TK ออกหุ้นกู้ 3 รอบในปี​ 2561 รวม 820 ล้านบาท

Hits: 31

บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย ประกาศออกหุ้นกู้ครั้งที่ 3/2561 อีก 150 ล้านบาท

หลังทยอยออกหุ้นกู้ในปีนี้เมื่อกุมภาพันธ์และสิงหาคมที่ผ่านมารวม 3 ครั้ง มูลค่ารวม 820 ล้านบาท เพื่อบริหารต้นทุนทางการเงิน

พร้อมล็อคต้นทุนดอกเบี้ยขาขึ้นตามแผนการดำเนินธุรกิจ มั่นใจพอร์ตเช่าซื้อเติบโต 10% ในปีนี้ตามเป้าหมาย

ชี้ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ในไตรมาส 3 จะปิดไตรมาสด้วยยอดขายใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาล อีกทั้งพืชผลเกษตรราคาปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีผลผลิตมากกว่าปีก่อนเนื่องจากมีปริมาณน้ำเพียงพอในการเพาะปลูก

นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยว่าตามที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ลงวันที่ 27 กันยายน  2560 และที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ลงวันที่ 25 เมษายน 2561

ได้มีมติให้บริษัทฯ ออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท และวงเงินไม่เกิน 600 ล้านบาท ตามลำดับ  คณะกรรมการได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการบริหาร เป็นผู้มีอำนาจในการออกและเสนอขายหุ้นกู้

โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2561 มูลค่า 600 ล้านบาท และได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2 มูลค่า 70 ล้านบาท เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ไปแล้วนั้น  และล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กันยายน บริษัทฯ ได้ประกาศออกหุ้นกู้ ครั้งที่ 3/2561 มูลค่า 150 ล้านบาท

โดยหุ้นกู้ที่ออกทั้ง 3 ครั้ง มีมูลค่ารวม 820 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีวงเงินหุ้นกู้คงเหลือ ก่อนการประกาศออกหุ้นกู้ครั้งล่าสุดนี้รวม 3,130 ล้านบาท

“การออกหุ้นกู้มูลค่า 150 ล้านบาทในครั้งนี้ เป็นการออกหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 150,000 หน่วย มูลค่าเสนอขายหุ้นละ1,000 บาท มีอายุ 1 ปีนับจากวันออกหุ้นกู้

ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.0% ต่อปี เสนอขายแก่นักลงทุนเฉพาะเจาะจงจำนวนไม่เกิน 10 ราย  โดยกำหนดวันออกหุ้นกู้ในวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561 และครบกำหนดไถ่ถอน ณ วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562

วัตถุประสงค์สำคัญของการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการรับมือกับภาวะอัตราดอกเบี้ยที่กำลังเป็นขาขึ้น ด้วยการทยอยล็อคต้นทุนทางการเงินของบริษัท เพื่อควบคุมต้นทุนทางการเงินในการดำเนินธุรกิจ”  นางสาวปฐมา อธิบาย

ในปีนี้ TK ยังคงมีเป้าหมายการเติบโตของลูกหนี้สินเชื่อของกลุ่มไว้ที่ 10% โดยในครึ่งปีแรก รายได้เติบโตประมาณ 8% จาก 1,778 ล้านบาทในปี 2560 เป็น 1,924 ล้านบาทในปี 2561

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย จากการขยายสาขาทั้งในประเทศและในตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนอื่น ๆ ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกเหนือจากการล็อคต้นทุนทางการเงินด้วยการออกหุ้นกู้ซึ่งเป็นเครื่องมือที่บริษัทฯ ใช้มาอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่าหุ้นกู้ชุดใหม่นี้ จะได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นเคยเพราะ TK ถือเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลดี

โดยบริษัทฯ ได้รับเครดิตเรตติ้งจากทริสในระดับ A- จึงสามารถออกหุ้นกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ดี ทำให้สามารถแข่งขันได้ในตลาด อีกทั้งผู้ซื้อหุ้นกู้ต่างมีความมั่นใจว่าจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนเมื่อครบกำหนด นางสาวปฐมา กล่าว

นางสาวปฐมา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน TK มีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยประมาณ 2.51%ต่อปี และสัดส่วนเงินกู้ระยะยาว ต่อ เงินกู้ระยะสั้น ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 65:35

โดยเงินกู้ส่วนใหญ่ประมาณ 93% เป็นแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่  ภายหลังการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 150 ล้านบาทนี้ ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของ TK จะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 2.50% ต่อปี

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ สัดส่วนหนี้สินต่อทุนหรือ Debt Equity Ratio (D/E Ratio) ของ TK ยังต่ำมากคือเพียง 1.20 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับ D/E Ratio ของบริษัทอื่นในธุรกิจเดียวกันที่สูงถึง 6-7 เท่า

นางสาวปฐมา ให้ความเห็นเกี่ยวกับตลาดรถจักรยานยนต์ว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยในไตรมาส 3 ปีนี้คาดว่าจะปิดไตรมาสด้วยยอดขายใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ซึ่งมีปัจจัยบวกมาจากราคาพืชผลทางการเกษตรหลักของประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และผลผลิตที่คาดว่าจะออกสู่ตลาดมากกว่าปีก่อน การส่งออกยังคงขยายตัวได้ดีมากกว่า 10% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

แม้ว่า GDP ใน Q2/61 จะเติบโตชลอลงเล็กน้อยที่ 4.6% จาก Q1/61 ซึ่งอยู่ 4.9% ในช่วงครึ่งปีแรกยอดลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อสุทธิเติบโตขึ้น 3.5% ในขณะที่ TK จะยังคงเป้าหมายเติบโตปีนี้ไว้ที่ 10%