เอสซีจีจับมือดีวี ใช้แพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างบล็อกเชน

Hits: 2290

เอสซีจี ทดลองนำแพลตฟอร์มบล็อกเชนเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนครอบคลุมเครือข่าย Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านแพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างครบวงจรบน R3 Blockchain ด้วยโซลูชัน B2P หรือ Blockchain Solution for Procure-to-Pay

โดยได้นำร่องศึกษาพัฒนาโดยเริ่มใช้จริงกับเครือข่าย Supply Chain กลุ่มธุรกิจเคมีคอลของเอสซีจีตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนขยายผลครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจต่อไป

นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี มีวิสัยทัศน์ที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มุ่งเน้นการเปิดโอกาสให้องค์กรชั้นนำทั่วโลก

มาเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยี กระบวนการ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ร่วมกัน หรือเรียกว่า Open-Collaboration เพราะเทคโนโลยีหลายด้าน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันและการดำเนินงานขององค์กรได้พัฒนาไปอย่างมากและรวดเร็ว

ล่าสุดเอสซีจีได้ร่วมมือกับ ดิจิทัล เวนเจอร์ส ผู้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินในการนำเทคโนโลยี Blockchain จาก R3 มาใช้เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) กับคู่ค้าอย่างครบวงจรเป็นครั้งแรกของโลก

ซึ่งเดิมมีขั้นตอนการตรวจสอบที่ต้องใช้เวลา แรงงานคน เอกสารที่เกี่ยวข้องมากมาย รวมถึงเชื้อเพลิงในการขนส่งเอกสารต้นฉบับและสำเนาไปมา ทั้งของฝั่งผู้ซื้อ ผู้ขาย และคู่ค้าทางธุรกิจอื่นๆ ด้วยความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้เครือข่าย Supply chain ของเอสซีจีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัยและโปร่งใสของกระบวนการ

“ด้วยวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แก้ปัญหาต่างๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จะทำให้เอสซีจีสามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมใหม่ๆ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีศักยภาพสูง ทำให้ข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจแบบเดิมหายไป พร้อมช่วยเสริมรากฐานระยะยาวให้เอสซีจีเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในอนาคตและเพื่อให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลมากยิ่งขึ้น”

นายยุทธนา กล่าวว่า หลังจากที่ได้นำแพลตฟอร์ม B2P มาใช้เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน พบว่ากระบวนการจัดซื้อรูปแบบใหม่นี้ช่วยให้การดำเนินงานในแต่ละธุรกรรมรวดเร็วขึ้น โดยสามารถประหยัดทรัพยากรตลอดกระบวนการได้กว่า 50%

นอกจากนี้ เมื่อแต่ละรายการได้รับการอนุมัติ คู่ค้าของเอสซีจีจะได้รับการชำระเงินผ่านช่องทางการโอนเงินตามวันที่กำหนดชำระเงินทันที ในขณะเดียวกัน ยังได้รับประโยชน์จากความรวดเร็วในการขอกู้ยืมเงินจากธนาคารด้วยการนำใบแจ้งหนี้ไปค้ำประกัน (Invoice Financing)

ซึ่งสามารถแจ้งความจำนงผ่านระบบได้ทันที เช่นเดียวกับที่ธนาคารจะสามารถดำเนินการพิจารณาอนุมัติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ผ่านระบบนี้ได้เช่นกัน

ด้านนายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว B2P ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มการจัดซื้อจัดจ้างบนเทคโนโลยี R3 Blockchain ครั้งแรกของโลกอย่างเป็นทางการ และได้เริ่มทดสอบการใช้งานจริงร่วมกับเอสซีจีเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา

โดยโซลูชัน B2P ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นในการสั่งซื้อสินค้า จนถึงขั้นตอนสุดท้ายในการชำระค่าสินค้าผ่านธนาคาร ทั้งนี้ยังเป็นการขานรับกับนโยบายระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ที่รัฐบาลกำลังมุ่งขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน

“แพลตฟอร์ม B2P นี้ ได้นำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามายกระดับกระบวนการจัดซื้อแบบเดิม ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยีในเรื่องความปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ของข้อมูล โดยระบบจะเปิดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง

เห็นธุรกรรมในแต่ละขั้นตอนไปพร้อมๆ กัน อีกทั้งระบบจะช่วยตรวจสอบเอกสารต่างๆ อาทิ ใบสั่งซื้อ ใบรับของ และใบแจ้งหนี้อัตโนมัติ ทำให้กระบวนการทั้งหมดเกิดประสิทธิภาพและสามารถลดการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีนัยสำคัญ”

นอกจากนี้ยังได้ทำการออกแบบ Interface บนแพลตฟอร์ม B2P ภายใต้แนวคิด Humanized Interface & Experience Design ที่สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้งาน ง่ายต่อการใช้งานในทุกฟังก์ชันอย่างแท้จริง

นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการจัดซื้อจัดจ้างที่ทาง ดิจิทัล เวนเจอร์ส และเอสซีจีกำลังสร้างขึ้น โดยมีเอคเซนเชอร์ ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี Blockchain ในระดับสากลเป็นผู้ร่วมพัฒนาและพร้อมสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมร่วมกับ ดิจิทัล เวนเจอร์ส อย่างต่อเนื่อง

นายอรพงศ์ กล่าวว่า เราคาดหวังว่าแพลตฟอร์ม B2P จะช่วยให้เอสซีจีและคู่ค้าประหยัดทรัพยากรต่างๆ ได้ตลอดทั้งกระบวนการ อาทิ จำนวนกระดาษ ความรวดเร็ว กระทั่งส่งผลให้มีต้นทุนทางธุรกิจที่ลดลง และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อแพลตฟอร์มนี้ได้ถูกขยายขอบเขตการใช้งานสู่ทุกหน่วยงานในเอสซีจี

นอกจากนี้ยังนับเป็นอีกก้าวสำคัญของดิจิทัล เวนเจอร์ส ที่มุ่งมั่นศึกษาเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการเงินของประเทศ โดยครั้งนี้ได้นำเทคโนโลยี Blockchain มาประยุกต์ใช้กับบริการทางการเงิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรธุรกิจภาคเอกชน

ที่มีเครือข่าย Supply Chain จำนวนมาก และในอนาคตจะผลักดันให้ B2P ผนวกเป็นหนึ่งเดียวกับระบบนิเวศทางธุรกิจ และเปิดให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป