sdr

กรมการข้าวตรวจรับรองเมล็ดพันธุ์ข้าวผ่านโมบายแอป

ถ้าไม่คลุกคลีกับวงการเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหรือปลูกข้าวเอง ก็คงจะไม่รู้จักเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ที่กรมการข้าวมีนโยบายผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีมีคุณภาพและเพียงพอต่อความต่อการใช้ของชาวนา โดยได้ทำการพัฒนาส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ

ให้กับสมาคม ชมรมผู้ประกอบการรวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว สหกรณ์การเกษตร ศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มเกษตรกรธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว ให้มีการผลิตตามแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) และนำเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ขยายไปสู่ชาวนาต่อไป

ล่าสุดกรมการข้าว โดยกองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบ e – Rice Regulator System : e – RRS สำหรับตรวจติดตามสถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว

และระบบฐานข้อมูลการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e – GAP Seed : e – GS) ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท บิซโพเทนเชียล จำกัด เพื่อตรวจประเมินตามหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าว

โดยนำมาใช้กับแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว (ระดับแปลง) การปรับปรุงสภาพและคัดบรรจุ (ระดับสถานที่รวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า) และระบบควบคุมภายใน : ICS (ระดับกลุ่ม) เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบรับรองมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าว การตรวจสถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว

ข้าว

เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เชื่อถือในระบบคุณภาพและมาตรฐานของเมล็ดพันธ์ข้าวของไทย ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพดี เป็นผลให้เกิดการพัฒนาและยกระดับการผลิตข้าวคุณภาพดีของประเทศไทยต่อไป

นายประสงค์ ทองพันธ์ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ กรมการข้าว กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หากเกษตรกรได้ใช้เมล็ดพันธุ์ตั้งต้นที่ดีมีคุณภาพ ผลผลิตข้าวที่ออกมาก็จะมีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นการเพิ่มโอกาสและรายได้ให้กับเกษตรกร

โดยในปี 2562 กรมการข้าวมีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพและให้การรับรองตามมาตรฐาน GAP Seed ด้วยการพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของกลุ่มเกษตรกร 2,500 แปลง

พัฒนาสถานที่รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ 100 แห่ง พัฒนาระบบควบคุมภายใน (ระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวแบบกลุ่ม) 30 กลุ่ม ซึ่งคาดว่าจะได้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจำนวน 25,000 ตัน

“ปัจจุบันความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ใช้เพาะปลูกอยู่ที่ปีละ 1,398,492 ตัน โดยเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองปีละประมาณ 685,261 ตัน คิดเป็น 49% ของปริมาณความต้องการใช้ทั้งหมด ขณะที่ส่วนที่เหลืออีก 713,231 ตัน หรือ 51% เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรต้องซื้อหา

ทั้งจากกรมการข้าว สหกรณ์การเกษตร ศูนย์ข้าวชุมชน ผู้ประกอบการ ผู้รวบรวมรวบผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวและซื้อจากเพื่อนบ้านในท้องถิ่น นอกจากนี้กรมการข้าวยังมีส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไว้ใช้เอง ภายใต้โครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ในครัวเรือน โครงการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี เป็นต้น”

ข้าว

ขณะนี้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวมีอยู่ 24 ศูนย์ สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ 80,000 ตันต่อปี การจะไปตั้งศูนย์ดังกล่าวทั้งประเทศต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก กรมการข้าวจึงเล็งเห็นศักยภาพเอกชนที่มีความพร้อมมากกว่า และการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับเมล็ดพันธ์ต้องให้เอกชนช่วยเหลือ

โดยรัฐจะสนับสนุนให้เอกชนเรื่องความรู้ เทคโนโลยี ความเข้าใจด้านกฏหมาย ตลอดจนหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกรมการข้าวจะทำงานเป็น 2 บทบาท ทั้งการพัฒนาส่งเสริม การผลิต การตลาด และสร้างเครือข่ายให้ผลิตด้วยความปลอดภัย

ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการสนับสนุนเอกชนที่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์มาตรฐานได้แล้ว 55 สถานประกอบการ และตั้งเป้าหมายในปี 2562 เพิ่มเป็น 100 ผู้ประกอบการ โดยจะเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำฐานข้อมูล และประมวลผล