บราเดอร์เปิดตัวอิงค์เจ็ต A3 แบบเติมหมึกที่คมชัดและประหยัดกว่า

การเติบโตของธุรกิจกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมก่อสร้าง การออกแบบ งานตกแต่งภายในมีการตื่นตัวอย่างต่อเนื่อง และนับเป็นโอกาสทางการตลาดของบราเดอร์ที่พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ A3 Inkjet Printer Refill Tank System เครื่องพิมพ์ขนาด A3 แบบเติมหมึก ที่นอกจากจะให้ความคมชัดของงานพิมพ์แล้วยังมีราคาต่อแผ่นที่คุ้มค่ากว่าเดิม

ถือว่าเป็นการเสริมผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชัน A3 ที่มีส่วนแบ่งการตลาดล่าสุดอยู่ที่ 72% และพร้อมจะขยายสู่ 80% ในระยะเวลาอันใกล้นี้

เดิมการพิมพ์ A3 ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของเครื่องถ่ายเอกสาร และเลเซอร์พรินเตอร์ ซึ่งตัวเครื่องมีราคาแพงและราคาต่อแผ่นที่พิมพ์ค่อนข้างสูง การเปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท A3 ระบบแท็งก์ตัวแรก ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 20,000 บาทนี้ นับเป็นการสร้างตลาดกลุ่มใหม่และขยายฐานลูกค้าจากเดิมให้กว้างขึ้น โดยนอกจากสถาปนิกและนักออกแบบแล้ว ยังรวมไปถึงกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีและโซโหที่ต้องการงานพิมพ์เพื่อการนำเสนองานที่ใหญ่และมองได้ง่ายกว่าขนาด A4

“การใช้งานพิมพ์ขนาด A3 เมื่อก่อนจะใช้เครื่องถ่ายเอกสารในการพิมพ์ แต่ความคมชัดไม่ดี เรามองเห็นโอกาสทางการตลาดจึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นอกจากจะมีเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันแล้ว ยังมีเครื่องพิมพ์เพียงอย่างเดียวเพื่อเน้นเอกสารที่ใช้ในการทำงานไม่เน้นพิมพ์ภาพ และมีราคาย่อมเยาลง

โดยทำตลาดผ่านช่องทางเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมไปถึงจะทำกิจกรรมการตลาดผ่านออนไลน์และออฟไลน์ ในการสร้างความเข้าใจกับลูกค้า โดยภาพรวมธุรกิจเครื่องพิมพ์ของบราเดอร์ในไตรมาสแรกโตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งเพราะเรามีสินค้าที่ตอบโจทย์สินค้าได้ทุกกลุ่ม”

นายโทโมยูกิ ฟูจิโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การนำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการให้ความสำคัญกับการคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทระบบแท็งก์เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้งานทั่วไปให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากผลิตภัณฑ์ของเรา

และเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่นี้จะสามารถตอบสนองความต้องการของการใช้งานการพิมพ์ของธุรกิจก่อสร้าง สถาปนิกและงานออกแบบต่างๆ ที่มีความต้องการที่จะนำเสนอผลงานให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบได้เป็นอย่างดี และสอดคล้องกับคอนเซปต์ของบราเดอร์ “สมบูรณ์แบบทุกจินตนาการ The Perfection of Imagination”

ด้านนายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมืองไทยเป็นตลาดที่บราเดอร์เห็นโอกาสของความต้องการจากผู้ใช้งานในธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ที่มีความต้องการงานพิมพ์คุณภาพสูง ในขณะเดียวกันก็ให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน

บราเดอร์จึงได้ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของตลาดของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชัน A3 นั้น บราเดอร์ได้ทำการตลาดในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน เน้นความคมชัด คุ้มค่า และรุ่นล่าสุดนี้ยังตอบสนองต้นทุนต่อแผ่นได้เป็นอย่างดี และคาดว่าจะทำให้ตลาดเครื่องพิมพ์ในกลุ่มนี้ของบราเดอร์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท A3 ระบบแท็งก์นี้มุ่งตอบโจทย์ความต้องการใช้งานที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มธุรกิจ เช่น กลุ่มงานสถาปนิก หรือกลุ่มงานที่ต้องใช้พิมพ์ผังแปลนต่างๆ หรืองานพิมพ์ที่ใช้นำเสนอนั้นต้องสามารถแสดงให้เห็นรายละเอียดทุกๆ อย่างตามแนวคิด รูปแบบ Mood & Tone ได้ตามที่ออกแบบเอาไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

ดังนั้นเครื่องพิมพ์จึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การนำเสนอเรื่องราวต่างๆ มีคุณค่ามากขึ้น ขณะที่ในกลุ่มของผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็กและกลาง (SOHO& SME) ก็มีความต้องการใช้งานเครื่องพิมพ์ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ด้วยคุณภาพของงานพิมพ์ในการนำเสนอผลงาน หรือโปรเจคต่างๆ รวมถึงคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ที่จะเกิดขึ้น”

A3 Inkjet Printer Refill Tank System ประกอบด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชัน รุ่น MFC-T4500DW และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท รุ่น HL-T4000DW ระบบรีฟิลแท็งก์ (Refill Tank System) ถูกออกแบบให้มีช่องเติมหมึก สามารถเทหมึกเอียง 45 องศาทำให้ใช้งานสะดวกน้ำหมึกไม่หกเลอะเทอะ

อีกทั้งออกแบบให้มีช่องเติมหมึกแบบใสสามารถเห็นระดับน้ำหมึกชัดเจน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในตัวเครื่องพิมพ์ทำให้ประหยัดพื้นที่เหมาะสำหรับสำนักงานที่มีพื้นที่จำกัด

จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งในเรื่องการถ่ายทอดสีสันในทุกรายละเอียด คุณภาพการพิมพ์ รวมถึงประสิทธิภาพของหัวพิมพ์

สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท A3 ระบบแท็งก์จะได้รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี (รับประกันหัวพิมพ์ 1 ปีแรก) หรือ 100,000 แผ่น (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และจะได้รับประกันหัวพิมพ์เพิ่มอีก 1 ปี หากลงทะเบียนรับประกันที่ www.brother.co.th ภายใน 15 วันนับจากวันที่ซื้อผลิตภัณฑ์