อ่านก่อนไป Digital Thailand Big Bang 2017

เรียกได้ว่าเป็นงานแห่งความคาดหวังของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกันเลยทีเดียวสำหรับ Digital Thailand Big Bang 2017
เพราะงานนี้กระทรวงดีอีปั้นให้เป็นงานมหกรรมการแสดงนิทรรศการนานาชาติเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นก่อนที่จะไปเห็นกับตา เราต้องมาดูก่อนว่าเขามีอะไร
วัตถุประสงค์ของการจัดงานนั้น ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) บอกว่า การจัดงานนี้จะเน้นการแสดงถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนประเทศให้มีความแข็งแกร่ง ตั้งแต่ระดับฐานราก
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันการเดินหน้าปฎิรูปประเทศไทยไปสู่เป้าหมายของการเป็นดิจิทัลไทยแลนด์ ตามนโยบายของรัฐบาล
Big Bang 2017
สำหรับผู้ที่รักการสรรหาความรู้ งานนี้จะมีการสัมมนาจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าของประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ นายเจฟ ฮอฟแมน ผู้ร่วมก่อตั้ง Priceline มหาเศรษฐีวงการสตาร์อัพ เจ้าพ่อวงการสื่อและเจ้าของสตาร์ทอัพหลายแห่งจากอเมริกา
พร้อมด้วย นายราฟาเอโล ดิแอนเดรีย พ่อมดแห่งโดรน นายแอนโทนี บาร์การ์ กูรูด้านภัยไซเบอร์ซิเคียวริตี้ระดับโลก ที่จะมาให้ความเกี่ยวกับ สแปม มัลแวร์ และอันตรายต่างๆบนโลกดิจิทัล
ด้านนายแอนโทนี่ บาร์การ์ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมและความมั่นคงภายในของสหรัฐอเมริกามาร่วมพูดคุยแนะนำวิธีป้องกันภัยไซเบอร์ วาระสำคัญระดับชาติของยุคไทยแลนด์ 4.0
รวมทั้งสำรวจทุกแง่มุมใหม่อันน่าสนใจของธุรกิจการท่องเที่ยวยุคดิจิทัลไปกับประสบการณ์ของ Airbnb การบรรยายหัวข้อ “Reimagining the Travel Industry “ โดย Robin Kwok  ผู้จัดการประจำประเทศ- Airbnb เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน
 Big Bang 2017
สำหรับไฮไลต์หลักๆ นั้นงานนี้แบ่งเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนแรกพบกับสตาร์ทอัพมากกว่า 15 ประเทศทั่วโลกร่วมแสดงออกบูธที่นายโจนาธาน ออร์ทแมนส์ (Jonathan Ortmans) ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง Global Entrepreneurship Network (GEN) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำหน้าที่สร้างเครือข่ายของสตาร์อัพใน 165 ประเทศทั่วโลกนำมาแลกเปลี่ยนสมองกัน และร่วมกิจกรรม Pitching
และสัมผัสหุ่นยนต์ Transformer ที่บุกมาถึงประเทศไทยเพื่อท้าดวลกับหุ่นยนต์ยักษ์ไทย นับเป็นการทัวร์ครั้งแรกในเอเชียของหุ่นยนต์ transformer ใครจะเจ๋งกว่าใครต้องไปชม
โซนที่ 2. Digital Ecosystem เราจะได้พบกับ “Digital Community and Smart City” รวมทั้งตื่นตาตื่นใจกับ Future City Mapping การจำลองเมืองอัจฉริยะผ่านเทคนิคการฉายภาพหลายมิติลงบนเมืองจำลอง แสดงนวัตกรรมดิจิทัลตามนโยบายของรัฐบาลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยทั้งในเมืองและชนบท
พร้อมกันนี้ยังมีผู้ประกอบการชั้นนำด้านนวัตกรรมของญี่ปุ่นกว่า 12 รายร่วมแสดงผลงานไฮเทคใน Japan pavilion ใครอยู่สายเจป๊อบเจร๊อคไม่ควรพลาด
โซนที่ 3 ร่วมสัมผัสกับ Experience Digital Park คือการสร้างดิจิทัลพาร์คในฝันบนกระบะทรายอินเตอร์แอคทีฟ นวัตกรรมแสนสนุกที่ให้ทุกคนได้ลองใส่ไอเดีย ออกแบบพื้นที่
 Big Bang 2017
ซึ่งรวมดิจิทัลอคาเดมี แหล่งที่อยู่อาศัยอัจฉริยะ และพื้นที่แห่งนวัตกรรมดิจิทัลไว้ด้วยกัน พร้อมเรียนรู้เรื่องราวความน่าสนใจของดิจิทัลพาร์คแห่งแรกของประเทศ
และโซนสุดท้าย Digital Playground พบกับ VR Sphere อีกหนึ่ง Super Innovation ฝีมือคนไทยต้นแบบโซลูชันด้าน VR ที่ไปไกลกว่าแค่แว่นสวมหัว
เพราะเป็นเก้าอี้ VR ที่สามารถขยับตามปฏิสัมพันธ์ในโลกเสมือนได้ทุกประการให้ความรู้สึกเสมือนว่าอยู่ในโลก VR จริงๆ (หมุนได้ เอียงได้ สั่นได้) สามารถบังคับยานให้เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ใครหลงใหลในความเสมือนต้องจัด
ส่วนใครที่ชอบชิงความเป็นที่ 1 ชอบวัดฝีมือในเกม งานนี้ได้จัดให้มีการแข่งขันเกม RoV เกมแนว MOBA บน smartphone ที่กำลังได้รับความนิยมและกระแสแรงมากที่สุดในปัจจุบัน
ซึ่งนักเรียนนักศึกษาและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าร่วมเวิร์คช็อปเกี่ยวกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและดิจิทัลมาไว้ให้เรียนรู้ครบภายใน 1 วัน อาทิ เวิร์คช็อป micro:bit, Drone,
และหุ่นยนต์บังคับมือแบบพื้นฐานด้วยชุด Relay Rover พร้อมทั้งแข่งขันบังคับหุ่นยนต์เจาะลูกโป่งแบบขำๆ
นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันทางด้านดิจิทัล อาทิ การแข่งขันโดรน แข่งขันหุ่นยนต์ Rescue challenge ประกวดสิ่งประดิษฐ์ด้าน IoT และการแข่งขัน eSports เกม LOL (LEAGUE OF LEGENDS) และเกมที่กำลังเป็นกระแสมากที่สุดในมือถือตอนนี้ อย่างเกม “RoV”
พร้อมกันนี้ยังมีการมอบรางวัล PM Digital Awards เพื่อสร้างแรงจูงใจผู้ได้รางวัลมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานที่แสดงถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี 5 รางวัล
จบการเดินในโซนต่างๆ แล้ว
ถ้ายังไม่เมื่อยก็เดินต่อ แต่ถ้าเหนื่อยก็พักแล้วเดินต่อ เพราะบูธของเอกชนก็น่าสนใจเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นบูธด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากเอไอเอส ชูไฮไลท์  NBIOT Next G และ Digital For Thais เพื่อคนผู้เข้างานได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แท้จริงของการใช้งาน
Big Bang 2017
AIS Digital For Thais ที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปเพิ่มความแข็งแกร่งใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสาธารณสุข (อสม.ออนไลน์) ด้านการเกษตร (ผู้ประกอบการ OTOP) ด้านการศึกษา และด้าน Digital Start Up ให้ได้เข้าถึงโอกาสต่าง ๆ และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างชุมชนเมืองกับชนบท
AIS Next G เทคโนโลยีเครือข่ายล่าสุดที่เอไอเอสร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการเครือข่ายจากเกาหลีใต้ มอบความเร็วให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมือถือความเร็วสูงสุด 1 Gbps  เป็นเรายแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้วยเทคโนโลยีการควบรวมที่ดีที่สุดของ LTE Advanced บนคลื่นความถี่มือถือบวกกับ AIS SUPER WiFi ความเร็วสูง เพื่อนำคุณสู่ยุค Gigabit Network เพื่อทุกโอกาสที่คุณต้องการ
NBIOT หรือ เครือข่าย Narrow Band – Internet of Things
โดย AIS ประกาศเป็น เครือข่ายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พัฒนาสู่ Narrowband IoT (NB-IoT) มาตรฐานระดับโลก ที่พร้อมรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์และบริการแบบ IoT ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานระดับสากล
แบบพร้อมให้บริการได้ทันที หรือ LIVE Network ทั้งหมดนี้จะเจ๋งแค่ไหน ต้องไปติดตาม
มาทางด้านกลุ่มทรูกันบ้าง งานนี้นำระบบนิเวศสมบูรณ์แบบครบวงจร เพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพ สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ และช่วยให้สตาร์ทอัพใช้ชีวิตได้สมาร์ทยิ่งขึ้น
โดยได้จำลองบรรยากาศ True Digital Park ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล (Digital Hub) ของไทย และแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ลงทุนโดยภาคเอกชน เน้นจุดเด่น  World-Class Co-Working Space และศูนย์รวมหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เข้ามาตั้งสำนักงาน
ทั้งบริษัทข้ามชาติ (Multinational Tech Enterprise) เหล่าเทคสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ กลุ่ม SME, R&D ของมหาวิทยาลัย และศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์
พร้อมทั้งมี Digital Service Platform รองรับการทำธุรกิจ ทั้ง Cloud, e-Commerce และ e-Payment และเชื่อมโยงทุกคนในสังคมให้มีอิสรภาพในโลกดิจิทัลแบบไร้ขีดจำกัด
นอกจากนี้ยังได้กระทบไหล่บริษัท True Axion, Ascend Group และสร้างเครือข่ายกับเหล่าสตาร์ทอัพ  One Stop Government Service ศูนย์ปรึกษาด้านการลงทุนและการทำงานในประเทศไทย
True Robotic สัมผัสนวัตกรรมหุ่นยนต์และเทคโนโลยีสุดล้ำ ทั้งหุ่นยนต์ NAO (นาโอะ) และหุ่นยนต์ Robotis Mini นอกจากนี้ยังแสดงการใช้ชีวิตสมาร์ท กับ Smart Solution จาก True IoT ที่จะทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น Smart Metering, Smart Home, Smart Security และ Smart Transportation
และที่ขาดไม่ได้กับเวทีล่าฝันของเหล่าสตาร์ทอัพกับโครงการประกวดโมบายล์ แอพพลิเคชัน “True Incube Thailand Mobile App. Challenge” ชิงรางวัลเงินทุนสนับสนุน รวมมูลค่า 2 ล้านบาท
รวมทั้งยังได้พบกับเหล่ากูรูในด้านต่างๆ ที่มาร่วมเปิดประสบการณ์และมุมมองใหม่ เจาะลึกเทคโนโลยีสุดล้ำที่กำลังเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตในอนาคต ทั้ง Cloud, Robotics, IoT และ Game Development
พร้อมเวทีจำลองรายการ The Innovation StartUp by True Digital Park เรียลิตี้โชว์ ตีแผ่ธุรกิจชีวิตจริงของสตาร์ทอัพหน้าใหม่ที่ใฝ่ฝันสร้างธุรกิจด้วยตัวเอง
สำหรับ CAT หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) งานนี้ได้ออกบูธภายใต้แนวคิด “Digital Transformation Thailand” โดยจัดแบ่งพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยี ออกเป็น 3 โซน ได้แก่
โซน Smart Living โซน Innovation และ โซน IOT (Internet of Things)
ในแต่ละโซนจะนำเสนอข้อมูล พร้อมสาธิตรูปแบบการให้บริการต่างๆ ผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิตอล อาทิ จักรยานอัจฉริยะ ปลดล็อกด้วยการสแกน QR Code,
Smart Street Light ระบบบริหารจัดการจ่ายไฟฟ้าผ่านระบบเครือข่ายไร้สาย เป็นต้น ซึ่งเป็นการจำลองและสะท้อนภาพรวมของ Smart City ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้เป็นอย่างดี
ทั้ง 3 รายนี้เป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้นที่เหลือคงต้องให้ไปค้นฟ้าคว้าดาวกันเอาเอง งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 21-24 กันยายน 2560นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
ส่วนใครที่ยังลังเลว่าจะไปหรือไม่ไปดีเพราะกลัวเรื่องการเดินทาง ก็โล่งใจไปได้ระดับหนึ่ง เพราะสำหรับผู้ที่เข้าร่วมชนงานสามารถรับสิทธิพิเศษในการเดินทางไปกับ Grab Taxi ด้วยการรับส่วนลดค่าบริการ 100 บาท
เพียงใส่รหัสส่วนลด BBGRAB  รหัสส่วนลดนี้ใช้ได้สำหรับการใช้บริการไปหรือกลับ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีเท่านั้น แต่ต้องรีบนะเพราะมีเพียง 2,000 สิทธิเท่านั้น