แคสเปอร์สกี้ แนะวิธีป้องกันภัยไซเบอร์แบบทำได้ไม่ยาก

Hits: 60

แคสเปอร์สกี้ ชี้ภัยคุกคามมีเทคนิคใหม่อยู่ตลอดเวลา ส่วนปัจจัยการเติบโตเกิดจากแข่งขันกันเองของแฮกเกอร์และการหนุนหลังของรัฐบาลบางประเทศ เผยไทยเริ่มตระหนักรู้เรื่องการโจมตีผ่านเว็บมากขึ้นและอยู่อันดับที่ 70 ของโลก ส่วนสิงคโปร์ยังคงรักษาความปลอดภัยได้ดีอยู่อันดับที่ 129 แนะทางรอดจากภัยไซเบอร์ต้องสนใจความปลอดภัยความปลอดภัยของข้อมูลตัวเองให้มากขึ้น

นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไป แคสเปอร์สกี้ แลป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ครึ่งปีหลังจะมีภัยคุกคามเทคนิคใหม่ เป้าหมายใหม่ โดยจะมีการจะขยับไปเรื่อยๆ ซึ่งครึ่งปีแรกที่ผ่านมาจะมีตัวเด่นๆ คือ ลาซารัส สัญชาติเกาหลี ที่ทำการโจมตีไฟแนนเชียล ลามไปถึงคาสิโน

ส่วนภัยคุกคามตัวอื่นที่ดำเนินการมาหลายปีแล้วก็ยังคงเล่นงานอยู่ เน้นการโจมตีพวกกงศุล สถานทูต และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีตัวโอลิมปิคเดสทรอยเออร์โจมตีเกาหลีใต้ ซึ่งคิดว่าน่าจะมาจากเกาหลีเหนือ รวมไปถึงการโจมตี Connected Device การเชื่อมต่อโมบายดีไวซ์ก็เริ่มมีมากขึ้นเช่นกัน

ปัจจัยการขับเคลื่อนให้โตคือมีรัฐบาลบางประเทศหนุนหลังด้านการเงินให้กับแฮกเกอร์เหล่านี้ การแข่งขันกันเองของแฮกเกอร์ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเมือง การแข่งขันทางธุรกิจซึ่งคู่แข่งอาจจะใช้วิธีให้แฮกเกอร์เข้าไปโจมตีคู่แข่ง รวมไปถึงการนำมือถือมาใช้ในองค์กรที่ยังมีการปกป้องไม่ดีพอ โดยข้อมูลของอุตสาหกรรมการเงินยังคงเป็นเป้าหมายใหญ่ในการโจมตี

นอกจากนี้ยังพบว่าภัยไซเบอร์มุ่งโจมตีเอเชียมากขึ้น การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการเชื่อมต่อดีไวซ์ ที่เพิ่มมากขึ้นมีส่วนให้การโจมตีทางไซเบอร์ทั่วโลกนั้นเพิ่มจำนวนสูงขึ้นมากถึง 700 เท่านับจากปี 2006 โดยตัวเลขในไตรมาสที่ 2 พบว่าประเทศไทยมีอัตราการโดนโจมตีผ่านเว็บติดอันดับ 70 ของโลก

ซึ่งนับเป็นสัญญาณดีที่แสดงถึงความตระหนักรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ของผู้ใช้ในประเทศไทยมากขึ้น ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันก็มีตัวเลขที่แตกต่างกันไป นั่นคือ อินโดนีเซียอันดับที่ 27 เวียดนามอันดับที่ 25 มาเลเซียอันดับที่ 22 ประเทศที่โดนโจมตีมากที่สุดในภูมิภาคคือ ฟิลิปปินส์ติดอันดับ 9 น้อยที่สุดคือสิงคโปร์ที่อันดับ 129 ของโลก

“ถ้าเราเข้าใจว่าการโจมตีเป็นเรื่องสำคัญเราก็จะสามารถป้องกันได้ดี การป้องกันที่ดีที่สุดคือผู้ใช้งานควรสนใจความปลอดภัยข้อมูลตัวเองให้มากขึ้น การป้องกันและเตรียมตัวรรับมือกับเรื่องเหล่านี้ก็ต้องเริ่มที่ตัวเราในการดูแลตัวเองในการป้องกันทุกสิ่ง อย่างเช่นการซื้อซอฟต์แวร์ซีเคียวริตี้เพื่อปกป้องข้อมูลในมือถือของตนเอง

ที่ผ่านมาพบว่าเราซื้อเคสใหม่แต่ไม่ได้สนใจที่จะดูแลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเลย ดังนั้นต้องตะหนักว่าข้อมูลทุกอย่างมีมูลค่าหมด อยู่ที่ว่าคนที่มาซื้อจะซื้อข้อมูลอะไร ดังนั้นการปกป้องตัวเองจึงเป็นความจำเป็นที่ควรทำเป็นอันดับแรก”