ช้อปปี้ เผยยังไม่คิดหารายได้จากไทย ขอขยายฐานสมาชิกก่อน

Hits: 600

ช้อปปี้ (shopee) เผยพร้อมที่จะทำตลาดในเมืองไทยอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่มีแนวคิดที่จะสร้างรายได้เพราะต้องการขยายฐานสมาชิกให้มากขึ้นก่อน ชี้ไตรมาส 3 ที่ผ่านมาได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องและจะเพิ่มขึ้นอีกในไตรมาสที่ 4 เผยแคมเปญ “Shopee 9.9 Mobile Shopping Day” สำเร็จเกินเป้าหมาย

มร.เทอเรนซ์ แพง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ช้อปปี้ (shopee) กล่าวว่า ชอปปี้ทำตลาดในเมืองไทยมาประมาณ 1.5 ปี แล้ว ขณะนี้กำลังเติบโตไปได้ดี แต่ต้องการขยายฐานสมาชิกทั้งผู้ซื้อและผู้ขายให้ได้ก่อนที่จะคิดสร้างรายได้ โดยช้อปปี้มีแผนที่จะขยายกลุ่มผู้ขาย และสินค้าให้หลากหลาย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้กว้างขึ้น

รวมไปถึงต้องการให้แบรนด์สินค้าและผู้ขายรายย่อยได้ขยายกลุ่มลูกค้า และเติบโตในธุรกิจโมบายคอมเมิร์ซ (Mobile commerce) ด้วยการสร้างและพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานชาวไทยให้มากขึ้น โดยได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังได้จับมือกับพาร์ตเนอร์ในการทำตลาดร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนลูกค้าระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้การทำธุรกิจเป็นแบบวินวินทั้งสองฝ่าย

สำหรับในประเทศไทย ช้อปปี้มียอดดาวน์โหลดแล้ว 8 ล้านครั้ง มีผู้ขายมากกว่า 400,000 ราย และมีสินค้าทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านรายการ ปัจจุบันช้อปปี้ประเทศไทยมีจำนวนพนักงานมากกว่า 250 คน และจะเติบโตขึ้นอีกหลังจากนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของแพลตฟอร์ม ซึ่งขณะนี้พร้อมแล้วที่จะทำตลาดอย่างจริงจัง โดยจะเริ่มเห็นตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป

ทั้งนี้เมื่อรวมยอดขายที่เกิดบนแพลตฟอร์มตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2558 ของช้อปปี้ทั้ง 7 ประเทศนั้น ขณะนี้มีมากกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดยมีการดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง และมีสินค้ามากกว่า 100 ล้านรายการ

“ช้อปปี้ประเทศไทยยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์ม เพื่อตอบสนองประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ใช้ง่าย ปลอดภัย และรวดเร็ว ช้อปปี้ตั้งเป้าที่จะเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ครบวงจรสำหรับผู้ใช้งานทุกคนในประเทศไทย ในอนาคตอันใกล้นี้”

มร.เทอเรนซ์ กล่าวว่า ล่าสุดการจัดแคมเปญอย่าง “Shopee 9.9 Mobile Shopping Day” เทศกาลช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ที่ช้อปปี้ได้ลงทุนไปถึง 200 ล้านบาท ได้สร้างสถิติใหม่ โดยมียอดสั่งสินค้าเพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า และมียอดผู้เข้าชมสินค้าต่อวันเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่าภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีผู้ขายกว่า 30,000 รายเข้าร่วมแคมเปญ โดยภายใน 24 ชั่วโมงของการขาย มีลูกค้าทั่วไปซื้อสินค้าเป็นจำนวนสูงสุดถึง 218 ชิ้น

ช้อปปี้

โดยประเภทสินค้ายอดนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ สุขภาพและความงาม มือถือและอุปกรณ์เสริม และเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิง ในขณะที่สินค้ายอดนิยม ได้แก่ อายแชโดว์ชนิดแท่ง เสื้อยืด และสายชาร์จแบบเร็ว ตามลำดับ และมีจำนวนแชตระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการซื้อสินค้า (Live Chat) ทั้งหมด 7 ล้านครั้ง ทั่วภูมิภาค ซึ่งผู้ซื้อใช้เวลาบนแพลตฟอร์มของช้อปปี้โดยเฉลี่ย 21 นาที ในการพิจารณาข้อเสนอพิเศษจากแบรนด์และผู้ขายชั้นนำ อาทิ บิ๊กซี, Baby Love และ J.I.B.เป็นต้น

“การชอปปิงบนโมบายยังคงเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในเซาท์อีสต์เอเชียกว่า 50% ใช้ผ่านมือในการซื้อขาย และเป็นเทรนด์ที่ค่อนข้างชัด และคาดว่าจะมากขึ้นไปอีก เราต้องการเป็นอันดับ 1 เป็นวันสต็อปชอปปิงอันดับ 1 ในเมืองไทย ซึ่งในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา เรามีการลงทุนมาทางด้านแคมเปญต่างๆ มากขึ้น และจะมีการทำอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปลายปีนี้”