วิธีเรียนรู้ความคิดของ AI ก่อนธุรกิจจะผิดพลาด

Hits: 40

การใช้งาน Artificial Intelligence หรือ AI ยังเป็นเรื่องที่องค์กรส่วนใหญ่กังวลว่าจะเกิดการผิดพลาดหากปล่อยให้ระบบทำงานเอง เพราะไม่ว่าจะเป็น AI หรือแมชชีนเลิร์นนิงต่างๆ ก็มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้เช่นกัน

ซึ่งไอบีเอ็มได้เปิดให้บริการซอฟต์แวร์ IBM Trust and Transparency เพื่อตรวจสอบที่มาของการตัดสินใจของระบบ AI ลดความเอนเอียงในการตัดสินใจของระบบลง และช่วยให้ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารการตัดสินใจที่มาจากระบบ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI ตลอดเวลา

ผลการศึกษาผู้บริหารระดับสูง 5,000 คนจากรายงาน IBM Institute for Business Value AI 2018 Report ล่าสุด ชี้ให้เห็นทิศทางและมุมมองที่เปลี่ยนไปของผู้นำองค์กรที่มีต่อการนำ AI มาขับเคลื่อนและสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ

กล่าวคือ 82% ขององค์กรและ 93% ขององค์กรที่มีผลประกอบการดี กำลังมองถึงการนำ AI มาใช้เพื่อสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ ในขณะที่ 60% ของผู้บริหารยังกังวลถึงความรับผิดชอบที่ต้องเกิดตามมาจากปัญหาต่างๆ ของระบบ AI

ขณะที่ 63% ยังขาดบุคลากรด้าน AI นอกจากนี้ด้วยข้อจำกัดในการทำความเข้าใจที่มาของการตัดสินใจหรือการให้คำแนะนำของแอปพลิเคชัน AI หรือแมชชีนเลิร์นนิงต่างๆ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญขององค์กรที่กำลังมองถึงการนำระบบ AI มาใช้

โดยบริการซอฟต์แวร์บนไอบีเอ็มคลาวด์ เป็นเทคโนโลยี IBM Trust and Transparency ที่ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าใจปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ AI รวมถึงเหตุผลเบื้องหลังการแสดงระดับความมั่นใจของระบบ เพื่อป้องกันการป้อนชุดข้อมูลและโมเดลแมชชีนเลิร์นนิงต่างๆ ที่ทำให้การทำนายของระบบมีความเอนเอียง

ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญหากต้องตรวจสอบที่มาของการตัดสินใจของระบบ AI โดยสามารถแสดงที่มาของการตัดสินใจของระบบ AI ได้อัตโนมัติในขณะที่ระบบทำงาน

และยังสามารถเสนอแนวทางการปรับชุดข้อมูลเพื่อลดความเอนเอียงในการตัดสินใจของระบบลง เพิ่มความสามารถในการตรวจสอบและสร้างความมั่นใจการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในองค์กร

การอธิบายที่ระบบแนะนำจะอยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ผ่านแดชบอร์ดที่แสดงให้เห็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของระบบ AI ทั้งในทิศทางที่ระบบแสดงออกมาและในทิศทางตรงกันข้าม พร้อมระบุที่มาของคำแนะนำต่างๆ

รวมถึงปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังระดับความมั่นใจนั้นๆ ระบบยังสามารถบันทึกความถูกต้องเที่ยงตรงของโมเดลต่างๆ ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบและเรียกดูข้อมูลย้อนหลังหากต้องการตรวจสอบปัญหาการบริการลูกค้าหรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายต่างๆ เช่น GDPR เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารการตัดสินใจที่มาจากระบบ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI ตลอดเวลา พร้อมกันนี้ไอบีเอ็มยังได้เปิดส่วนงานให้คำปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำด้านการออกแบบกระบวนการธุรกิจและการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรและระบบ AI เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากความเอนเอียงในการตัดสินใจของระบบ

นายกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจคลาวด์และโซลูชัน บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ไอบีเอ็มให้ความสำคัญในการกำหนดหลักการและจริยธรรมด้าน trust และ transparency สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ของลูกค้า

จึงได้นำเสนอบริการซอฟต์แวร์นี้ขึ้นมาเพื่อช่วยสร้างความโปร่งใสและช่วยป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการตัดสินใจผิดพลาดของระบบขององค์กรที่นำ AI มาใช้ซึ่งจะสามารถอธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจ

รวมถึงตรวจสอบความเอนเอียงของการตัดสินใจของระบบ AI ได้ในขณะที่ระบบกำลังทำงาน ทำให้สามารถตรวจจับผลลัพธ์ที่เอนเอียงได้ในขณะที่กำลังเกิดขึ้น นอกจากนี้ระบบยังสามารถแนะนำว่าควรเพิ่มเติมชุดข้อมูลใดเพื่อลดความเอนเอียงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

“IBM Trust and Transparency บน IBM Cloud ได้รับการพัฒนาขึ้นจากเฟรมเวิร์คด้านแมชชีนเลิร์นนิ่งหลายรูปแบบ บนสภาพแวดล้อม AI เช่น Watson, Tensorflow, SparkML, AWS SageMaker และ AzureML ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ในการควบคุมเฟรมเวิร์คของระบบ AI ต่างๆ ที่องค์กรนิยมใช้

โดยองค์กรสามารถตั้งค่าบริการซอฟต์แวร์ดังกล่าวให้ตรวจสอบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของเวิร์คโฟล์วธุรกิจแบบต่างๆ ที่ตนมีได้”

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยไอบีเอ็มยังได้จัดทำชุด IBM AI Fairness 360 toolkit สำหรับคอมมิวนิตี้โอเพนซอร์ส โดยจะเป็นคลังที่รวบรวมอัลกอริธึม โค้ด และบทเรียนต่างๆ เพื่อเป็นองค์ความรู้และเครื่องมือให้แก่นักวิชาการ นักวิจัย และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลในการผนวกระบบตรวจจับความเอนเอียงเข้ากับโมเดลแมชชีนเลิร์นนิงที่พัฒนาขึ้น

โดยเครื่องมือและบทเรียนต่างๆ ในคอมมิวนิตี้โอเพนซอร์สจะเน้นไปที่การตรวจสอบความเอนเอียงในการเทรนข้อมูล ขณะที่ชุด IBM AI Fairness 360 toolkit ที่พัฒนาโดยศูนย์วิจัยไอบีเอ็มจะสามารถตรวจสอบและแนะนำแนวทางการแก้ไขความเอนเอียงของโมเดล AI ได้ด้วย และไอบีเอ็มยินดีเปิดให้คอมมิวนิตี้โอเพนซอร์สต่างๆ เข้ามาร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีนี้ร่วมกัน

ที่ผ่านมาไอบีเอ็มได้นำโซลูชัน AI ที่ชื่อ Watson เข้าเสริมศักยภาพลูกค้ากว่า 16,000 ราย ใน 20 อุตสาหกรรม ใน 80 ประเทศ ครอบคลุม 7 ใน 10 บริษัทด้านยานยนต์ และ 8 ใน 10 บริษัทด้านน้ำมันและก๊าซที่ใหญ่ที่สุด ไอบีเอ็มเป็นผู้นำแพลตฟอร์มค็อกนิทิฟและ AI ตามการจัดอันดับของไอดีซี