CAT พร้อมมากที่จะใช้ ‘ดาวเทียม’ รองรับบริการ 5G

Hits: 257

CAT เผยเมื่อไทยพร้อมใช้ 5G เมื่อไร ก็พร้อมที่จะให้บริการผ่าน ‘ดาวเทียม’ และสามารถรองรับบริการได้ทันที ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบสื่อสารดาวเทียมในย่าน Low Earth Orbit มั่นใจ Smart Home และ Smart City จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การใช้งาน IoT เพิ่มมากขึ้น

และการสื่อสารผ่านดาวเทียมมีศักยภาพรองรับการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ได้มหาศาล ชี้ขณะนี้ CAT มีสถานีดาวเทียม 3 แห่ง ได้แก่ สถานีดาวเทียมศรีราชา สถานีดาวเทียมนนทบุรี และสถานีดาวเทียมสิรินธร ที่พร้อมจะเป็นศูนย์กลางการสื่อสารโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเครือข่าย 5G

พันเอกสรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม หรือ CAT กล่าวว่า CAT อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบสื่อสารดาวเทียมในย่าน Low Earth Orbit ดังนั้นเมื่อประเทศไทยมีความต้องการใช้งานข้อมูลผ่านดาวเทียมขนาดใหญ่และ 5G จะทำให้ CAT สามารถรองรับการให้บริการได้ทันที

นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับพันธมิตรธุรกิจ ด้วยการเสนอพื้นที่สถานีดาวเทียมภาคพื้นดินของ CAT ให้เป็นสถานี Gateway ของเครือข่าย ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ที่มีการใช้งานลักษณะกลุ่มดาวเทียม(Constellation) ครอบคลุมทั่วโลกประมาณ 800 ดวง

“เมื่อเทคโนโลยี 5G เข้ามา จะพลิกโฉมการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างมาก ไม่ว่าจะ Smart City ที่มีการใช้อุปกรณ์ IoT จำนวนมหาศาล และจะเน้นการใช้งานในลักษณะเคลื่อนที่ (Mobility) รวมไปถึงแนวโน้มการใช้งานที่หลากหลายและต้องการความแม่นยำสูง

เช่น การผ่าตัดทางไกล การควบคุมเครื่องจักรในโรงงานหรือการควบคุมรถยนต์ไร้คนขับ เป็นต้น ทำให้พื้นที่ๆ ต้องการใช้งานขยายกว้างขึ้น สามารถครอบคลุมทั้งภาคพื้นดิน พื้นน้ำและผืนฟ้า

ซึ่งระบบสื่อสารภาคพื้นดินในปัจจุบันไม่สามารถรองรับได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นระบบสื่อสารดาวเทียมในอนาคตจะมีบทบาทที่สำคัญและเหมาะที่จะรองรับเทคโนโลยี 5G อย่างแน่นอน”

Smart Home และ Smart City คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ขับเคลื่อนให้ความต้องการใช้งาน IoT เพิ่มมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายและยกระดับคุณภาพชีวิต ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยี 5G ยิ่งทวีความสำคัญและการสื่อสารผ่านดาวเทียม

ซึ่งมีศักยภาพรองรับการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ได้มหาศาลจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเข้ามามีบทบาท ในการเสริมให้เทคโนโลยี 5G เข้าถึงได้ในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ การให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมของ CAT ยังมีการขยายบริการไปสู่ด้านอื่นๆ ที่หลากหลาย อย่างเช่น การให้บริการกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ให้กับธุรกิจเดินเรือ ธุรกิจเรือสำราญ เป็นต้น

พันเอกสรรพชัย กล่าวว่า โอกาสของธุรกิจดาวเทียมยังเติบโตได้อีกมาก สอดคล้องกับธุรกิจดาวเทียมของโลกที่แต่ละประเทศต่างหันมาสนับสนุนสตาร์ทอัพ และส่งเสริมอุตสาหกรรมดาวเทียมสื่อสาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจและความมั่นคง

ซึ่งช่วยเสริมสร้างรายได้เข้าประเทศ ในยุค Digital Economy ทั้งนี้ ระบบสื่อสารดาวเทียมเป็นอีกกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศเพื่อรองรับแผนพัฒนาประเทศ 20 ปี (2560-2579 )

โดย CAT มีสถานีดาวเทียมภาคพื้นดินถึงสามแห่ง มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจทางด้านสื่อสารดาวเทียมอยู่แล้ว จึงมีศักยภาพที่จะต่อยอดบริการ เพื่อรองรับความเป็น Digital Hub ตามนโยบายประเทศไทย 4.0

ที่ผ่านมา CAT ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมประเภทต่าง ๆ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อาทิ บริการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เช่น กีฬาซีเกมส์ กอล์ฟ ฟุตบอลโลก และกีฬาอื่น ๆ ถ่ายทอดการประชุมระดับนานาชาติ

และการสื่อสารเพื่อช่วยประชาชนในพื้นที่ประสบภัยต่าง ๆ รวมไปถึงบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ โดยปัจจุบัน CAT ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียม ผ่านดาวเทียมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ อาทิ THAICOM, ASIASAT, VIANASAT, INTELSAT

“ในเร็วๆ นี้ เทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก ระบบสื่อสารดาวเทียม จึงมีการพัฒนาให้มีศักยภาพที่จะรองรับได้ทันที โดยพัฒนาดาวเทียม High throughput satellite ซึ่งส่งสัญญาณในรูปแบบ Spot Beam เพื่อให้มีความเข้มของสัญญาณสูง

และได้พัฒนาเทคโนโลยีการ Modulation ให้สามารถรองรับ Bandwidth ขนาดใหญ่เพื่อให้บริการ Broadband และ 5G อีกทั้ง ยังได้มีการขจัดข้อด้อยเรื่องของความหน่วงเวลา ( latency) เนื่องจากเดิมยังเป็นการสื่อสารดาวเทียมแบบวงโคจรสูงที่เรียกว่า ”วงโคจรค้างฟ้า” (Geo – Stationary Orbit) ที่ความสูงจากโลกมากกว่า 35,000 กิโลเมตร

ทำให้การสื่อสารมายังสถานีภาคพื้นดินเกิดค่า latency ประมาณ 600 ms(millisecond) ในอนาคตอันใกล้ ระบบสื่อสารดาวเทียมจะถูกพัฒนา โดยส่งดาวเทียมสื่อสารขึ้นไปในย่านวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit : LEO) ประมาณ 2000 กิโลเมตรจากพื้นโลกเพื่อลดจุดด้อยในเรื่องของ latency ระหว่างดาวเทียมกับสถานีฐาน ซึ่งดาวเทียม LEO จะมีค่า latency ประมาณ 40 ms(millisecond)”