ผ่ากึ๋น “อเล็กซานดรา ไรช์” CEO ใหม่ยกเครื่องดีแทค

Hits: 1084

เข้ามารับเผือกร้อนไปเต็มๆ สำหรับ CEO หญิงคนแรกและคนใหม่ของดีแทคกับปัญหาที่ค้างคามานาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานที่กำลังจะหมดลงในวันที่ 15 กันยายนนี้
ซึ่งจะทำให้ลูกค้าของดีแทคกว่า 4 แสนรายต้องซิมดับหากสทช.ไม่ออกมาตรการเยียวยา รวมไปถึงการร่วงหล่นจากอันดับ 2 ของวงการโทรคมนาคมที่มีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา
และดูเหมือนลูกค้าจะลดลงเรื่อยๆ CEO คนใหม่จะจัดการเรื่องเหล่านี้อย่างไร ความสงสัยทั้งหมดมีคำตอบทุกอย่างแล้ว
“ส่วนตัวมีนิสัยชองการแข่งขัน และเกลียดความเป็นผู้แพ้” เป็นวลีที่ อเล็กซานดรา พูดในระหว่างการแถลงข่าวถึงจุดยืนในการนำดีแทคกลับไปสู่มาร์เก็ตแชร์ที่เคยยืนอยู่ เพราะเธอเชื่อว่าดีแทคมีศักยภาพที่จะเป็นผู้ชนะในตลาดไอ้อีกครั้งหนึ่ง
เพียงแต่ในตอนนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย โดยจะทำการปรับเปลี่ยนองค์กรใหม่
มองถึงเป้าหมายหลักที่ดีแทคจะไป ด้วยการใช้วิสัยทัศน์ที่จะมองจากข้างนอกเข้ามาข้างใน เข้าใจลูกค้ามากขึ้น โดยจะปรับปรุงกระบวนการใหม่ๆ ภายในใหม่ทั้งหมด
อเล็กซานดรา กล่าวว่า ขณะนี้ได้เริ่มได้คณะทำงานพิเศษขึ้นมาเพื่อดูแลลูกค้า ดูความต้องการโดยเฉพาะ นำเสนอบริการที่ตรงใจลูกค้าให้มากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าการทำงานในครึ่งปีหลังอาจจะเป็นเรื่องยากสักหน่อย
แต่ก็มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงจะเป็นในแนวทางที่ดีขึ้น และทำให้ดีแทคกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้อีกครั้ง
ในส่วนของประเด็นสำคัญอย่างการหมดสัญญาสัมปทานนั้น ดีแทคให้ความสำคัญกับลูกค้าก่อนโดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทานดีแทคพร้อมดูแลรับผิดชอบในช่วงสิ้นสุดสัมปทานไม่ให้ซิมดับ
และถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้ง กสทช และผู้ให้บริการ และมั่นใจว่าเราต้องได้รับอนุมัติแผนความคุ้มครองลูกค้าในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานจาก กสทช.
เพื่อลูกค้าดีแทคได้ใช้คลื่น 1800 MHz และ 850 MHz ซึ่งเป็นช่วงคลื่นเดิมของดีแทคที่หมดสัมปทานและไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน เช่นเดียวกับที่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ได้รับการคุ้มครองตามมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน
“ลูกค้า 400,000 รายที่ยังไม่ได้เปลี่ยนมาอยู่ในคลื่นความถี่ใหม่นั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ห่างไกล ที่ผ่านเราได้มีความพยายามในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มนี้
แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่งที่จะทำการโอนย้าย และเรามีความจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองด้วยมาตรการคุ้มครองเป็นการชั่วคราว
และการที่เราไม่ทำการประมูลคลื่นมาใหม่ซึ่งเป็นคลื่น 900 MHz เพราะเดิมเราใช้คลื่น 850 MHz จะใช้ร่วมกันไม่ได้ เพราะแม้ว่าเราจะซื้อคลื่น 900 MHz มา ก็ต้องติดตั้งเครือข่ายใหม่ที่ต้องใช้เวลา 2 ปีก็จะต้องได้รับการเยียวยาอยู่ดี
รวมไปถึงกฏเกณฑ์เรื่องการติดตั้งตัวตัดสัญญาณรบกวนคลื่นความถี่ที่เรามองว่ายังไม่เหมาะสม”
ส่วนที่มองว่าดีแทคไม่ประมูลเพราะรอจะใช้คลื่นฟรีนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานนั้น
ตามข้อกำหนดแล้วผู้ให้บริการไม่สามารถแสวงหาผลประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวได้
อีกทั้งตามประกาศ กสทช ยังกำหนดให้รายได้ระหว่างการให้บริการในระยะเวลาคุ้มครองจะต้องเป็นของรัฐ
ผู้ให้บริการเมื่อได้รับรายได้มา ผู้ให้บริการทำได้เพียงหักต้นทุนค่าใช้จ่าย และนำส่วนที่เหลือส่งเข้ารัฐเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป ดีแทคจะไม่ได้กำไรในส่วนนี้เลย
ทั้งนี้แผนฉุกเฉินของเรายังไม่มี ยังเชื่อว่าผลการพิจารณาของกสทช.จะให้การคุ้มครอง และในขณะที่ลูกค้าเราอาจได้รับผลกระทบบ้างช่วงเปลี่ยนผ่าน เราพยายามทำให้ดีที่สุด
ช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญเราจะตรงไปตรงมากับลูกค้าให้มากที่สุด ถึงแม้จะเป็นช่วงที่ท้าทายแต่ก็เป็นช่วงที่จะมองไปสู่การปรับเปลี่ยนองค์กรที่มุ่งสู่การให้ความสำคัญกับลูกค้าให้มากยิ่งขึ้
ดีแทคจะขยายโครงข่ายการบริการทั้งคลื่น 2100 MHz และบริการบนคลื่น 2300 MHz ของทีโอที เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
อเล็กซานดรา เคยดำรงตำแหน่ง ซีอีโอ เทเลนอร์ ฮังการี และเป็นหัวหน้ากลุ่มเทเลนอร์ในยุโรปกลาง ก่อนหน้านี้ได้เริ่มทำงานในกลุ่มเทเลนอร์ในปี 2559 ในตำแหน่งหัวหน้าธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่
กลุ่มลูกค้าองค์กรสวิสคอม หลังจากที่ได้ผ่านอาชีพการเป็นนักลงทุนในธุรกิจธนาคาร ทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มในการเปิดตัวธุรกิจออนไลน์และทำธุรกิจดิจิทัลสตาร์ทอัพ ในปี 2529
โดยในปี 2544 อเล็กซานดรา ได้เริ่มงานในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ในตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ที-ออนไลน์ ออสเตรีย (T-Online Austria)
หลังจากนั้นดำรงตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ 3G ฮัทชิสัน ออสเตรีย และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการซันไรส์
อเล็กซานดรา เกิดที่ประเทศออสเตรีย จบการศึกษาทางด้านการจัดการธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเวียนนา
เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 เรียกได้ว่าเพิ่งรับตำแหน่งได้เพียง 1 สัปดาห์ก็แถลงข่าวกันแล้ว
การกล่าวทั้งหมดเป็นเสมือนการประกาศที่จะนำแบรนด์ดีแทคที่เข้าอกเข้าใจลูกค้าแบบเดิมกลับมา ไม่ได้มองถึงตัวเลขหรือผลประกอบการที่เน้นเอาอกเอาใจผู้ถือหุ้น จนมองไม่เห็นความจริงที่เกิดขึ้
หรือคิดถึงเรื่องกำไรขาดทุนจนลืมมองความละเอียดอ่อนทางด้านจิตใจของลูกค้า จนทำให้แฟนที่เคยคบกันมาต้องลาจากไปอยู่ค่ายคู่แข่งจนเริ่มทิ้งห่างออกไปทุกที ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างอาจจะไม่ได้ใจทั้งผู้ถือหุ้นและลูกค้า