DITP เปิดโครงการ CLMVT EXP เชื่อมโยงสู่โลกดิจิทัล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ CLMVT Executive Program on New Economy 2018 สำหรับผู้บริหารระดับแนวหน้าจากประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย มั่นใจจะส่งผลดีต่อผู้เข้าร่วมโครงการทั้งในรูปแบบการเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่จากผู้เชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซและมีประสบการณ์ระดับโลกจาก Stanford University

และรูปแบบการสร้างภาคีเครือข่ายร่วมรุ่นที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 60 คนจากภาครัฐและเอกชนในประเทศกลุ่ม CLMVT โดยได้รับเกียรติจากนายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้อง Galaxy โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ผ่านการอบรมสามารถสร้างรูปแบบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และปีนี้รุ่นที่ 1 ก็กลับมาช่วยกันเป็นพี่เลี้ยงให้กับการอบรมครั้งนี้ด้วย

โครงการ CLMVT Executive Program on New Economy 2018 เป็นความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ ให้กลุ่มผู้นำธุรกิจทั่ว CLMVT ได้มีความรู้และเข้าใจโลกของธุรกิจดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดการก้าวทันโลกยุคใหม่ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของเราคือการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ ให้สามารถเปลี่ยนแปลงธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดว่าโครงการ CLMVT Executive Program on New Economy 2018 ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Strategic Partnership) ระหว่างประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV ทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือทางการค้า และก้าวสู่โลกการค้ายุคใหม่ไปด้วยกัน

โดยเชิญผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนมาแลกเปลี่ยนทัศนะ ออกแบบกลยุทธ์ใหม่ๆ ร่วมกัน และเตรียมความพร้อมนักธุรกิจไทยเข้าสู่เวทีการค้าโลกด้วยการผนึกพลังระหว่างผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนในลักษณะเครือข่ายส่งเสริมซึ่งกันและกัน

DITP
นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์

“นอกจากการผนึกพลังเป็นเครือข่ายที่จะเกิดขึ้นจากเวทีนี้แล้ว ผู้เข้าร่วมโครงการครั้งนี้จะได้รับองค์ความรู้ใหม่ และเป็นองค์ความรู้ที่ถูกสอดแทรกในธุรกิจทุกแขนง อาทิ Growth Hacking, Building an International Brand, Innovation Investment for Corporate และ Outward Mindsets

เพื่อสร้างความร่วมมือ รวมถึงกิจกรรม pitching เป็นต้น โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก Stanford University จะเปิดมุมมองเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมถึงประสบการณ์การทำงานจริงในการร่วมพัฒนาธุรกิจ Start Up ใน Silicon Valley

อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหา อุปสรรคและแนวทางการแก้ไขระดับนโยบายแต่ละประเทศ ดิฉันจึงมั่นใจอย่างมากว่าผู้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ จะสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปต่อยอดในธุรกิจของตัวเอง

ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ นอกจากจะได้รับรู้องค์ความรู้เพิ่มเติมให้ทันกับสถานการณ์โลกธุรกิจปัจจุบัน เวทีนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้รับทราบถึงความต้องการและปัญหาที่แท้จริงจากภาคเอกชนด้วย” นางจันทิรา กล่าว

ทางด้านนายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการได้รับการออกแบบเป็นหลักสูตร 4 วัน ภายใต้แนวคิด Creative CLMVT โดยจะใช้เวลา 3 วันครึ่งในการอบรมองค์ความรู้ใหม่ ๆ ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการตลาด และอีกครึ่งวันเป็นภาคสนามศึกษาการบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในยุคการค้าใหม่ที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

DITP

จึงเป็นหลักสูตรที่ ไม่ใช่จำกัดเฉพาะภายในห้องเรียน แต่มีภาคสนามที่สามารถเข้าร่วมชมองค์กรระดับแนวหน้าที่มี ธรรมาภิบาลด้วย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสร้างมิตรภาพทางธุรกิจ และช่องทางการสื่อสารที่พัฒนาขึ้นเฉพาะกลุ่ม เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและการลงทุน ดังนั้น ผมจึงมั่นใจว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการเข้าร่วมกิจกรรมนี้”

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169 หรือ nea.ditp.go.th