ไทย-ไต้หวัน จัดสัมมนาสมาร์ทแฮลแคร์ดันการแพทย์สู่ดิจิทัล

Hits: 167

ไทย-ไต้หวันจัดสัมมนา Taiwan Thailand Smart Healthcare Conference 2018 (TTSHC) ระดมสมองผู้เชียวชาญระดับหัวกะทิแลกเปลี่ยนความรู้ด้านสมาร์ทเฮลท์แคร์ เพื่อยกระดับวงการแพทย์สู่ยุคดิจิทัล หนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้านไต้หวันยกบริษัทสมาร์ทเฮลท์แคร์และเทคโนโลยีชีวภาพร่วมโชว์ผลิตภัณฑ์ใหม่สุดล้ำ

พร้อมไฮไลท์โชว์หุ่นยนต์ AI “อาเป่า” สาธิตการทำงานจดจำใบหน้าและเสียงเล็งนำมาใช้งานต้อนรับและลงทะเบียนแทนคน ช่วยลดเวลาการสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่

นายกัว โฉ่วเหริน ผู้อำนวยการจากโรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นแนวโน้มการพัฒนาของเทคโนโลยีระดับสากล ซึ่งไต้หวันเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีการส่งเสริมระบบประกันสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชนมายาวนานถึง 23 ปี

เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมสมาร์ทเฮลท์แคร์อย่างต่อเนื่องในเอเชีย ประกอบกับในช่วงปีที่ผ่านมาทางรัฐบาลไทยก็ได้ผลักดันประเทศด้วยนโยบายไทยแลนด์ 4.0

เช่นเดียวกับในวงการแพทย์ได้มีความพยายามยกระดับเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อนำมาซึ่งระบบการประกันสุขภาพและบริการทางการแพทย์ที่ดีมีมาตรฐานของประชาชนไทย จึงจัดให้มีเวทีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารสมาร์ทเฮลท์แคร์กับไต้หวันในการเวทีสัมมนา Taiwan Thailand Smart Healthcare Conference 2018 (TTSHC)

โดยมีโรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียนเป็นเจ้าภาพและสื่อจีนเกี่ยวกับประเทศไทย “VISION THAI” เป็นผู้ดำเนินจัดงานสัมมนา นับเป็นเวทีระดมสมองและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสมาร์ทเฮลท์แคร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านสมาร์ทเฮลท์แคร์ไต้หวันและไทยจำนวน 16 คนมาร่วมเผยแพร่แนวโน้มใหม่ของสมาร์ทเฮลท์แคร์

“การประชุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวของผู้นำอุตสาหกรรมการแพทย์และผู้นำโรงพยาบาลที่สำคัญ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความท้าทายในการส่งเสริมสมาร์ทเฮลท์แคร์และแนะนำแนวทางในการพัฒนาวงการแพทย์ด้วยสมาร์ทเฮลท์แคร์ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ในงาน บริษัทสมาร์ทเฮลท์แคร์และเทคโนโลยีชีวภาพไต้หวัน รวม 11 ราย อาทิ ACRO Biomedical, BIONIME, Chriskey Biomedical, IMEDTAC, New Kinpo Group นำเสนอผลิตภัณฑ์สมาร์ทเฮลท์แคร์ใหม่ล่าสุดของไต้หวัน โดยไฮไลท์ในงานได้มีการนำหุ่นยนต์ AI “อาเป่า” มาโชว์ตัว เพื่อปฏิสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน

พร้อมทั้งสาธิตการทำงานของ “อาเป่า” ด้วยฟังก์ชันจดจำใบหน้าและเสียง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามความ ต้องการได้ในอนาคต สามารถช่วยโรงพยาบาลในส่วนของการต้อนรับ การช่วยลงทะเบียน การรายงานและการบริการอื่นๆ แทนมนุษย์ ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงข้อฐานข้อมูลผู้ป่วยขนาดใหญ่ได้ในเวลารวดเร็ว

นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เมือเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Changhua Christian Hospital (CCH) เพื่อเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการการของทั้งสองประเทศ ด้วยมุ่งหวังระระดับการแพทย์ไทยเข้าสู่การเป็น สมาร์ทเฮลท์แคร์

เพื่อผลักดันประเทศเข้าสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการยกระดับคุณภาพแลบริการด้านการแพทย์ของประเทศไทยให้มีขีดความสามารถในการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนชาวไทยได้เป็นอย่างดี

ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เช่น การรักษาโรคทางไกลการประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวหนึ่งที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนการแพทย์ของไต้หวันและไทยคาดหวังว่าในอนาคตจะมีการส่งเสริมความร่วมมือแบบระยะยาวอีกด้วย