“นกแอร์” เลิกเป็นโลว์คอร์สหนีขาดทุน

Hits: 134

นกแอร์ เร่งเดินหน้าตามแผนธุรกิจ มุ่งเน้นลดต้นทุนค่าใช้จ่าย-เพิ่มรายได้ ยกเครื่องการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน พร้อมปรับรูปแบบบริการเพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสาร ยกชั้นสู่ไลฟ์สไตล์แอร์ไลน์ ชูจุดเด่นสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ดึงพันธมิตรหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม มั่นใจลดขาดทุนได้ต่อเนื่อง

นายปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK กล่าวว่า การปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่ในปลายปี 2560 เพื่อพัฒนาธุรกิจของสายการบินให้มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเน้นการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ รวมทั้งมีการเพิ่มทุนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านเงินทุน

ซึ่งการดำเนินงานได้ผลตอบรับที่ดี เห็นได้จากผลงานในครึ่งแรกของปี 2561 ที่ขาดทุนลดลง 14.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เรามีรายได้รวมเพิ่มขึ้น ทั้งจากค่าโดยสารและค่าบริการ แม้ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจการบิน ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการสายการบินต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องในการรับมือกับแรงกดดันดังกล่าว”

สำหรับแผนธุรกิจของนกแอร์ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1. ลดการขาดทุน และระยะที่ 2. การสร้างความพร้อมให้มีประสิทธิภาพ แล้วเดินไปข้างหน้า ส่วนระยะที่ 3. การขยายเส้นทางบิน ตลอดจนการจัดองค์กรใหม่ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีกระบวนการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ปรับรูปแบบการบริการครั้งใหญ่ เพื่อพลิกธุรกิจจากสายการบินราคาประหยัดไปสู่การเป็นไลฟ์สไตล์ แอร์ไลน์ ที่ไม่เน้นแข่งขันด้านราคา แต่มุ่งเน้นการเสนอบัตรโดยสารและการให้บริการในรูปแบบที่ให้ผู้โดยสารสามารถเลือกสิ่งที่ตรงกับความต้องการของตัวเองได้มากที่สุด

ภายใต้แนวคิด “นกเลือกได้” หรือการร่วมมือไทยกรุ๊ป เพิ่มสิทธิพิเศษแก่ผู้โดยสารที่เป็นสมาชิกนกแฟนคลับ และสมาชิกรอยัล ออร์คิท พลัส ซึ่งผู้โดยสารจะได้รับไมล์สะสมของรอยัล ออร์คิท พลัส เมื่อเดินทางกับนกแอร์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

รวมทั้งขยายเส้นทางบินต่างประเทศเพิ่ม โดยเฉพาะเส้นทางสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือว่าได้รับผลตอบรับดีมาก มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้จัดสรรทรัพยากรเครื่องบินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการเพิ่มการใช้เครื่องบิน AIRCRAFT UTILIZATION ให้มีจำนวนชั่วโมงบินต่อลำต่อวันเพิ่มขึ้น

นายปิยะ กล่าวต่อว่า ปี 2561 ถือเป็นปีแห่งการวางรากฐานใหม่ของนกแอร์ โดยเร่งปรับปรุงพัฒนากระบวนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามแผนธุรกิจที่วางไว้ เช่น เพิ่มอัตราการใช้เครื่องบินให้คุ้มค่า

เพิ่มเส้นทางการบินไกลและเพิ่มเส้นทางบินไปต่างประเทศให้มากขึ้น ปรับปรุงเส้นทางการบินให้มีความเหมาะสมในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เป็นต้น รวมทั้งยังมุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่าย เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจด้วย

สำหรับในปี 2562 จะเป็นแผน Rebuild หรือการเริ่มต้นใหม่เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต เช่น การขยายเครือข่ายเส้นทางการบินให้ครอบคลุมภูมิภาคมากขึ้น เพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยนำจุดเด่น หรือจุดแข็งของสายการบินมาพัฒนาต่อยอดในการสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่ง

มีการจับมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้อื่นๆ รวมทั้งมองหาช่องทางการลงทุนที่เอื้อต่อธุรกิจ หรือสร้างรายได้ให้แก่สายการบิน

“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีแนวโน้มเติบโตสูงมาก ปัจจุบันนี้ผู้คนเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินมากขึ้น แต่สายการบินก็มีจำนวนมาก ทำให้มีทางเลือกเยอะเช่นกัน การแข่งขันในธุรกิจสูง

ดังนั้น นกแอร์ต้องปรับปรุงพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้น ทำให้แบรนด์แข็งแกร่ง เพื่อเป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้โดยสาร ซึ่งจากแผนธุรกิจของเราเชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจฟื้นตัวกลับมาและเติบโตได้อย่างแน่นอน” นายปิยะ กล่าวทิ้งท้าย