เด็กเรียนรู้การเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถเพียงลำพัง

ฮอนด้า ฝึกจิตสำนึกเด็กอนุบาล ส่งต่อวินัยจราจร

การเรียนรู้ด้วยการทำให้เขาเห็นและได้ลองทำตาม เป็นสิ่งสำคัญที่จำทำให้เด็กเกิดการจดจำได้มากกว่าการสอนแบบทฤษฎีและไม่มีภาคปฏิบัติให้ทดลอง โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนนที่ในปีหนึ่งๆ ได้คร่าชีวิตของเด็กไปทั้งความประมาทของผู้ขับขี่ที่เป็นผู้ใหญ่เอง

หรือไม่ก็เพราะขาดความระมัดระวังและไร้เดียงสาของตัวเด็ก จนเป็นที่มาของโครงการ Honda Road Safety for Kids ที่ไม่ได้เน้นแค่สอน แต่เน้นให้ลองทำเสมือนเหตุการณ์จริง

“ปีนี้จะเน้นรูปแบบปฏิบัติจากเมื่อปีที่แล้วเน้นแต่ทฤษฏี สอนเรื่องพื้นที่อันตรายรอบตัวรถ บริเวณไหนห้ามยืน เดินออกจากรถแล้วต้องเดินไปทางไหน สอนว่าหกล้มแล้วเจ็บ ถ้าเขาไม่ระวังก็อาจจะโดนรถชนและจะเจ็บกว่าการล้ม สอนให้ข้ามถนนแบบต้องยกมือขึ้น

เพราะเด็กตัวเล็กรถจะมองให้เห็น สอนให้มองคนขับรถว่าเขามองเราอยู่ไหมต้องสบตากัน เพื่อให้มั่นใจว่าเขาเห็นเรา ก่อนที่จะมาทำเป็นถนนจำลอง มีม้าลาย สะพานลอย แล้วสอนเด็กว่าถ้าเจอ 2 อย่างนี้ เด็กต้องเลือกสะพานลอยก่อนนะ

นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องสัญญาณจราจร เช่น ไฟเหลือง ก็จะให้ชวนให้เด็กเตือนผู้ปกครองให้ชะลอแทนที่จะเหยียบคันเร่ง จำลองเหตุการณ์ให้เด็กเห็นว่าถ้าเราอยู่นอกรถ เราจะไม่เห็นเด็กตัวเล็กติดอยู่ในรถ เพื่อให้เขารู้ว่าเวลาที่ติดอยู่ในรถแล้วต้องทำอย่างไร

สอนต้องกดแตรแรงๆ เพราะแตรแข็ง บีบจนกว่าจะมีคนมาเห็น มาช่วย นอกจากนี้ยังมีหนังสือแจกให้เด็กเพื่อให้ผู้ปกครองอ่านให้เด็กฟัง ซึ่งผู้ปกครองก็จะได้เรียนรู้ไปด้วย”

ฮอนด้า
เด็กๆเรียนรู้สัญญาณไฟจราจร

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฎิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้ามองว่าการเป็นผู้ผลิตรถต้องรับผิดชอบด้านการขับขี่ปลอดภัยด้วย

ดังนั้นที่ผ่านมาจึงได้จัดเริ่มดำเนินการรณรงค์และเผยแพร่กิจกรรมขับขี่ปลอดภัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป

ภายใต้โครงการ “เมืองไทยปลอดภัย” (Safety Thailand) เพื่อก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ของฮอนด้าที่ต้องการสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) ภายในปี 2030

ในปี พ.ศ. 2537 ได้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 จึงได้เปิดศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยด้านรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้มาตรฐานแห่งแรกในประเทศไทย

และภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ขึ้น จนถึงปัจจุบัน มีผู้ผ่านการอบรมขับขี่ปลอดภัยด้านรถยนต์กับฮอนด้ารวมทั้งหมดกว่า 77,733 คน ตั้งเป้าภายในปี 2019 จะได้ 100,000 คน

พ.ศ. 2556 ฮอนด้าได้ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดตั้งโครงการ “Honda Dream Road ถนนในฝัน…ถนนปลอดอุบัติเหตุ” เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเป็นรูปธรรม

ฮอนด้า
เด็กๆเรียนรู้การข้ามถนนอย่างปลอดภัยผ่านถนนจำลอง

ซึ่งการอบรมเน้นการให้ความรู้กับคน (Human) เป็นหลัก เพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด โดยจัดการอบรมให้กับลูกค้าฮอนด้า บุคคลทั่วไป ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในองค์กรต่างๆ ของภาครัฐ อาทิ เจ้าหน้าที่ พลขับรถยนต์ กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3

จนมาถึงโครงการ Honda Road Safety for Kids ก็เป็นหนึ่งในการรณรงค์ดังกล่าวด้วย โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นโครงการที่จัดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 3 รวมเยาวชนเข้าร่วมโครงการฯ รวมแล้วกว่า 2,667 คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

ได้แก่ กลุ่มเยาวชนอายุ 3-6 ปี, อายุ 7-14 ปี และอายุ 15-18 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและปลูกฝังวินัยจราจรให้กับเยาวชน โดยริเริ่มพัฒนาหลักสูตร ที่เน้นให้เยาวชนสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้โดยง่าย ผ่านการจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เยาวชนได้ฝึกการแก้ไขปัญหาและการเอาตัวรอด อันจะสามารถนำไปใช้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินได้

ล่าสุดได้จัดอบรมให้กับเด็กในระดับชั้นอนุบาล 1 – 3 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวนกว่า 500 คน โดยเลือกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

นำไปสู่การสัญจรบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นตามมา รวมถึงศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุระบุว่าเป็นจังหวัดที่ติดอันดับ 1 ใน 5 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุดอีกด้วย

“ฮอนด้าได้โดยออกแบบหลักสูตรครอบคลุมทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ ให้ง่ายต่อการเรียนรู้และการจดจำของเด็กแต่ละช่วงวัย รวมถึงสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิ การใช้ถนนและการข้ามถนนอย่างปลอดภัย พื้นที่อันตรายรอบตัวรถ การขึ้น-ลงรถ

ฮอนด้า
เด็กเรียนรู้การเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถเพียงลำพัง

และการโดยสารรถอย่างปลอดภัย การขี่จักรยานอย่างปลอดภัย รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อต้องติดอยู่ในรถเพียงลำพัง การปฏิบัติตนให้มีความปลอดภัย เมื่ออยู่บนทางเท้าหรือถนน การโดยสารรถอย่างปลอดภัย การฝึกการฟังเสียงจากยานพาหนะต่างๆ

เช่น เสียงรถพยาบาล เสียงรถดับเพลิง พร้อมคำแนะนำสิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว การเรียนรู้เรื่องสีของเสื้อผ้า ที่สามารถมองเห็นได้ง่ายในที่มืด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนในเวลากลางคืน เป็นต้น”

อาจารย์ปัญญา สกุลปั้นทรัพย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนปรินส์-รอยแยลส์วิทยาลัย กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นการสร้างทักษะในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับเด็กทำให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการจำลองสถานการณ์ต่างๆ

ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กจดจำได้ง่าย เช่น การโดยสารรถยนต์ การใช้ถนนอย่างปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อนเกิดเหตุ ทั้งยังสามารถต่อยอดความปลอดภัยไปยังครอบครัว เพราะเด็กสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปเล่าให้ผู้ปกครองฟัง

ซิสเตอร์ ดร.มาลีรัตน์ บุญอนันตบุตร รองผู้อำนวยการรับผิดชอบแผนกปฐมวัย โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ กล่าวว่า โครงการนี้นับว่าสอดคล้องกับการเรียนการสอนของโรงเรียน ที่มีการจัดการเรียนรู้ภายในห้องเรียน โดยทุกวันเด็กจะได้เรียนรู้จักการเดินทางด้วยยานพาหนะต่างๆ

ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งโครงการนี้จะทำให้เด็กได้สัมผัสประสบการณ์จากสถานการณ์จำลอง เพื่อจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดให้กับเด็ก นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนอีกด้วย

นายพิทักษ์ กล่าวว่า แผนการดำเนินงานโครงการ ”Honda Road Safety for Kids” ในปี พ.ศ. 2561 โครงการฯ มุ่งเน้นที่จะขยายการอบรมไปสู่สถานศึกษาทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีการใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก และวางแผนครอบคลุมทุกภูมิภาคภายในปีนี้

สำหรับโรงเรียนและสถานศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า หรือโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ