟต์แวร์ แอส อะ เซอร์วิส (SaaS) ของบริษัท เวิร์คเวฟ ผสานรวมการทำงานของฝ่ายสนับสนุนขององค์กรเข้ากับฝ่ายบริการภาคสนามได้อย่างราบรื่น ช่วยให้องค์กรธุรกิจบริการขนาดกลางและย่อมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานด้านการสนับสนุนของตน เช่น การจัดกำหนดการ การวางแผน และการเรียกเก็บเงิน

ทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นการทำงานภาคสนามและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมทั้งสร้างระบบการขายและการตลาดในรูปแบบอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ ลูกค้าของบริษัท เวิร์คเวฟ จึงสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างรายได้ และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างสัมฤทธิผล

โดยบริษัท เวิร์กเวฟ มีสำนักงานใหญตั้งอยู่ในเมืองโฮล์มเดล มลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริก โดยมีพนักงาน 260 คนที่พร้อมให้บริการลูกค้ามากกว่า 7,300 รายที่มีสำนักงานตั้งอยู่ภายในสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ และจากการผสานรวมความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เทคโนโลยีอันทันสมัย และการให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าเป็นหลัก

ทำให้บริษัท เวิร์คเวฟ ได้รับรางวัลมากมายจากความสามารถในการขยายธุรกิจและมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีเยี่ยม ซึ่งรางวัลดังกล่าวรวมถึง อิงค์ 5000 (บริษัท 5000 อันดับที่มีการเติบโตสูงสุด) และ เบสท์ เพลส ทู เวิร์ค (Best Places to Work) หรือบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด เป็นต้น

ทั้งนี้เป็นที่คาดกันว่าการดำเนินการเข้าซื้อกิจการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงทางการเงินในการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังไม่ได้รับการเปิดเผยแต่อย่างใด